Silicon Valley Bank มองตลาดสินเชื่อที่ใช้ Bitcoin เป็นหลักประกันกำลังก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ที่ขับเคลื่อนโดยสถาบันการเงิน หลังผ่านวิกฤตสินเชื่อคริปโทฯ ในปี 2022 บีบให้อุตสาหกรรมต้องยกระดับมาตรฐานการบริหารความเสี่ยง
รายงานล่าสุดของ Silicon Valley Bank (SVB) เผยว่า Bitcoin Lending หรือการกู้ยืมโดยใช้ Bitcoin เป็นหลักประกัน กำลังเปลี่ยนผ่านจากตลาดเฉพาะกลุ่มของผู้เล่นคริปโท ไปสู่ตลาดสินเชื่อที่มีสถาบันการเงินแบบดั้งเดิมเข้ามามีบทบาทมากขึ้น
SVB ระบุว่า หลังการล่มสลายของผู้ให้กู้คริปโทรายใหญ่อย่าง Celsius, BlockFi และ Genesis ในช่วงปี 2022-2023 อุตสาหกรรมได้เรียนรู้บทเรียนสำคัญเกี่ยวกับการบริหารความเสี่ยง ไม่ว่าจะเป็นการใช้เลเวอเรจสูงเกินไป การนำสินทรัพย์ลูกค้าไปใช้ซ้ำ รวมถึงความไม่สอดคล้องระหว่างระยะเวลาของสินทรัพย์และหนี้สิน ส่งผลให้ผู้เล่นรุ่นใหม่หันมาให้ความสำคัญกับการปล่อยกู้แบบมีหลักประกันเต็มจำนวน และการบริหารความเสี่ยงที่โปร่งใสมากขึ้น
รายงานระบุว่า ปัจจุบันธนาคารขนาดใหญ่หลายแห่งในสหรัฐเริ่มเปิดให้บริการสินเชื่อที่ใช้ Bitcoin เป็นหลักประกันแล้ว ขณะที่มูลค่าตลาดสินเชื่อคริปโทฯ ที่มีสินทรัพย์ค้ำประกันอยู่ที่ประมาณ 67,000 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 49% จากปีก่อน
ทางด้าน Ledn บริษัทผู้ให้บริการสินเชื่อ ประเมินว่าตลาดสินเชื่อบิตคอยน์สำหรับรายย่อยในปัจจุบันมีมูลค่าอยู่ที่ราว 3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และมีโอกาสเติบโตขยายสัดส่วนไปแตะระดับ 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐได้ในช่วง 10 ปีข้างหน้า
ปัจจัยหลักที่จะผลักดันการเติบโตคือ การที่นักลงทุนผู้ถือครองบิตคอยน์ระยะยาว ต้องการนำสินทรัพย์มาค้ำประกันเพื่อขอกู้เป็นเงินสดไปใช้หมุนเวียนหรือใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน โดยไม่ต้องเทขายเหรียญทิ้ง ซึ่งถือเป็นกลยุทธ์ที่ช่วยสร้างประโยชน์ทางภาษี (Tax efficiency) ได้อีกทางหนึ่ง
ล่าสุดตราสารหนี้ที่มีสินทรัพย์ค้ำประกัน (Asset-backed security) มูลค่า 188 ล้านดอลลาร์ของบริษัท Ledn เพิ่งได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือในระดับน่าลงทุน (Investment-grade rating) ซึ่งถือเป็นดีลค้ำประกันด้วยบิตคอยน์ครั้งแรกที่ได้รับมาตรฐานนี้
SVB มองว่า ปัจจัยสำคัญที่ผลักดันการเติบโตของตลาดนี้คือ นักลงทุนระยะยาวจำนวนมากต้องการสภาพคล่องโดยไม่ต้องขาย Bitcoin ของตนเอง ไม่ว่าจะเพื่อลดภาระภาษี ใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน หรือรองรับค่าใช้จ่ายส่วนบุคคล ขณะที่ผู้ให้กู้เริ่มมีความมั่นใจมากขึ้นในการรับ Bitcoin ซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่มีสภาพคล่องสูงมาใช้เป็นหลักประกัน
แม้อัตราดอกเบี้ยของสินเชื่อที่ใช้ Bitcoin เป็นหลักประกันยังอยู่ในระดับสูงประมาณ 7.5%-16% ต่อปี แต่ SVB เชื่อว่าการเข้ามาของธนาคารและกองทุนสินเชื่อเอกชน (Private credit funds) เข้ามาแข่งขันในตลาดนี้มากขึ้น จะส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยค่อยๆ ปรับตัวลดลง
โดยล่าสุด Strike ได้เปิดตัวสินเชื่อดอกเบี้ย 7.5% สำหรับวงเงินตั้งแต่ 5 ล้านดอลลาร์ขึ้นไป ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากวงเงินสินเชื่อมูลค่า 2.1 พันล้านดอลลาร์จาก Tether
นอกจากนี้ SVB ยังมองว่าเครือข่าย Lightning Network อาจกลายเป็นตัวเร่งสำคัญของอุตสาหกรรมในอนาคต ผ่านความสามารถในการโอนหลักประกัน การเรียกหลักประกันเพิ่ม (Margin Call) และการชำระบัญชีได้เกือบแบบเรียลไทม์ ซึ่งอาจทำให้ตลาดสินเชื่อ Bitcoin มีประสิทธิภาพและขยายตัวได้มากขึ้นภายใต้ระบบการเงินแบบดั้งเดิม
ที่มา : coindesk