efin Review

ศึกชิงจ้าวตลาดเครื่องดื่มชูกำลัง

ศึกชิงจ้าวตลาดเครื่องดื่มชูกำลัง

ปัจจุบันเครื่องดื่มชูกำลัง (Energy Drink) ถือเป็นเครื่องดื่มที่ได้รับความนิยมค่อนข้างแพร่หลายทั่วโลก จึงไม่แปลกที่จะพบเห็นยี่ห้อเครื่องดื่มชูกำลังใหม่ๆออกมาวางขายกันเป็นจำนวนมาก ขณะที่หากวัดจากยอดขายกันในระดับโลกแล้วคงต้องยกให้กับแบรนด์ “Red Bull” ที่เป็นเจ้าตลาดมาอย่างยาวนาน 

ถึงแม้ Red Bull จะประสบความสำเร็จในตลาดโลก แต่รู้หรือไม่ว่าสำหรับตลาดเครื่องดื่มชูกำลังในประเทศไทยแล้ว Red Bull กลับไม่ใช่ที่หนึ่งในใจคนไทย

 

“สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย” ได้รวบรวมข้อมูลพบว่าปัจจุบันตลาดเครื่องดื่มชูกำลังไทยมีผู้นำตลาดหลักคือแบรนด์ “M-150” ของบริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน) หรือ OSP ซึ่งมีส่วนแบ่งทางการตลาด (มาร์เก็ตแชร์) อยู่ที่ประมาณ 37-38% และรองลงมาอันดับสองคือ “คาราบาวแดง” ของบริษัท คาราบาว กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ CBG ซึ่งมีมาร์เก็ตแชร์อยู่ที่ราว 24-25%

ขณะที่บริษัทเจ้าของแบรนด์ทั้ง 2 บริษัทล้วนจดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) โดย CBG เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯเมื่อวันที่ 21 พ.ย. 2557 และ OSP เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เมื่อวันที่ 17 ต.ค.61 อย่างไรก็ตามแม้ OSP จะเข้าตลาดหุ้นที่หลัง CBG แต่พบว่าแบรนด์ M-150 เริ่มเกิดขึ้นก่อนตั้งแต่ปี 28 ส่วนด้านคาราบาวแดงเกิดขึ้นตั้งแต่ปี 45

 

 

ปัจจุบันทั้งสองบริษัทกำลังขับเขี้ยวกันอย่างสูสี โดยทั้งสองแบรนด์มีการตั้งราคาจำหน่ายที่เท่ากัน ซึ่งในส่วนของ M-150 มี 2 รูปแบบ ได้แก่ M-150 ขนาด 150 มิลลิลิตรราคาจำหน่าย 10 บาท และ M-150 กระชายดำผสมน้ำผึ้ง ขนาด 100 มิลลิลิตรราคาจำหน่าย 10 บาท และขนาด 150 มิลลิลิตร ราคาจำหน่าย 12 บาท ส่วนคาราบาวแดงมีรูปแบบเดียว ขนาด 150 มิลลิลิตรราคาจำหน่าย 10 บาท

กลยุทธ์ช่องทางการจัดจำหน่ายก็คล้ายๆกัน โดย M-150 มีการจัดจำหน่ายผ่านเครือข่ายทั้งในช่องทางร้านค้าแบบดั้งเดิม (Traditional trade) และช่องทางร้านค้าแบบสมัยใหม่ (Modern trade) รวมถึงยังได้กระจายสินค้าผ่านทางช่องทางอื่นๆ อาทิ การใช้หน่วยรถจำหน่ายสินค้า, เครื่องจำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ,ช่องทางจำหน่ายสินค้าออนไลน์ ผ่านแพลตฟอร์มต่างๆ รวมถึงช่องทางโซเชียลคอมเมิร์ซ เป็นต้น และยังใช้กลยุทธ์มิวสิกมาร์เก็ตติ้งและไอดอลมาร์เก็ตติ้ง รวมทั้งโฟกัสไปยังตลาดนักกีฬาทั้งฟุตบอลและมวยที่M-150 เป็นผู้สนับสนุนในการแข่งขันต่างๆ

ขณะที่ของคาราบาวแดงนอกเหนือจากการจัดจำหน่ายผ่านเครือข่ายทั้งในช่องทางร้านค้าแบบดั้งเดิม ,ร้านโชห่วยและช่องทางร้านค้าแบบสมัยใหม่แล้ว นอกจากนี้ยังได้กระจายสินค้าผ่านทางช่องทางอื่นๆ เช่น จัด ทีมงานสาวบาวแดงเพื่อทำกิจกรรมการตลาดในพื้นที่ทั่วประเทศและส่งเสริมการขายสินค้า รวมถึงยังมีการใช้การตลาดผ่านสปอร์ตมาร์เก็ตติ้ง ซึ่งที่ผ่านมามีการเข้าไปสนับสนุนสโมสรฟุตบอลพรีเมียร์ลีกและเป็นสปอนเซอร์เป็นลีกคัพในประเทศอังกฤษอีกด้วย

 

ด้านนายเสถียร เศรษฐสิทธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท คาราบาว กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ CBG เปิดเผยว่าตั้งเป้าภายในช่วง 1-2 ปีข้างหน้าจะผลักดันให้แบรนด์ "คาราบาวแดง" ให้มีมาร์เก็ตแชร์เป็นอันดับหนึ่งในตลาดประเทศไทยให้ได้ หลังจากปัจจุบันเครื่องดื่มคาราบาวแดงมีมาร์เก็ตแชร์เป็นอันดับสองเป็นรองเพียง M-150 เท่านั้น และมียอดขายขึ้นมาเป็นอับดับหนึ่งในตลาดภูมิภาคอาเซียนแล้ว โดยมียอดขายสูงสุดทั้งในประเทศกัมพูชา,เวียดนาม และเมียนมา พร้อมเชื่อว่าหากบริษัทมียอดขายปรับตัวขึ้นมาที่ระดับ 1,000 ล้านขวดต่อปี จากเดิมที่ระดับ 800 ล้านขวดต่อปี คาดว่าก็มีโอกาสที่จะแซงคู่แข่งขึ้นมาอันดับหนึ่งได้

นอกจากนี้เตรียมรุกธุรกิจค้าปลีกเต็มสูบ หลังมีการลงทุนในธุรกิจร้านสะดวกซื้อภายใต้แบรนด์ "CJ" และยังได้เข้าไปร่วมลงทุนกับร้านโชห่วยในแต่ละชุมชนเพื่อปรับเปลี่ยนมาเป็นร้านสะดวกซื้อสมัยใหม่ภายใต้ชื่อร้าน "ถูกดี มีมาตรฐาน" โดยมีเป้าหมายที่จะสร้างประโยชน์ต่อช่องทางจำหน่ายสินค้าภายใต้แบรนด์ของบริษัทให้เพิ่มมากขึ้น

 

สาระน่ารู้=จุดเริ่มต้นเดิมของเครื่องดื่มชูกำลังของโอสถสภา ไม่ใช่M-150 แต่เป็น “ลิโพวิตัน-ดี” แบรนด์เครื่องดื่มชูกำลังระดับพรีเมียมสัญชาติญี่ปุ่นที่เข้ามาทำตลาดในไทยเป็นแบรนด์แรกภายใต้เครือโอสถสภาที่ได้สิทธิ์ในการผลิตจาก “ไทโช ฟาร์มาซูติคอล” (Taisho Pharmaceutical) ตั้งแต่ปี 08







บทความอื่นๆที่น่าสนใจ



RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh