efin Review

คัดหุ้นยีลด์สูง - P/E ต่ำ

คัดหุ้นยีลด์สูง - P/E ต่ำ

      ต้องยอมรับว่า ปี 2562 นี้เป็นอีกปีที่นักลงทุนเผชิญความยากลำบาก   เพราะตลาดหุ้นอยู่ในภาวะมีความผันผวนจากปัจจัยต่างๆมากระทบได้ตลอดเวลา  นอกจากนี้ตลาดหุ้นไทยไม่ได้มีเสน่ห์ดึงดูดความน่าสนใจลงทุนจากต่างชาติเหมือนในอดีต  แม้ปีนี้สัดส่วนมูลค่าการซื้อขายหุ้นไทยเฉลี่ยต่อวัน ขยับขึ้น 42%(ytd) จากเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปี ที่ขยับขึ้น 29% แต่เมื่อดูเม็ดเงินลงทุน กลับพบว่าตั้งแต่ต้นปี 62 ยอดซื้อสุทธิของต่างชาติเข้าหุ้นไทย เหลือเพียง 46 ล้านบาทเท่านั้น

    ดังนั้นการลงทุนในสภาวะแบบนี้ นอกจากการเลือกหุ้นปลอดภัยสูงแล้ว แต่ยังมีทางเลือกไหนที่น่าสนใจอีกหรือไม่  ทีมข่าวสำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย จึงได้คัดเลือกหุ้นที่น่าสนใจในแบบฉบับหุ้นยีลด์สูง พีอี ต่ำ  โดยใช้โปรแกรม Efin Stock Pickup  โดยเลือก Scan > Top Fundamental Scan   มาคัดกรอง ภายใต้เงื่อนไขเลือกหุ้นในกลุ่ม SETHD ซึ่งเป็นกลุ่มที่ให้ผลตอบแทนต่อเนื่อง 3 ปี   มี P/E  ต่ำกว่าตลาด  นำค่า P/E ตลาดหลักทรัพย์ฯ  จากข้อมูล ณ วันที่ 18 ก.ย.62  ระดับ 19  เท่า  และเลือก  Dividend Yield  มากกว่า 5%  จาก Market Diviend Yield ล่าสุดในเดือน ส.ค.62  ของ SETHD ที่อยู่ 5.11 %   สามารถคัดหุ้นที่น่าสนใจได้ 15 บริษัท ดังนี้
 
    BEAUTY  ยังเป็นหุ้นเคยสวย  แต่ยังเป็นหุ้นมหาชนที่เป็นที่สนใจของนักลงทุน แม้ราคาหุ้นปรับตัวลดลงต่อเนื่อง ต่ำสุดในรอบ 5 ปีแล้ว  ขณะที่โบรกเกอร์พร้อมใจปรับคำแนะนำเป็น "ขาย"  หลังปรับลดเป้าหมายรายได้ปี 62-63 จากแนวโน้มรายได้ที่ทรุดตัวต่อเนื่อง  กดดันการทำกำไรหดตัวแรง แต่เป็นหุ้นที่จ่ายปันผลมาต่อเนื่องกว่ 7 ปี

    SIRI-QH-LH-AP-ANAN-BLAND ถือเป็นธุรกิจอสังหาฯระดับชั้นนำของประเทศ แม้ปีนี้จะเป็นปีแห่งความยากลำยาก จากแรงกกดันของมาตรการ LTV ของธนาคารแห่งประเทศไทย และในสถานการณ์เศรษฐกิจชะลอตัว ส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อหายไป ฉุดยอดขาดหดตัวรุนแรง และส่งผลให้หลายบริษัทชะลอการเปิดโครงการ ใหม่ และปรับลดเป้าหมายรายได้-ยอดขายปีนี้  แต่ต้องยอมรับว่าหลายบริษัทเป็นหุ้นที่จ่ายเงินปันผลในระดับสูงมาโดยตลอด โดย บล.กสิกรไทย  ประเมินว่า กลุ่มอสังหาฯ ได้ผ่านจุดต่ำของปีนี้ไปแล้วในไตรมาส 2/2562  ทำให้ภาพรวมครึ่งปีหลัง ผู้ประกอบการอสังหา ฯ จะ ปรับกลยุทธ์การพัฒนาโครงการ รับมือกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนไปในตลาดได้ นอกจากนี้  ดอกเบี้ยขาลง อาจเป็นอีกแรงสนับสนุนการตัดสินใจซื้อ จึงคาดว่ากำไรในครึ่งหลังของปี 2562 จะดีกว่าครึ่งปีแรก 

    PTTGC  โบรกเกอร์ มีความเห็นที่สอดคล้องกันคาด  Dividend yield น่าจะอยู่ที่ระดับ 4% ต่อปีได้ โดย บล.ฟินันเซีย ไซรัส ประเมินว่าหากสถานการณ์สงครามการค้าดีขึ้น ก็จะช่วยปิดความเสี่ยงขาลงของ Product spread ได้ แม้ว่าสถานการณ์ส่วนต่างผลิตภัณฑ์โอเลฟินส์และอะโรเมติกส์ 3QTD จะยังไม่ดีขึ้น แต่ค่าการกลั่นที่สูงขึ้นช่วยบรรเทาผลกระทบได้เล็กน้อย แต่โรงกลั่นจะไม่ได้รับประโยชน์จาก IMO เต็มที่ใน 4Q19 เพราะมีปิดซ่อมบำรุง ต.ค.-พ.ย.   นอกจากนี้ราคาหุ้นที่ต่ำสุดในรอบ 3 ปีก็ทำให้ PBV เหลือเพียง 0.8 เท่า

    KKP    บล.ฟิลลิป ยังคงประมาณการกำไรปี 62 ของ KKP ไว้ที่ 6.1 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.1% y-y  คงราคาพื้นฐาน 81 บาท KKP เป็นหุ้นที่มีปันผล โดดเด่น โดยคาดว่าจะจ่าย 5.10 บาท/หุ้น คิดเป็น div. yield สูงถึง 7.5% แนะนำ “ซื้อ”

    TISCO    บล.ฟินันเซีย ไซรัส ยกให้TISCO เป็นหุ้นปันผลเด่น เราคาดจ่าย 7 บ/หุ้น (yield 6.7%) ทั้งปีนี้และปีหน้า ยังคงแนะนำซื้อ พร้อมปรับไปใช้ราคาเป้าหมายปีหน้าที่ 116 บาท คาดกำไรสุทธิปีหน้า 7.8 พันลบ. +5.6% Y-Y จากสินเชื่อที่โต 5% และสำรองในระดับต่ำ ส่วนกำไรปีนี้คาด +5.1% Y-Y เป็น 7.37 พันลบ. สำหรับกำไร 3Q19 คาด +3.5% Q-Q, +2.6% Y-Y เป็น 1.86 พันลบ. จากการตั้งสำรองลดลง การยุติความร่วมมือในธุรกิจที่ปรึกษาการลงทุนกับ Deutsch Bank เชื่อว่ากระทบเพียงเล็กน้อย  

    SPRC  เป็นหนึ่งในหุ้นที่จ่ายเงินปันผลต่อเนื่องปีละ 2 ครั้ง   แต่จะมีให้เห็นในปีนี้ ที่บริษัทประกาศงดปันผล หลังไตรมาส 4/61 บริษัทขาดทุนหนักถึง 3.9 พันล้านบาท เหตุขาดทุสต็อกน้ำมัน ส่งผลให้กำไรทั้งปี 61 ทรุดตัวแรง   แม้ผลดำเนินงานจะมาฟื้นตัวในไตรมาส 1/62 แต่ก็กลับไปขาดทุนอีกรอบในไตรมาส 2/62  แต่บริษัทยังกัดฟันประกาศจ่ายปันผลระหว่างกาล  0.1202 บาทต่อหุ้น  โดย บล.เคทีบี (ประเทศไทย) ยังแนะ "ซื้อ) ราคาเป้าหมายที่ 13.30 บาท อิง EV/EBITDA ที่ 5.5 เท่า ยังมีปัจจัย IMO เข้ามาช่วยให้ค่าการกลั่นกลับไปสู่ระดับ 6-7 เหรียญ/บาร์เรลในช่วง 2H19

    TVO  หุ้นน้ำมันพืชที่ยังคงจ่ายปันผลติดต่อกันมามากกว่า 10 ปี  แม้ช่วงครึ่งแรกปี 62  การทำกำไรไม่สดใสนัก ลดลงถึง 39% ต้นทุนจากสงครามการค้ากระทบราคาถั่วเหลืองผันผวนมาก   อย่างไรก็ตาม บล.ฟิลิป (ประเทศไทย) ยมีมุมมองเป็นบวกมากขึ้นต่อแนวโน้มการดำเนินงานในช่วงที่เหลือของ ปีว่าจะกลับมาฟื้นตัวอีกครั้งจ ากส่วนต่างราคาขายที่ดีขึ้น  มีการขยายกำลังการผลิ  อีกทั้งยังคงเป็นหุ้นที่ให้ผลตอบแทนเงินปันผลที่ดีและสม่ำเสมอ ณ ราคาปัจจุบัน คงแนะนำ "ซื้อ" ราคาพื้นฐานปี 2563 อยู่ที่ 31 บาท

    HANA  ปี  62 ถือเป็นอีกปีที่เป็นความท้าทายของธุรกิจ เหตุจากสงครามการค้าส่งผลกระทบต่อธุรกิจ  และในช่วงครึ่งปีหลังยังมีแรงกดดันจากเงินบาทที่แข็งค่า   บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส คาดยอดขายอาจเพิ่มขึ้นใน 2H62F แต่เป็นเพียงชั่วคราว ปัจจัยที่ทำให้ยอดขายสินค้าสำหรับสมาร์ทโฟนคอมพิวเตอร์ และแลบทอป มีโอกาสดีขึ้นใน 2H62F เพราะสหรัฐขยายระยะเวลาเรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากจีนไปเป็น 15 ธ.ค.62 แต่เมื่ออัตราภาษีมีผลบังคับใช้ก็อาจทำให้ปริมาณการผลิตอ่อนลงใน 1H63F คงคำแนะนำ Fully Valued ให้ราคาพื้นฐาน 25 บาท (อิง P/E ปี 63 ที่ 12 เท่า) ทังนี้มองว่าธุรกิจยังมีความท้าทายสูงในช่วงที่สงครามกา รค้าระหว่างสหรัฐกับจีนยืดเยื้อ คาดการณ์ Dividend Yield ปี 63F ไว้ที่ 4.1%

    KCE     บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) ปรับลดประมาณการณ์กำไรปกติปีนี้ เปน 1.4 พันล้านบาท  (-18.5% YoY) ขณะที่ 2H62 กำไรอาจไม่ฟื้นตัว อย่างที่คาดไว้ก่อนหน้าหลังเผชิญทั้ง 1) สงครามการค้าที่รุนแรงขึ้นทำให้สินค้าฟุ่มเฟือยโดยเฉพาะรถยนต์มีความต้องการลดลง 2) ค่าเงินบาท/หยวน (YTD +5.5%) ผลของการ fixed ค่าเงินให้ต่ำของจีน ทำให้ความสามารถในการแข่งขันของคู่แข่งหลักในจีนสูงขึ้นเชิงเปรียบเทียบ 3) แรงกดดัน Brexit 
    ผลของการปรับลดประมาณการทำให้ราคาเหมาะสม ณ สิ้นปี 2562 ปรับลดเป็น 14.50 บาทต่อหุ้น อิง PER62 ที่ 15.5x (เท่ากับค่าเฉลี่ย regional peer) เราแนะนำรอสัญญาณฟื้นตัวดังนี้ 1) ค่าเงินหยวน/บาท หยุดอ่อนค่า และ 2) ตลาดรถยนต์กลับมาเติบโต YoY อีกครั้ง ในแง่เงินปันผล แม้ KCE จ่ายปันผล 1H62 ที่ payout เกิน 100% แต่เรายังคงสมมติฐาน payout ratio ทั้งปีที่ 70% ตามเดิม

    MAJOR    ในช่วงไตรมาส 2/62  บริษัททำกำไรได้กว่า 500 ล้านบาท   แม้เมื่อรวมผลงานครึ่งปีแรกดูไม่สดใสนัก แต่โบรกเกอร์ประเมินว่า ในช่วงไตรมาส 3/62  บริษัทที่มีโอกาสสร้างรายได้ตามหนังที่ได้รับความนิยม  มีหน้าหนังที่น่าสนใจมากกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน โดย บล.ทรีนิตี้ ประเมินว่า  จะมีหนังไทยที่มีจำนวนเข้าฉายสูงถึง 14 เรื่อง เราจึงคงคำแนะนำ "ซื้อ" โดยราคาเป้าหมายปี 2020 ที่ 31.50 บาท ถึงแม้ว่าราคาหุ้นในปัจจุบันจะเข้าใกล้ราคาเป้าหมายของเราจนเริ่มมี Upside จำกัด แต่บริษัทยังจ่ายเงินปันผลในระดับที่น่าสนใจที่ระดับ 4.6% ต่อปี และได้มีการจ่ายเงินปันผลระหว่างการที่ 0.65 บาทต่อหุ้น คิดเป็นอัตราเงินปันผล 2.4%







บทความอื่นๆที่น่าสนใจ



RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh