efin Review

10 บจ.แตกไลน์ธุรกิจ สู้โควิด

10 บจ.แตกไลน์ธุรกิจ สู้โควิด

     ช่วง 1 ปีของการแพร่ระบาดโควิด-19 ถือเป็นวิกฤตครั้งใหญ่แห่งมวลมนุษยชาติ หลายธุรกิจสามารถปรับตัวรับการเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว ขณะที่หลายธุรกิจอาจต้องล้มหายตายจากไป เพราะสุดสายป่ายจนไม่สามารถยื้อธุรกิจไว้ได้ และมีอีกหลายธุรกิจที่สามารถพลิกวิกฤตเป็นโอกาส เพื่อการเติบโตได้อย่างยั่งยืนเช่นเดียวกัน

    ทีมข่าว "สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย" ได้รวบรวบความน่าสนใจของธุรกิจ จากบริษัทจดทะเบียนที่ได้เริ่มปรับตัว และพร้อมเปลี่ยนแปลง รับมือสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งบางรายอาจรับผลกระทบไม่มากนัก มีสายป่านได้ยาว แต่ต้องพร้อมก้าวไปข้างหน้าตลอดเวลา ขณะที่บางรายได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง จากรายได้หลักที่หายไป ดังนั้นการอยู่รอดให้ได้จึงต้องหาหนทางทำธุรกิจใหม่ๆ 

 

 

*** PTT สู่พลังงานต้นน้ำ สู่ปลายน้ำ

    บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือ PTT ผู้นำธุรกิจพลังงานของประเทศ เป็นหนึ่งในผู้ที่ได้รับผบกระทบจาการแพร่ระบาดโควิด-19 ส่งให้ช่วงปี 63 บริษัทมีกำไรลดลงกว่า 50% และถือเป็นองค์กรชั้นนำที่มีการปรับตัวตลอดเวลา 

ล่าสุดบริษัทประกาศปรับตัวให้สอดรับการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของโลก มุ่งสู่ GO GREEN และ GO ELECTRIC ประกาศรุกเข้าสู่ EV Value Chain โดยจับมือ  Foxconn ในการพัฒนา EV Charging Platform, EV Station รวมถึงการลงทุนในธุรกิจแบตเตอรี่สำหรับยานยนต์ไฟฟ้า  เพื่อเป็นรากฐานสำคัญสู่อุตสาหกรรมเป้าหมายในอนาคตและเป็นต้นแบบนวัตกรรมและเทคโนโลยีทางด้านพลังงาน ด้วยเงินร่วมลงทุนขั้นต้นที่ 1-2 พันล้านเหรียญสหรัฐ และจะขยายการลงทุนในอนาคตต่อไป 

ก่อนหน้านี้บริษัท ยังได้ประกาศการลงทุนในธุรกิจใหม่ ซื้อหุ้น 6.66% "Lotus Pharmaceutical" ผู้ผลิตและจำหน่ายยาในไต้หวัน ด้วยเงินลงทุน 50 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และขยายการลงทุนตลาดยาด้านมะเร็งวิทยาในอาเซียน

*** PTTEP เปิดตัวบริการ "โดรน"

    ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ PTTEP จากธุรกิจหลักในการสำรวจและผลิตปิโตรเลียม และการขนส่งก๊าซธรรมชาติ  บริษัทหันไปแตกไลน์ในธุรกิจ  บริการเทคโนโลยีโดรนโซลูชั่นในประเทศไทย

    โดยร่วมกับบริษัท Aerodyne Group (แอโรดายน์) จากประเทศมาเลเซีย และบริษัท ดิจิตัล ครีเอชั่น จำกัด (DC) จัดตั้ง บริษัท แอโรสกาย (ประเทศไทย) จำกัด  ให้บริการเทคโนโลยีโดรนโซลูชั่นในประเทศไทย ให้แก่ลูกค้าในธุรกิจโทรคมนาคม ไฟฟ้า น้ำมันและก๊าซธรรมชาติ รวมถึงการให้บริการโดรนในการตรวจสอบโครงสร้างพื้นฐานในอุตสาหกรรมอื่น ๆ
 
    บริษัทมองการขยายการลงทุนในธุรกิจใหม่ ผ่านการปรับใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมในการเพิ่มประสิทธิผล เพื่อสร้างความยั่งยืนให้กับบริษัท ในระยะยาว
 
*** RATCH รุกธุรกิจโรงพยาบาล

    บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ RATCH ได้ประกาศทำสัญญาซื้อหุ้น บริษัท พริ้นซิเพิล แคปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ PRINC เจ้าของธุรกิจโรงพยาบาลในเครือปริ๊นซ์ โดยควักเงินลงทุนกว่า1,557 ล้านบาท เข้าถือหุ้น 10% และมีโอกาสที่จะถือหุ้นเพิ่มในอนาคตได้

     ผู้บริหาร RATCH ระบุว่า การลงทุนดังกล่าวนั้น เนื่องจากบริษัทมองเห็นธุรกิจบริการสุขภาพมีศักยภาพและเติบโตได้ในระยะยาว ทั้งจากสภาวะสังคมผู้สูงอายุ และพฤติกรรมของคนที่หันมาสนใจด้านสุขภาพมากขึ้น รวมถึงการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ถือเป็นตัวเร่งการเติบโตที่สำคัญ แม้เป็นธุรกิจที่ใช้เงินลงทุนสูงและต้องใช้เวลาในการคืนทุน แต่มีความเกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันของประชาชนทั่วไปซึ่งจะสร้างผลกระทบเชิงบวกแก่สังคมและเศรษฐกิจในภาพรวม  

*** ORI แตกไลน์ 3 ธุรกิจใหม่

    บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ ORI นักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ วางเป้าแตกไลน์ถึง 3 ธุรกิจใหม่ หวังสร้างรายได้เพิ่ม ประกอบด้วย

      1.กลุ่มธุรกิจบริการสุขภาพ (Healthcare)  นำร่องกลุ่มธุรกิจเสริมความงาม ซึ่งคาดว่าจะเปิดให้บริการปีนี้ ศูนย์บริการสุขภาพ ซึ่งคาดว่าจะเปิดให้บริการได้ในปี 66 กลุ่มแพลทฟอร์มให้บริการสุขภาพออนไลน์และเทคโนโลยีด้านสุขภาพ

     2.กลุ่มธุรกิจศูนย์โลจิสติกส์ (Logistic Center)   ภายใต้การร่วมทุนกับบริษัท เจดับเบิ้ลยูดี อินโฟโลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) หรือ JWD  เบื้องต้นคลังสินค้าจะเริ่มก่อสร้างใน 1-2 เดือน และเริ่มรับรู้รายได้กลางปี 65

    3.กลุ่มธุรกิจบริหารสินทรัพย์ (AMC) โดยได้ยื่นขอใบอนุญาตดำเนินธุรกิจกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เรียบร้อยแล้ว คาดว่าจะได้ใบอนุญาตใน 3-6 เดือน และเริ่มดำเนินธุรกิจในช่วงไตรมาส 3/64 มุ่งเน้นการซื้อหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ที่เป็นบ้าน และคอนโดมิเนียมเป็นหลัก คาดว่าใช้เงินลงทุนซื้อหนี้เบื้องต้น

     "การขยายธุรกิจใหม่ หวังเพิ่มสัดส่วนรายได้อื่นๆเพิ่มขึ้น ตั้งเป้า 5 ปี รายได้อื่นๆ จะคิดเป็น 30% ของรายได้รวม จากปีนี้คาดว่าจะมีสัดส่วนประมาณ 10%"

*** TWZ จับธุรกิจหลากหลาย 

     บริษัท ทีดับบลิวแซด คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TWZ  ผู้จำหน่ายมือถือและอุปกรณ์มือถือ ซึ่งถือเป็นธุรกิจหลัก ท่ามกลางคู่แข่งในตลาดที่มีจำนวนมาก นำไปสู่แผนการเพิ่มทุนของบริษัทเพื่อขยายธุรกิจยานยนต์พลังงานไฟฟ้า ธุรกิจสถาบันการเงินที่ไม่ใช่ธนาคาร (Non-Bank) ผู้ผลิตอาหารเกี่ยวกับกัญชา-กัญชง และผู้ผลิตถุงมือยางรับกระแสโควิด 

    โดยโครงการรถยนต์ไฟฟ้าให้เช่าระยะยาว ผ่านการถือหุ้นในบริษัท สกายเวลล์ (ประเทศไทย) จำกัด บริษัท อีวี สมาร์ท เมเนจเม้นท์ จำกัด และบริษัท สกายเวลล์ ลีสซิ่ง จำกัด โดยร่วมมือกับ บริษัท ดีจริง ออโต้ จำกัด

    ธุรกิจการเงินท โดยบริษัท สกายเวลล์ ลีสซิ่ง จำกัด  ที่ได้รับอนุญาตให้ดำเนินธุรกิจสถาบันการเงินที่ไม่ใช่ธนาคาร (Non-Bank)  นอกจากจะให้บริการสินเชื่อเช่าซื้อแล้ว ยังมีแผนจะให้บริการสินเชื่อนาโนไฟแนนซ์ คาดว่าจะดำเนินการภายในไตรมาสที่ 2/64  

    ผู้ผลิตถุงมือยาง โดยข้อตกลงร่วมทุนกับโรงงานผลิตถุงมือยางและคู่ค้า ตลอดจนศึกษาแนวทางป้องกันความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต หากได้ข้อสรุปจากการศึกษา บริษัทฯ จะนำเงินที่ได้รับจากการระดมทุนครั้งนี้ประมาณ 300 ล้านบาทเพื่อวางมัดจำ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังอยู่ในขั้นตอนของการศึกษาเท่านั้น

    การจับมือกลุ่มวิสาหกิจรักจังฟาร์มจะจัดตั้ง บริษัท กัญช์ยารักษ์ จำกัด  โดยได้สิทธิหรือสัมปทานในการซื้อวัตถุดิบ  กัญชง - กัญชา ที่ผลิตได้จากฟาร์ม  ซึ่งทางบริษัทฯ ได้เจรจากับกิจการอื่นๆที่เกี่ยวกับการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ให้กับผู้บริโภคในกลุ่มต่างๆ หรือ ที่เรียกว่า กลุ่มปลายน้ำ เช่น กลุ่มเครื่องดื่ม กลุ่มอาหาร กลุ่มสแน็ค กลุ่มสุขภาพและความงาม เป็นต้น 
  
     ร่วมมือกับ กาโตว์เฮ้าส์ จำกัด  พัฒนา ผลิต ทดลอง และวิจัยสินค้าประเภทอาหารหรือประเภทอื่นๆตามที่ตกลงร่วมกัน ซึ่งมีส่วนผสมของพืชกัญชงและ/หรือกัญชา

    นอกจากนี้ได้ทำข้อตกลง กับบริษัท เถ้าแก่น้อย ฟู๊ดแอนด์มาร์เก็ตติ้ง จำกัด(มหาชน) หรือ TKN  ร่วมผู้ผลิตและจัดหาช่องทางจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์จากกัญชา-กัญชง 

     “ต้องยอมรับว่า ผลกระทบจากไวรัสโควิด-19 ทำให้เราต้องสร้างการเปลี่ยนแปลงในลักษณะพลิกโฉมหรือ Transformation ด้วยการสร้างโมเดลที่มีศักยภาพสูงมากพอที่จะสร้างการเปลี่ยนแปลงให้กับธุรกิจได้ " 

 

 


***  RS หันรุกธุรกิจการเงิน 

    บริษัท อาร์เอส จำกัด (มหาชน) หรือ RS  จากธุรกิจคอมเมิร์ซและมีเดีย หันรุกธุรกิจด้านการเงิน โดยประกาศซื้อหุ้น บริษัท เชฎฐ์ เอเชีย จำกัด ซึ่งประกอบธุรกิจบริหารสินทรัพย์-สินเชื่อรายย่อย ในสัดส่วน 35% ด้วยมูลค่าการลงทุน 920 ล้านบาท ผ่านการลงทุนของ บริษัท อาร์เอสเอ็กซ์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อย โดยจะใช้ความแข็งแกร่งทางธุรกิจทั้งสองฝ่าย เพื่อ Synergy ใช้ประโยชน์ร่วมกันได้  
    เหตุผลการเข้าลงทุนใน "เชฎฐ์ เอเชีย" ซึ่งประกอบธุรกิจที่ครบวงจร ตั้งแต่การบริหารสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ การติดตามทวงถามหนี้ บังคับคดีและการให้สินเชื่อรายย่อย เพราะมองเห็นโอกาสในการต่อยอดโมเดลธุรกิจ Entertainmerce   จึงเชื่อว่าจะสร้างผลตอบแทนจากการลงทุนที่ดี 

 *** DTC สู่ผู้พัฒนาอสังหาฯ-เซอร์วิสอพาร์ทเมนท์
    
    บริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน) หรือ DTC จากธุรกิจโรงแรม ซึ่งสร้างรายได้หลัก รับผลกระทบอย่างเต็มๆ จากการแพร่ระบาดโควิด-19 และที่ผ่านมาได้มีการปรับตัวต่อเนื่อง 
แต่เพื่อสร้างรายได้อื่นที่ยั่งยืนในระยะยาว จึงมีแนวคิดไปสู่การขยายสู่ธุรกิจอื่น

    โดย DTC ได้ทำสัญญาร่วมลงทุนกับ Metro Pacific Investments Corporation (MPIC) เพื่อร่วมพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ประเภทโรงแรมและคอนโดมิเนียมเพื่อที่พักอาศัยในประเทศฟิลิปปินส์  ซึ่งMPIC เป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหุ้นฟิลิปปินส์ และและเป็นผู้พัฒนาโครงการโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่

    การร่วมลงทุนกับ MPIC ในครั้งนี้จะทำให้เกิดประโยชน์เกื้อหนุนร่วมกัน (Synergy) และเป็นการสร้างกลยุทธ์ในการดำเนินธุรกิจของบริษัทเนื่องจากเป็นการผสมผสานความเชี่ยวชาญของทั้งบริษัทและ MPIC ในการพัฒนาโครงการ 

    นอกจากนี้ DTC ยังจับมือกับ ORI  ร่วมทุนพัฒนาโครงการ "แฮมป์ตัน ศรีราชา" เป็นเซอร์วิส อพาร์ทเมนท์หรู 5 ดาว โดยใช้จุดแข็งของสองธุรกิจ ต่อยอดสู่การพัฒนาที่อยู่อาศัยที่มีการบริการมาตรฐานโรงแรมควบคู่การบริหารจัดการค่าเช่ารายเดือนแบบคอนโดมิเนียม การันตีผลตอบแทนแก่ผู้ลงทุนสูงสุด 5-9% ต่อปี 

*** SIRI รุกสู่ธุรกิจการเงิน-โรงงานให้เช่า

     บริษัท แสนสิริ จำกัด(มหาชน) หรือ SIRI จากผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ระดับต้นๆ ของประเทศ สร้างความฮือฮาในวงการตลาดอสังหาฯ หลัง ประกาศเข้าลงทุนใน บริษัท เอ็กซ์สปริง แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ XPG  (ชื่อเดิม คือ บริษัท ซีมิโก้ แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ ZMICO)  โดยเข้าถือหุ้น  15% เป็นเงินลงทุนราว 2,000 ล้านบาท 

    ผู้บริหาร SIRI มองว่าการเข้าลงทุนในครั้งนี้จะช่วยต่อยอดให้หลากหลายโดยเฉพาะธุรกิจด้านการเงินและหลักทรัพย์ รวมถึงธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล เช่น คริปโทเคอเรนซี และ ICO เนื่องจาก  XPG มีใบอนุญาตให้บริการเป็นที่ปรึกษาทางด้านการเงิน และธุรกิจการเงินในต่างประเทศ  สามารถเชื่อมโยงกับธุรกิจหลักของบริษัทในอนาคตได้  

    นอกจากนี้ SIRI ยังจับมือกับ  บริษัท พรอสเพค ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของบริษัท มั่นคง เคหะการ จำกัด (มหาชน) หรือ MK จัดตั้งบริษัทร่วมทุน "บีเอฟทีแซด บางปะกง" ขยายสู่ธุรกิจคลังสินค้าและอาคารโรงงานให้เช่า รวมถึงพัฒนาระบบสาธารณูปโภคและสิ่งอำนวยความสะดวกและธุรกิจอื่นที่เกี่ยว 

*** AOT หันรุก Non-Air

     บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด(มหาชน) หรือ AOT เป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่ได้รับผลกระทบรุนแรงจากการแพร่ระบาดโควิด-19 ทำให้รายได้หายไปทันที หลังการปิดประเทศ และสายการบินลดจำนวนเที่ยวบินตามความต้องการที่ลดลง ดังนั้น แนวคิดการพึ่งพารายได้จากธุรกิจการบินทางเดียวคงไม่สามารถอยู่รอดได้อีกต่อไป 

    AOT จึงแตกไลน์ธุรกิจสู่ธุรกิจนอกการบินมากขึ้น แม้ช่วงแรกอาจจะเป็นรายได้เสริม แต่ในอนาคตตั้งเป้าสัดส่วนรายได้จากธุรกิจการบิน-นอกการบิน จะมีสัดส่วนเท่ากันที่ 50%  

    โดยบริษัทได้เปิดตัว บริษัท รักษาความปลอดภัย ท่าอากาศยานไทย จำกัด (AVSEC) ให้บริการพนักงานรักษาความปลอดภัยแก่หน่วยงานทั่วไป โดยล่าสุดให้ความสนใจรับงานให้บริการพนักงานรักษาความปลอดภัยที่สถานีกลางบางซื่อของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.)  

     บริษัท บริการภาคพื้น ท่าอากาศยานไทย จำกัด (AOTGA)  โดยได้เปิดให้บริการรับพ่นยาฆ่าเชื้อไวรัสโควิด-19

     บริษัท AOT Tafa Operator ( AOTTO) ซึ่งเป็นการร่วมทุนกับสมาคมตัวแทนขนส่งสินค้าทางอากาศไทย (TAFA)  ดำเนินธุรกิจให้บริการตรวจสอบและรับรองคุณภาพสินค้าก่อนส่งออก (Certify Hub) ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ทสภ.)ไ ปยังกลุ่มประเทศอียู โดยเน้นสินค้ากลุ่มที่เน่าเสียง่าย

    "จากนี้ไป AOT ต้องเร่งหารายได้อื่นมาชดเชยรายได้จากการให้บริการการบินที่ลดลงต่อเนื่องจากสถานการณ์แพร่ระบาดโควิด-19"

*** CHAYO เกาะกระแสกัญชง-รุกอสังหาฯ

    บริษัท ชโย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ CHAYO จากธุรกิจติดตาม-เร่งรัดหนี้สิน และบริหารสินทรัพย์ ได้มีแนวคิดที่จะขยายไปสู่ธุรกิจผลิตภัณฑ์อาหารเสริมจากกัญชง
โดยได้บริษัท ดีโอดี ไบโอเทค จำกัด (มหาชน) หรือ DOD  เพื่อศึกษาและพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารเสริมที่มีส่วนผสมของกัญชงออกมาวางจำหน่าย ผ่านช่องทาง Call Center,TV Shoping และ Online 

    นอกจากนี้บริษัทได้มีแผนที่จะขยายสู่ธุรกิจพัฒนาธุรกิจอสังหาริมทรัพย์  แต่จำเป็นต้องชะลอออกไปก่อน เนื่องสภาพเศรษฐกิจในประเทศยังไม่เอื้ออำนวย 

     ทั้งหมดนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่ง จากอีกหลากหลายธุรกิจ หลากหลายกิจการ ที่ได้ปรับตัว หลังเกิดวิกฤตครั้งใหญ่ ที่ยังไม่สามารถประเมินจุดสิ้นสุดได้  ดังนั้นเมื่อผู้ประกอบการหันมาสร้างโอกาสให้ธุรกิจ เริ่มก้าวไปข้างหน้าให้เร็วที่สุด อาจนำไปสู่จุดหมายของการเติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืนได้ในอนาคต







บทความอื่นๆที่น่าสนใจ



RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh