ผู้ร่วมก่อตั้ง Ethereum ชี้พัฒนาการ AI กำลังก้าวข้ามขีดจำกัดและเก่งกว่ามนุษย์มากกว่าที่คิด จึงไม่ควรเปรียบเทียบด้วยคะแนน “ความฉลาด” เพียงด้านเดียว แต่ควรมองเป็นชุดความสามารถหลายมิติ ทั้งทางกายภาพ การคำนวณ กลยุทธ์ ความคิดสร้างสรรค์ และความฉลาดทางอารมณ์
Vitalik Buterin ผู้ร่วมก่อตั้ง Ethereum โพสต ์X เผยมุมมองที่น่าสนใจเกี่ยวกับพัฒนาการอันรวดเร็วของ AI โดยเขาเชื่อว่าในขณะนี้เทคโนโลยีดังกล่าวได้พัฒนาขีดความสามารถจนแซงหน้ามนุษย์ไปแล้วในหลายๆ ด้าน ซึ่งเป็นสิ่งที่คนส่วนใหญ่อาจจะยังคิดไม่ถึง
Buterin ชี้ให้เห็นว่า ตลอดเวลาที่ผ่านมา ผู้คนมักจะเปรียบเทียบความสามารถระหว่าง AI กับมนุษย์ผ่าน “มาตรวัดเพียงด้านเดียว” อย่างเช่น การวัดระดับสติปัญญา (Intelligence) หรือประสิทธิภาพในการสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ ซึ่งเขามองว่าการเปรียบเทียบด้วยวิธีนี้ทำให้เกิดความเข้าใจผิดและเป็นการประเมินความสามารถของ AI กับมนุษย์ด้วยมุมมองที่ผิดพลาด
แท้จริงแล้ว ทั้งมนุษย์และ AI ควรถูกมองว่า ต่างก็มีกลุ่มความสามารถที่หลากหลายและกว้างขวางมาก ตั้งแต่การใช้แรงงานกายภาพ เช่น การเดิน การใช้มือทำสิ่งต่างๆ ไปจนถึงทักษะด้านกระบวนการคิดวิเคราะห์ เช่น การวางแผนเชิงกลยุทธ์ ความฉลาดทางอารมณ์ และการคิดเลขในใจ
เขาได้ยกตัวอย่างย้อนกลับไปในยุคอดีตช่วงปี ค.ศ. 1500 ที่มนุษย์เริ่มสร้างกังหันน้ำและกังหันลม ในยุคนั้นเครื่องจักรเหล่านี้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อทำงานเฉพาะเจาะจงบางอย่าง และสามารถดึงพลังงานจากธรรมชาติมาใช้ประโยชน์ได้ดีกว่ามนุษย์มาก แต่มนุษย์ก็ยังคงมีทักษะเหนือกว่าในด้านอื่นๆ แทบทั้งหมด
ซึ่งในปัจจุบัน ระบบ AI ก็กำลังดำเนินรอยตามรูปแบบเดียวกันในหน้าประวัติศาสตร์นั้น ทว่าเกิดขึ้นในสเกลที่ใหญ่และกว้างขวางกว่าอย่างมหาศาล โดยสามารถเอาชนะข้อจำกัดของมนุษย์ในรูปแบบที่เหนือความคาดหมายของยุคนี้ไปแล้ว
พร้อมกับเสริมอีกว่า AI ไม่ได้กำลังจะเข้ามา “แทนที่” มนุษย์ในชั่วข้ามคืน แต่เทคโนโลยีนี้จะค่อยๆ แทรกซึมและขยายบทบาทเข้าไปในสายงานต่างๆ มากขึ้นเรื่อยๆ โดยจะทยอยเก่งกว่ามนุษย์ไปทีละทักษะตามการพัฒนาของตัวเทคโนโลยี
ดังนั้น การประเมินวิวัฒนาการของ AI จึงไม่ควรตั้งคำถามในภาพรวมแค่ว่า “มันฉลาดกว่าคนหรือยัง?” แต่ควรเปลี่ยนไปวัดผลจากจำนวนหน้าที่และชิ้นงานที่ AI สามารถทำออกมาได้ดี ซึ่งกำลังมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ จะถือเป็นการประเมินที่สมเหตุสมผลกว่า
ด้านมุมมองผู้ติดตามเขาบน X ในภาพรวมค่อนข้างสนใจและเห็นด้วยกับโพสต์นี้ หลายคนมองว่าการใช้คะแนนความฉลาดตัวเดียวเปรียบเทียบมนุษย์กับ AI ไม่เหมาะสม บางคนเห็นว่าบอตปัจจุบันยังทำงานจริงได้ไม่ดีพอ แม้มีโอกาสแซงมนุษย์ในอนาคต บางส่วนเชื่อว่าผู้ที่เรียนรู้ใช้ AI จะยังรักษาความได้เปรียบ และ AI จะแทนที่คนที่ไม่ปรับตัวมากกว่าแทนที่มนุษย์ทั้งหมด และเมื่อ AI เป็นผู้ลงมือทำมนุษย์จะเปลี่ยนจาก “ผู้ผลิตงาน” เป็น “ผู้ตรวจงาน”
ที่มา : U.today x.com