efin Review

รวมหุ้นเด่นพร้อมเด้งในจังหวะ SET รีบาวน์

รวมหุ้นเด่นพร้อมเด้งในจังหวะ SET รีบาวน์

 

    ตลาดหุ้นไทยเริ่มรีบาวน์กลับมาในแดนบวกแล้ว  หลังจากสถานการณ์การสู้รบระหว่างรัสเซีย-ยูเครน มีท่าทีผ่อนคลายลง จากกรณีที่ประธานาธิบดีของยูเครนออกมาระบุว่าจะไม่ผลักดันให้ยูเครนเข้าเป็นสมาชิกขององค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (NATO) และพร้อมที่จะเปิดกว้างในการเจรจาเพื่อประนีประนอมกับรัสเซีย 

    ปัจจัยดังกล่าวได้ส่งผลให้บรรดานักวิเคราะห์ชั้นนำ ออกมาคัดหุ้นเด่นที่พร้อมจะรีบาวน์ไปพร้อมกับตลาดหุ้น ซึ่งสำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย ได้รวบรวมมุมมองจาก 6 บริษัทหลักทรัพย์ชั้นนำ ว่าหุ้นในกลุ่มไหนเป็นหุ้นที่น่าลงทุน ในช่วงนี้ และมีหุ้นรายตัวอะไรบ้าง 

 

 


*** ซีจีเอส-ซีไอเอ็มบี ชู 10 หุ้นกลุ่ม SET100 ที่มีอัพไซด์สูง

    โดยบทวิเคระห์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ซีจีเอส-ซีไอเอ็มบี จำกัด ระบุว่าจากการที่ดัชนี SET ปรับตัวลดลงมา -4.6% ในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา จากความกังวลสถานการณ์รัสเซียกับยูเครน ส่งผลให้หุ้นหลายบริษัทเริ่มมีอัพไซด์ (upside) จากราคาเป้าหมายจำกัด โดยฝ่ายวิจัยจึงได้ทำการคัดกรองหุ้นใน SET100 ที่ยังมี upside สูงจากราคาเป้าหมายเฉลี่ย (TP) ของ Bloomberg consensus

    โดยหุ้นที่น่าสนใจและมียังมีราคาฟื้นตัวช้ากว่าตลาดในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ได้แก่ KCE โดยราคาปรับลดลงมา -11.7% และมี upside 49% จากราคาเป้าหมายเฉลี่ยที่ 81.77 บาท, GPSC ราคาปรับลดลงมา -11.7% และมี upside 29% จากราคาเป้าหมายเฉลี่ยที่ 85.79 บาท , CPF ราคาปรับลดลงมา -11.6% และมี upside 31%จากราคาเป้าหมายเฉลี่ยที่ 30.34 บาท , SCB ราคาปรับลดลงมา -10.5% และมี upside30% จากราคาเป้าหมายเฉลี่ยที่ 149 บาท , IVL ราคาปรับลดลงมา -10.1% และมี upside39% จากราคาเป้าหมายเฉลี่ยที่ 59.18 บาท

    ส่วน STEC ราคาปรับลดลงมา -9.0% และมี upside 37% จากราคาเป้าหมายเฉลี่ยที่ 17.90 บาท , ORI ราคาปรับลดลงมา -8.3% และมี upside 27% จากราคาเป้าหมายเฉลี่ยที่ 14.04 บาท, WHA ราคาปรับลดลงมา -8.0%และมี upside 28% จากราคาเป้าหมายเฉลี่ยที่ 4.08 บาท,TOP ราคาปรับลดลงมา -8.0%และมี upside 28% จากราคาเป้าหมายเฉลี่ยที่ 62.20 บาท และ IRPC ราคาปรับลดลงมา -6.3% และมี upside 27% จากราคาเป้าหมายเฉลี่ยที่ 4.49 บาท

 


*** บล.เอเซีย พลัส เปิดโผ16 หุ้น พื้นฐานดี-ต่างชาติซื้อต่อเนื่อง

    ฝ่ายวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด เปิดเผยในบทวิเคระห์ว่าภาพรวมตลาดหุ้นไทยยังผันผวนจากประเด็นรัสเซียยูเครน สังเกตได้จากวานนี้ SET Index ทำจุดต่ำสุดที่ระดับ 1,580.80 จุด และดีดกลับตัวมาเกือบ 40 จุด จนปิดที่ระดับ 1,619.70 จุด จากแรงซื้อในช่วงบ่ายของนักลงทุนต่างชาติและรายย่อย โดยหากพิจารณาตั้งแต่ต้นปีจะพบว่าต่างชาติซื้อหุ้นไทย 8.4 หมื่นล้านบาท และปัจจุบันเหลือเงินตามมูลค่าตลาดราว 8 หมื่นล้านบาท หรือขาดทุนราว 4 ถึง 5% และคิดเป็นดัชนีได้ที่ระดับ 1,687 จุด

    อย่างไรก็ตามหากเปรียบเทียบฟันด์โฟลว์กับผลตอบแทนรายปีของ SET Index แล้ว ปีไหนก็ตามที่ฟันด์โฟลว์ต่างชาติซื้อสุทธิหุ้นไทยปีนั้น SET Index ให้ผลตอบแทนเป็นบวกเสมอ เช่นปี 2009,2016,2012 และ2016 เป็นต้น โดยตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบัน (ytd) ต่างชาติซื้อหุ้นไทย 8.4 หมื่นล้านบาท แต่ SET Index ยังติดลบ 2.3% จึงถือเป็นโอกาสสะสมสำหรับนักลงทุนระยะกลาง-ยาว

    โดยฝ่ายวิจัยฯแนะนำกลยุทธ์การลงทุนให้เน้นหุ้นพื้นฐานดีที่ต่างชาติซื้อต่อเนื่อง โดยมีเงื่อนไขดังนี้1. ต่างชาติสนใจ (ต่างชาติซื้อสุทธิในปี 65),2. พื้นฐานดี (ฝ่ายวิจัยแนะนำซื้อและมี Upside) และ3. ลดความผันผวน (มีการจ่ายปันผล) รวมถึง4.หุ้นที่ต่างชาติซื้อเยอะ แต่ราคายังขึ้นน้อย โดยมี 16 หุ้นเด่นพื้นฐานดีต่างชาติซื้อต่อเนื่อง ได้แก่ KBANK,SCB,PTT,BBL,CPALL,ADVANC,BDMS,TIDLOR,LH,CPN,HMPRO,BJC,TU,BH,MAJOR และTOP

 


*** บล.โนมูระฯ แนะเพิ่มน้ำหนักหุ้นในพอร์ตเพิ่ม

    ด้านบริษัทหลักทรัพย์ โนมูระ พัฒนสิน จำกัด  มองตลาดหุ้นไทยรีบาวด์ หลังปรับตัวลงไปแรงและฟื้นตัวกลับมายืนเหนือเส้นค่าเฉลี่ย 200 วันได้ ขณะที่ได้แนะนำเพิ่มน้ำหนักหุ้น 5% เป็น 65% ส่วนกรณีตลาดย่อในกรอบ 1,580-1,560 จุด ให้เน้นเพิ่มอีก 10% โดยระยะสั้นเก็งกำไรหุ้น SET100 ที่ลงแรงนับจาก 3มี.ค.65-ปัจจุบันที่ราว -6% ถึง -7% คือ TOP, BCPG, GPSC และลงทุนในหุ้นที่ราคายัง Laggard เช่น HMPRO, CPALL, MAKRO, BCPG, BCP, TIDLOR, ADVANC รวมถึงกลุ่มฐานกำไรดี อาทิ JMART, JMT, AP และBE8

 


*** บล.หยวนต้า เชียร์กลุ่ม Block Trade ที่สถานะคงค้างปรับตัวเพิ่มขึ้น

    บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า(ประเทศไทย) จำกัด  ระบุว่า SET INDEX ได้ซึมซับกับต้นทุนพลังงานที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นไปแล้วพอควร ส่วนจังหวะการฟื้นตัวจะเกิดขึ้นเร็วหรือช้าก็ขึ้นอยู่กับพัฒนาการของสงคราม และหุ้นที่น่าสนใจสำหรับการฟื้นตัวรอบใหม่ยังเป็น Inflation & Value Play เช่น KBANK, BBL, OSP, MAKRO, BAM, BDMS เป็นต้น และกลุ่ม Block Trade ที่สถานะคงค้างปรับตัวเพิ่มขึ้นและมีทิศทางเป็นบวกคือ BBL, BLA และBANPU

 


***บล.ทรีนีตี้ คาดหุ้นที่ถูกบังคับขายหมดลงและมีโอกาสเด้งกลับมา

    บริษัทหลักทรัพย์ ทรีนีตี้ จำกัด ระบุว่าหากดัชนี SETปรับตัวขึ้นในระยะสั้น คาดว่าจะเห็นแรงบังคับขาย (ถูกบังคับปิดสถานะหรือ Force close) หมดลงได้ ซึ่งน่าจะทำให้ดัชนีฯปรับขึ้นได้ค่อนข้างดีเช่นกัน โดยเฉพาะตัวหุ้นที่ถูกปิดสถานะไปเยอะแล้วในช่วง 2 วันที่ผ่านมา ซึ่งจากการสำรวจของฝ่ายวิจัยพบว่าได้แก่ BAM, CPALL, IVL, OR, WHA

 


***บล.เมย์แบงก์ฯ คัด 3 หุ้นที่ถูก Short Sell ส่อแววถูก Cover Short สูง

    นายวิจิตร อารยะพิศิษฐ บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เปิดเผยกับ "สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย" ว่าแม้เหตุการณ์รัสเซีย-ยูเครนยังยืดเยื้อ แต่ล่าสุดทางยูเครนแสดงท่าทีจะไม่เข้าร่วมกับกลุ่ม NATO ซึ่งอาจเป็นปัจจัยที่ดีขึ้น ประกอบกับตลาดหุ้นไทยผันผวนและเกิดสัญญาณ panic sell ไปแล้ว จึงสะท้อนโอกาสในระยะสั้น SET มีลุ้นเข้าสู่รอบการรีบาวน์ สอดคล้องกับทางด้านปัจจัยพื้นฐานที่ปัจจุบัน SET เทรดที่ระดับค่าเฉลี่ย PE ย้อนหลัง 5 ปี ที่ 17.2 เท่า หรือคิดเป็นระดับดัชนี 1,620 จุด จึงเป็นปัจจัยที่สะท้อนว่า Valuation ของ SET ในปัจจุบันอยู่ในระดับที่น่าสะสม โดยเฉพาะหุ้นที่ถูกขายชอร์ต (Short Sell) จำนวนมากนับตั้งแต่ช่วงกลางเดือนก.พ.เป็นต้นมาและมีแนวโน้มถูกซื้อหุ้นคืน (Cover Short) ได้แก่ AOT,KBANK และ CPALL







บทความอื่นๆที่น่าสนใจ



RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh