เจ้าหน้าที่ในรัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เตรียมจัดประชุมร่วมกับผู้นำจากแวดวงธนาคารและคริปโทในวันจันทร์นี้ เพื่อหารือแนวทางฟื้นร่างกฎหมาย CLARITY Act ที่ยังค้างอยู่ในวุฒิสภา
แหล่งข่าวใกล้ชิดเปิดเผยกับสำนักข่าว Reuters ว่า การประชุมครั้งนี้จัดโดยคณะทำงานด้านคริปโทของทำเนียบขาว โดยจะเชิญกลุ่มผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมเข้าร่วมพูดคุยถึงประเด็นที่ยังเป็นข้อถกเถียง โดยเฉพาะเรื่อง “ผลตอบแทน” หรือ “ดอกเบี้ย” ที่ได้จากการถือครอง Stablecoin ที่ผูกกับดอลลาร์
ร่าง CLARITY Act เป็นความพยายามของสภาคองเกรสในการวางโครงสร้างการกำกับดูแลคริปโทในสหรัฐฯ อย่างเป็นระบบ โดยเฉพาะการแบ่งอำนาจกำกับระหว่างหน่วยงาน SEC และ CFTC แต่กฎหมายนี้ติดปัญหาใหญ่อยู่ที่ “ดอกเบี้ยจาก Stablecoin”
แม้กฎหมาย GENIUS Act ที่ผ่านไปเมื่อกลางปี 2025 จะห้ามไม่ให้ผู้ออก Stablecoin จ่ายดอกเบี้ยโดยตรง แต่ยังไม่มีข้อชัดเจนว่าผู้ให้บริการรายอื่น เช่น กระดานเทรดหรือแพลตฟอร์ม DeFi สามารถให้ผลตอบแทนได้หรือไม่ ช่องโหว่นี้จึงกลายเป็นชนวนให้เกิดความขัดแย้งระหว่างธนาคารแบบดั้งเดิมกับบริษัทคริปโท
กลุ่มธนาคาร โดยเฉพาะ Bank of America ออกโรงเตือนว่า Stablecoin ที่ให้ดอกเบี้ยจะดูดเงินฝากออกจากระบบธนาคารมูลค่าสูงถึง 6 ล้านล้านดอลลาร์ ซึ่งเสี่ยงกระทบกับการปล่อยกู้และดันดอกเบี้ยให้สูงขึ้น
ในทางกลับกัน Coinbase ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ให้บริการที่เสนอรางวัลจากการถือครอง Stablecoin มองว่าธนาคารแค่กลัวการแข่งขัน โดยล่าสุด Brian Armstrong ซีอีโอของ Coinbase ถึงขั้นประกาศถอนการสนับสนุน CLARITY Act ไปแล้ว พร้อมระบุว่า “ถ้าร่างกฎหมายจะออกมาแย่ขนาดนี้ ก็ขอไม่มีเสียดีกว่า”
อย่างไรก็ตาม แม้ Coinbase จะคัดค้าน แต่บริษัทและองค์กรใหญ่ในวงการคริปโทบางส่วน เช่น Ripple, Kraken, a16z, Coin Center และ Digital Chamber ยังคงสนับสนุนแนวทางของวุฒิสภาในภาพรวม สะท้อนว่าความเห็นในอุตสาหกรรมนี้ยังแตกออกเป็นหลายฝ่าย
ที่มา : cointelegraph