Bernstein ชี้ “Project Crypto” คือ วิสัยทัศน์ใหม่ที่กล้าหาญที่สุดของ SEC ยุค Paul Atkins ซึ่งอาจทำให้สหรัฐฯ กลับมาเป็นศูนย์กลางด้านการเงินบนบล็อกเชนของโลก
ในรายงานล่าสุดที่เผยแพร่โดย บริษัทวิเคราะห์ Bernstein ระบุว่า โครงการ “Project Crypto” ของก.ล.ต.สหรัฐฯ ที่นำโดย Paul Atkins เป็น “วิสัยทัศน์ที่กล้าหาญ และเปลี่ยนแปลงมากที่สุดเท่าที่เคยมีจากประธาน SEC ที่ดำรงตำแหน่งอยู่” และอาจเป็นแรงขับเคลื่อนให้สหรัฐฯ กลับมาเป็นศูนย์กลางของนวัตกรรมด้านบล็อกเชนอีกครั้ง
โครงการนี้ถูกเปิดตัวอย่างเป็นทางการในการกล่าวสุนทรพจน์ที่ชื่อว่า “American Leadership in the Digital Finance Revolution” ในวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา (31 ก.ค.) โดย Paul Atkins ประธาน SEC ได้ชูแนวคิดว่าโครงการ “Project Crypto” คือ วิวัฒนาการครั้งสำคัญของกฎระเบียบตลาดทุน ที่จะยกระดับสหรัฐฯ ให้ก้าวทันเทคโนโลยีการเงินยุคดิจิทัล
ทั้งนี้ Atkins ยังเปรียบการปฏิรูปในครั้งนี้กับเหตุการณ์ประวัติศาสตร์หลายช่วง ตั้งแต่ข้อตกลงใต้ต้น Buttonwood ในปี 1792 ที่นำไปสู่การก่อตั้งตลาดหุ้นนิวยอร์ก (NYSE) และ การเปลี่ยนผ่านสู่ระบบซื้อขายอิเล็กทรอนิกส์ในยุค 1990 พร้อมกล่าวว่า “หากไม่ปรับตัว กฎระเบียบทางการเงินของสหรัฐฯ อาจล้าหลังประเทศอื่นๆ ในโลก”
นักวิเคราะห์จาก Bernstein ชี้ว่า โครงการนี้จะช่วย ดึงนวัตกรรมคริปโทฯ ให้กลับเข้าสู่สหรัฐฯ จากการปรับปรุงกฎเก่าที่เคยเป็นอุปสรรคต่อการเติบโตของอุตสาหกรรม และทำให้บริษัทหลายแห่งย้ายถิ่นฐานไปยังต่างประเทศ
ยุคการกำกับดูแลของ Atkins ต่างจากยุคของอดีตประธาน Gary Gensler ที่มองว่า สินทรัพย์คริปโทส่วนใหญ่คือ “หลักทรัพย์”
Atkins มองว่า “คริปโทส่วนใหญ่ไม่ใช่หลักทรัพย์” และความสับสนในกฎหมายอย่าง Howey Test ก็เป็นหนึ่งในปัจจัยที่ขัดขวางการระดมทุน และการเติบโตของตลาดทุนในสหรัฐฯ
โดย SEC วางแผนจะออกแนวทางที่ชัดเจนในการจัดหมวดหมู่สินทรัพย์คริปโท เช่น Digital Commodities, Stablecoins และ Digital Collectibles พร้อมทั้งเปิดทางให้มีการ tokenized สินทรัพย์ภายใต้กฎหมายสหรัฐฯ โดยที่ไม่ต้องพึ่งพาโครงสร้างนอกประเทศอีกต่อไป
นอกจากนี้ SEC ยังจะอนุญาตให้ โบรกเกอร์ดีลเลอร์สามารถให้บริการทั้งผลิตภัณฑ์การเงินแบบดั้งเดิม และคริปโทฯ ในใบอนุญาตเดียว ผ่านใบอนุญาตใหม่ที่เรียกว่า “Reg-Super App” แทนที่จะต้องแยกขออนุญาตจากทั้งระดับรัฐ และรัฐบาลกลางเหมือนในอดีต
ซึ่งที่สำคัญที่สุดคือ SEC มีแผนจะปรับปรุงกฎเกณฑ์ครั้งใหญ่ เพื่อเปิดรับโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินแบบ Onchain เช่น Automated Market Maker (AMM), โปรโตคอลกู้ยืมแบบ tokenized และแพลตฟอร์ม DeFi ภายใต้กรอบการกำกับดูแล
Bernstein มองว่า แนวทางใหม่นี้อาจเป็นจุดเริ่มต้นของ ตลาดทุนแบบ 24/7, การชำระธุรกรรมแบบเรียลไทม์ และการใช้สินทรัพย์หลากหลายเป็นหลักประกันร่วมกัน ซึ่งเป็นสิ่งที่อาจพลิกโฉมตลาดการเงินแบบดั้งเดิมทั้งหมด
Atkins กล่าวปิดท้ายว่า “ตั้งแต่รากไม้ของต้น Buttonwood จนถึงบล็อกเชนแห่งอนาคต ลมแห่งนวัตกรรมยังคงพัดต่อไป และหน้าที่ของเราคือพัดพาสหรัฐฯ ให้เป็นผู้นำ เราจะไม่ยืนดูอยู่เฉยๆ เราจะเป็นผู้นำ เราจะสร้าง และเราจะเขียนบทใหม่ของนวัตกรรมทางการเงินจากที่นี่… ในอเมริกา”
แปลและเรียบเรียง : สหรัฐ ฉัตราพงษ์
ที่มา : theblock