VanEck คาดบิตคอยน์เข้าสู่ช่วงสะสมพลังเพื่อเตรียมตัวฟื้นกลับเป็นขาขึ้นรอบใหม่ในช่วงเดือน ก.ย.-พ.ย.นี้ ท่ามกลางเม็ดเงิน Spot Bitcoin ETF ประคองตลาด แต่ก็เตือนว่ายังไม่สามารถระบุจุดต่ำสุดที่ชัดเจนได้
VanEck บริษัทจัดการสินทรัพย์ชั้นนำของโลก เผยแพร่รายงานวิเคราะห์เมื่อวันที่ 18 สิงหาคมที่ผ่านมาว่า บิตคอยน์อาจกำลังเตรียมตัวเข้าสู่ “ช่วงสะสมพลัง” (Accumulation phase) ซึ่งเป็นสัญญาณว่าแนวโน้มขาลงที่ดำเนินมาอย่างยาวนานใกล้จะสิ้นสุดลงแล้ว โดยคาดว่าจุดเปลี่ยนสำคัญของตลาดจะเกิดขึ้นในช่วงระหว่างเดือนกันยายนถึงพฤศจิกายนนี้
หากนับตั้งแต่ราคาบิตคอยน์เคยพุ่งแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์เมื่อเดือนตุลาคม 2568 ตลาดขาลงในรอบนี้ได้ดำเนินมาต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 10 แล้ว โดยราคาดิ่งลงมาประมาณ 49% จากจุดสูงสุดดังกล่าว
สำหรับนักลงทุนทั่วไปอาจจะกังวลว่าราคาจะดิ่งลงไปมากกว่านี้หรือไม่ ทาง VanEck ประเมินว่า ตลาดหมีในรอบนี้จะไม่ดิ่งลึกรุนแรงเท่ากับรอบในอดีตที่เคยดิ่งยับเยินถึง 78% – 94% เนื่องจากในปัจจุบันมีแรงซื้อที่แข็งแกร่งจากกลุ่มนักลงทุนสถาบันและแรงหนุนจากกองทุนรวมดัชนี (Spot ETF) เข้ามาช่วยพยุงราคาเอาไว้
อย่างไรก็ตาม ผลวิเคราะห์ของ VanEck ก็เตือนให้นักลงทุนเผื่อใจไว้ด้วยว่า แม้ตัวบ่งชี้ความยอมแพ้ของตลาด (Capitulation indicators) จะยังส่งสัญญาณอยู่ถึง 8 จากทั้งหมด 12 ตัว แต่สิ่งที่สัญญาณเหล่านี้บอกได้ เพียงว่าตลาดอาจกำลังอยู่ในช่วงท้ายของวัฏจักรขาลงเท่านั้น ยังไม่ได้หมายความว่า Bitcoin ถึงจุดต่ำสุดแล้ว และพร้อมดีดตัวขึ้นทันที
ข้อมูลทางสถิติชี้ว่า ในอดีตเมื่อเกิดสัญญาณยอมแพ้ระดับนี้ ราคาบิตคอยน์มักจะเคลื่อนไหวออกด้านข้าง (Sideways) ต่อไปอีกระยะหนึ่ง โดยเฉลี่ยแล้วในช่วง 90 วันหลังจากเกิดสัญญาณนี้ บิตคอยน์จะให้ผลตอบแทนเฉลี่ยอยู่ที่ 12.8% (ต่ำกว่าผลตอบแทนเฉลี่ยปกติที่ 15.2%) และในระยะ 180 วัน จะให้ผลตอบแทนเฉลี่ย 32% ซึ่งจะเริ่มแสดงการเติบโตที่โดดเด่นเอาชนะตลาดปกติได้ก็ต่อเมื่อผ่านพ้นระยะเวลา 1 ปีขึ้นไปเท่านั้น
สิ่งที่จะเป็นตัวตัดสินว่าตลาดบิตคอยน์จะฟื้นตัวได้จริงตามทฤษฎีนี้หรือไม่ คือพฤติกรรมของสองแรงขับเคลื่อนหลักในตลาด ดังนี้
1.เม็ดเงินจากกองทุน Spot Bitcoin ETF ในสหรัฐฯ โดยในช่วง 30 วันที่ผ่านมา กองทุนเหล่านี้มียอดเงินทุนไหลเข้าสุทธิสูงถึง 663 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 10,400 บิตคอยน์) พลิกฟื้นจากยอดเงินไหลออก 2.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในเดือนก่อนหน้า ล่าสุดข้อมูลวันที่ 17 และ 18 สิงหาคม ก็มีเงินไหลเข้าก๊อกใหม่รวมกันอีกกว่า 486.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ช่วยพยุงราคาบิตคอยน์ให้เคลื่อนไหวอยู่แถวระดับ 64,250 ดอลลาร์สหรัฐ
2.การเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ถือครองระยะยาว (Long-term holders)พบว่าเหรียญบิตคอยน์ที่ถูกถือครองไว้นานกว่า 1 ปี มีปริมาณลดลงไปกว่า 356,534 บิตคอยน์ในรอบ 30 วัน ซึ่งส่วนหนึ่งอาจเกิดจากความตื่นตระหนกเรื่องระบบความปลอดภัยของกระเป๋าเงินดิจิทัลยี่ห้อ Coldcard ที่เพิ่งมีข่าวช่องโหว่ความปลอดภัยไปก่อนหน้านี้ ทำให้ผู้ถือครองต้องย้ายเหรียญเพื่อความปลอดภัย มากกว่าจะเป็นการโอนเพื่อนำไปเทขายจริง
VanEck มองว่า ช่วงเดือนกันยายนถึงพฤศจิกายนจะเป็นช่วงสำคัญในการทดสอบสมมติฐานนี้ หากความต้องการซื้อ Spot เพิ่มขึ้น ปริมาณการซื้อขายฟื้นตัว และการลดลงของ Bitcoin ที่ถือโดยนักลงทุนระยะยาวเริ่มทรงตัว ก็จะช่วยหนุนมุมมองว่าตลาดกำลังเข้าสู่ช่วงสะสม แต่หากแรงขายยังดำเนินต่อ หรือเงินไหลออกจากกองทุนกลับมาอีกครั้ง ก็จะทำให้มุมมองว่าตลาดกำลังเข้าสู่ช่วงสะสมมีน้ำหนักน้อยลง
ที่มา : Crypto.news