efin Review

เปิดปีใหม่ ฝรั่ง ซื้อ-ขาย หุ้นอะไรบ้าง

เปิดปีใหม่ ฝรั่ง ซื้อ-ขาย หุ้นอะไรบ้าง

ทีมข่าว สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย ได้รวบรวมการซื้อขายหุ้นของต่างชาติ (NVDR) สะสมตั้งแต่เปิดปี 63 (2-15 ม.ค.2563) ผ่านโปรแกรม Efin Stock Pickup ระหว่างวันที่ 2-15 ม.ค.63 (10 วัน ซึ่งนับเฉพาะวันเปิดทำการ)  

ทั้งนี้พบว่า   หุ้นที่มีการซื้อสะสมมากที่สุด ได้แก่ PTTEP มีมูลค่าซื้อสุทธิ 1,901.11 ลบ.และหุ้นที่มีการขายสะสมมากที่สุด ได้แก่ KBANK มีมูลค่าขายสุทธิ 3,027.68 ลบ.


10 อันดับหุ้นไทยที่นักลงทุนต่างชาติมีการซื้อสะสมมากที่สุด พิจารณาจากมูลค่าการซื้อสุทธิ ได้แก่
    

1.PTTEP บริษัท ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) มีมูลค่าการซื้อสุทธิ 1,901.11 ล้านบาท ราคาปิดปี (30 ธ.ค.62) ที่ 124.50 บาท ปรับเพิ่มขึ้น 6.50 บาท หรือ 5.22% มาอยู่ที่ 131 บาท ( 15 ม.ค.63)


2.GULF บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) มีมูลค่าการซื้อสุทธิ 1,752.65 ล้านบาท ราคาปิดปีที่ 166 บาท ปรับเพิ่มขึ้น 25 บาท หรือ 15.06% มาอยู่ที่ 191 บาท


3.AOT บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) มีมูลค่าการซื้อสุทธิ 1,727.01 ล้านบาท ราคาปิดปีที่ 74.25 บาท ปรับเพิ่มขึ้น 0.25 บาท หรือ 0.67% มาอยู่ที่ 74.50 บาท


4.ADVANC บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) มีมูลค่าการซื้อสุทธิ 1,616.91 ล้านบาท ราคาปิดปีที่ 213 บาท ราคาไม่เปลี่ยนแปลง
    

5.SCB ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) มีมูลค่าการซื้อสุทธิ 1,586.67 ล้านบาท ราคาปิดปีที่ 122 บาท ปรับลดลง 8 บาท หรือ -6.56% มาอยู่ที่ 114 บาท
    

6.GPSC บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) มีมูลค่าการซื้อสุทธิ 1,471.99 ล้านบาท ราคาปิดปีที่ 85.75 บาท ปรับเพิ่มขึ้น 6.25 บาท หรือ 7.29% มาอยู่ที่ 92 บาท


7.CPALL บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) มีมูลค่าการซื้อสุทธิ 1,313.50 ล้านบาท ราคาปิดปีที่ 72.25 บาท ปรับลดลง 0.50 บาท หรือ -0.69% มาอยู่ที่ 71.75 บาท


8.TOP บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) มีมูลค่าการซื้อสุทธิ 1,001.79 ล้านบาท ราคาปิดปีที่ 69.75 บาท ปรับลดลง 8 บาท หรือ -11.47% มาอยู่ที่ 61.75 บาท
    

9.BDMS บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) มีมูลค่าการซื้อสุทธิ 857.03 ล้านบาท ราคาปิดปีที่ 26 บาท ปรับลดลง 0.50 บาท หรือ -1.92% มาอยู่ที่ 25.50 บาท
    

10.CPF บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) มีมูลค่าการซื้อสุทธิ 756.45 ล้านบาท ราคาปิดปีที่ 27.50 บาท ปรับเพิ่มขึ้น 2 บาท หรือ 7.27% มาอยู่ที่ 29.50 บาท
    

และ 10 อันดับหุ้นไทยที่ NVDR มีการขายสะสมมากที่สุด ได้แก่
    

1.KBANK ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) มีมูลค่าการขายสุทธิ 3,370.23 ล้านบาท ราคาปิดปี (30 ธ.ค.62) ที่ 151 บาท ปรับลดลง 19.50 บาท หรือ -12.91% มาอยู่ที่ 131.50 บาท (15 ม.ค.63)
    

2.PTTGC บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) มีมูลค่าการขายสุทธิ 1,108.54 ล้านบาท ราคาปิดปีที่ 57 บาท ปรับลดลง 1.25 บาท หรือ -2.91% มาอยู่ที่ 55.75 บาท
    

3.BBL ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) มีมูลค่าการขายสุทธิ 910.06 ล้านบาท ราคาปิดปีที่ 160 บาท ปรับลดลง 8 บาท หรือ -5% มาอยู่ที่ 152 บาท
    

4.EGCO บริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) มีมูลค่าการขายสุทธิ 543.01 ล้านบาท ราคาปิดปีที่ 328 บาท ปรับเพิ่มขึ้น 14 บาท หรือ 4.27% มาอยู่ที่ 342 บาท
    

5.IRPC บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) มีมูลค่าการขายสุทธิ 440.19 ล้านบาท ราคาปิดปีที่ 3.68 บาท ปรับลดลง 0.30 บาท หรือ -8.15% มาอยู่ที่ 3.38 บาท
    

6.RATCH บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) มีมูลค่าการขายสุทธิ 364.27 ล้านบาท ราคาปิดปีที่ 68.75 บาท ปรับเพิ่มขึ้น 4.50 บาท หรือ 6.55% มาอยู่ที่ 73.25 บาท
    

7.IVL บริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส จำกัด (มหาชน) มีมูลค่าการขายสุทธิ 344.41 ล้านบาท ราคาปิดปีที่ 35 บาท ปรับลดลง 3.75 บาท หรือ -10.71% มาอยู่ที่ 31.25 บาท
    

8.TRUE บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) มีมูลค่าการขายสุทธิ 283.51 ล้านบาท ราคาปิดปีที่ 4.60 บาท ปรับลดลง 0.46 บาท หรือ -10% มาอยู่ที่ 4.14 บาท
    

9.BCH บริษัท บางกอก เชน ฮอสปิทอล จำกัด (มหาชน) มีมูลค่าการขายสุทธิ 266.50 ล้านบาท ราคาปิดปีที่ 17.10 บาท ปรับลดลง 1.10 บาท หรือ -6.43% มาอยู่ที่ 16 บาท
    

10.BCP บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) มีมูลค่าการขายสุทธิ 213.37 ล้านบาท ราคาปิดปีที่ 28 บาท ปรับลดลง 1 บาท หรือ -3.57% มาอยู่ที่ 27 บาท
    

สังเกตได้ว่าหุ้นที่ต่างชาตินิยมเข้าซื้อหรือเทขายล้วนเป็นหุ้นใหญ่หรือ Big Cap ซึ่งการเคลื่อนไหวขึ้นลงของหุ้นเหล่านี้จะมีผลต่อดัชนี SET มาก เพราะดัชนีตลาดหุ้นไทยคำนวณแบบถ่วงน้ำหนัก กล่าวคือ หุ้นที่มีมูลค่าการตลาด (มาร์เก็ตแคป) มากก็จะส่งผลกระทบต่อตลาดมาก อย่างไรก็ตาม ถ้าต้องการเก็งกำไรจากหุ้นใหญ่เหล่านี้ การดูยอดสะสมของต่างชาติเป็นปัจจัยหนึ่งเท่านั้น เพราะหุ้นหลายตัวที่มียอด NVDR เข้าสะสม ราคาก็ไม่ได้พุ่งขึ้นแรง  
    

ดร.วิศิษฐ์ องค์พิพัฒนกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ ทรีนีตี้ จำกัด กล่าวถึง ภาพรวมการลงทุนในปี 63 ในส่วนของ Fund Flow หรือกระแสเงินทุนจะยังไม่เข้าหุ้นไทย โดยนักลงทุนต่างชาติเป็นฝ่ายขายสุทธิกว่า 3,000 ล้านบาท นับตั้งแต่ต้นปี 2563 และเป็นขายสุทธิกว่า 5 แสนล้านบาท ในช่วงเวลา 10 ปีที่ผ่านมา 


โดยสัดส่วนการถือครองของต่างชาติในตลาดหุ้นไทยถือว่าลดลงเกือบต่ำสุดในรอบ 15 ปี โดยมีสัดส่วนการถือครองหุ้นไทยอยู่ที่ 28.2% ของมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดรวม (มาร์เก็ตแคป)  ขณะที่นักลงทุนสถาบันในประเทศมียอดซื้อสุทธิกว่า 5 แสนล้านบาท ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา แต่เชื่อว่าหลังจากนี้ จะชะลอตัวลง หลังสิทธิพิเศษภาษีกองทุน LTF หมดลง และผันไปเป็นกองทุน SSF ซึ่งทำให้เม็ดเงินลงทุนลดลงอย่างมีนัยสำคัญ

 







บทความอื่นๆที่น่าสนใจ



RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh