efin Review

มาร์เก็ตแคปกลุ่มแบงก์ หายไปเท่าไหร่

มาร์เก็ตแคปกลุ่มแบงก์ หายไปเท่าไหร่

กลุ่มธนาคารพาณิชย์ของไทย ประกาศผลประกอบการไตรมาส 3/63 และงวด 9 เดือนปี 63 ออกมาครบทั้ง 10 ธนาคารแล้ว โดยส่วนใหญ่กำไรต่างปรับลดลงกันถ้วนหน้า ตามภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว และการตั้งสำรองเพื่อรองผลผลกระทบจากการระบาดของโควิด-19 ซึ่งสอดคล้องกับราคาหุ้นกลุ่มธนาคารที่ปรับลดลงมาอย่างต่อเนื่องก่อนหน้านี้  
    
 "สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย"  จึงได้รวบรวมราคาหุ้น และ มูลค่าบริษัท (มาร์เก็ตแคป) เพื่อให้เห็นว่าปัจจุบันมาร์เก็ตแคปของแต่ละธนาคารลดลงไปมากแค่ไหน เมื่อเทียบจากสิ้นปี 62 ที่ผ่านมา

 

 มาร์เก็ตแคป 10 ธนาคารที่หายไปถึง 8.27 แสนล้านบาท ภายในเวลาแค่ 10 เดือน (1 ม.ค.-28 ต.ค.63) จากสิ้นปี 62 ที่มาเก็ตแคปอยู่ที่ 1.87ล้านลบ. โดยธนาคารขนาดใหญ่ต่างมีมาร์เก็ตแคปลดลงเกินกว่า 40% ทั้งสิ้น โดยธนาคารที่มาร์เก็ตแคปลดลงมากที่สุดคือ ธนาคารทหารไทย หรือTMB ที่ลดลงกว่า 50% 

ขณะที่ 4 ธนาคารใหญ่ที่สุดของไทย อย่าง ธนาคารกสิกรไทย (KBANK) , ธนาคารกรุงไทย (KTB), ธนาคาร  , ธนาคารกรุงเทพ (BBL) ,ธนาคารไทยพาณิย์ และ  มีมาร์เก็ตแคปลดลงไปถึง 50.33% , 47.56% , 45.90% และ 40.53% ตามลำดับ     

ผลประกอบการงวด 9 เดือนปี 63 ทาง BBL และ KBANK เป็นธนาคารที่กำไรลดลงหนักกว่าธนาคารอื่นถึงระดับ 45-46%  จะมีเพียง TMB และ CIMBT ที่ยังมีกำไรเพิ่มขึ้น (TMB มีปัจจัยหนุนจากควบรวมธนาคารธนชาต) 

 

ด้านบริษัทหลักทรัพย์ ทรีนีตี้ จำกัด เปิดเผยว่า แนวโน้มผลดำเนินงานของหุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์ในไตรมาส 4/63 จะอ่อนตัวลงอีกจากไตรมาส 3 เพราะจะได้รับผลจากค่าใช้จ่ายและการตั้งสำรองหนี้ที่จะปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นจากสภาวะเศรษฐกิจที่เจอผลกระทบจากโควิด-19   ประกอบกับมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ระยะที่ 1 ของภาครัฐ ในส่วนพักชำระเงินต้นระยะเวลา 6 เดือนครบกำหนด  มีความเสี่ยงในเรื่องหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ไหลย้อนกลับมาได้
     
 จากรายงานผลประกอบการงวด 9 เดือน ธนาคารพาณิชย์ 6 แห่ง ที่ทางทรีนีตี้ทำการศึกษา ประกอบด้วย ธนาคารกรุงเทพ (BBL) ธนาคารกสิกรไทย (KBANK) ธนาคารกรุงไทย (KTB) ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) ธนาคารทหารไทย (TMB) และทิสโก้ (TISCO) พบว่า มีการตั้งสำรองหนี้ (ECL) งวด 9 เดือน อยู่ที่ 154,058 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 63% เมื่อเปรียบเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน 

 

เมื่อพิจารณาจากมุมมองของนักวิเคราะห์ จะเห็นได้ว่ายังคงมีมุมมองในเชิงลบต่อกลุ่มธนาคารในช่วงโค้งสุดท้ายของปี 63 ซึ่งหากภาวะเศรษฐกิจในประเทศยังไม่ฟื้นตัว หนี้เสียมีสัญญาณที่จะพุ่งขึ้นต่อเนื่อง ก็จะเป็นปัจจัยกดดันสำคัญให้มีแรงขายหุ้นกลุ่มแบงก์ออกมา ซึ่งจะทำให้เมื่อปิดงบปี 63 นี้ มาร์เก็ตแคปกลุ่มธนาคารของไทย อาจะไม่ได้ลดลงแค่ 8.27 แสนล้านบาท ก็เป็นได้    
 







บทความอื่นๆที่น่าสนใจ



RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh