OKXICE ยื่นเอกสารเตรียมเปิดตัวแพลตฟอร์มซื้อขายหุ้นสหรัฐฯ ในรูปแบบโทเคนกว่า 60 บริษัท ทั้ง Nvidia, Tesla และ Apple โดยรองรับการซื้อขายด้วยสเตเบิลคอยน์ตลอด 24 ชั่วโมง 7 วัน ผ่านระบบบล็อกเชน
OKXICE ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนระหว่างกระดานเทรดคริปโทเคอร์เรนซี OKX และ Intercontinental Exchange (ICE) ผู้ถือหุ้นใหญ่และบริษัทแม่ของตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก (NYSE) ได้ยื่นเอกสารต่อหน่วยงานกำกับดูแล เพื่อเตรียมเปิดตัวแพลตฟอร์มการซื้อขายหุ้นสหรัฐอเมริกาในรูปแบบโทเคน (Tokenized U.S. Stocks) มากกว่า 60 บริษัท โดยมีหุ้นเทคโนโลยีและหุ้นกู้ยักษ์ใหญ่ระดับโลกที่มีแผนนำมา Tokenize บนบล็อกเชน เช่น Nvidia, Tesla, Apple, Microsoft, Amazon, Alphabet รวมไปถึงหุ้นกลุ่มการเงินและคริปโทฯ อย่าง JPMorgan, Goldman Sachs, Coinbase และ Circle
จุดเด่นสำคัญของแพลตฟอร์มนี้คือ นักลงทุนจะสามารถทำการซื้อขายหุ้นได้ตลอด 24 ชั่วโมง 7 วัน ไม่มีวันหยุด แม้จะเป็นช่วงคืนวันเสาร์หรือวันอาทิตย์ที่ตลาดหุ้นหลักอย่าง Nasdaq หรือ NYSE ปิดทำการก็ตาม
อย่างไรก็ดี เอกสารระบุว่าบริษัทจดทะเบียนมีสิทธิยื่นคัดค้านการนำหุ้นของตนเข้ามาซื้อขายบนแพลตฟอร์มภายในกรอบเวลา 30 วัน เช่นกรณีของบริษัท Cerebras ที่ได้ยื่นคัดค้านไปแล้ว
กลไกการทำงาน: 1 โทเคนต่อ 1 หุ้น พร้อมสิทธิปันผลและโหวต
การลงทุนในลักษณะนี้คือการถือครองโทเคนดิจิทัลที่ใช้แทนสิทธิในหุ้นจริง โดยเอกสารการยื่นขออนุญาตระบุว่า หุ้นอ้างอิงจริงจะถูกถือครองไว้โดยบริษัทหลักทรัพย์ที่จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย (Registered Broker-Dealer) ในอัตราส่วน 1 ต่อ 1 กล่าวคือ 1 โทเคนจะมีหุ้นจริงค้ำประกันไว้ 1 หุ้นเสมอ
นอกจากนี้ ผู้ถือโทเคนยังคงได้รับสิทธิประโยชน์ทางเศรษฐกิจและสิทธิของผู้ถือหุ้นตามกฎหมายเหมือนการถือหุ้นปกติทุกประการ ไม่ว่าจะเป็นสิทธิในการรับเงินปันผล (Dividends) และสิทธิในการออกเสียงลงมติของผู้ถือหุ้น (Voting Rights)
ในด้านการซื้อขาย นักลงทุนจะไม่ใช้เงินดอลลาร์ แต่จะชำระเงินด้วยสเตเบิลคอยน์ หรือดอลลาร์ดิจิทัล เช่น USDC, USDT และ USDG นอกจากนี้ ระบบจะไม่ได้จับคู่ออเดอร์เสนอซื้อเสนอขายแบบดั้งเดิม (Order Book) แต่จะใช้นวัตกรรมพูลสภาพคล่อง (Liquidity Pools) และระบบผู้สร้างสภาพคล่องอัตโนมัติ (Automated Market Maker: AMM) บนเครือข่ายบล็อกเชน XLayer ของ OKX โดยใช้โครงสร้างของ Uniswap ซึ่งเป็นกระดานเทรดแบบกระจายศูนย์
ทั้งนี้ แพลตฟอร์มดังกล่าวไม่ใช่ระบบนิรนาม โดยผู้ลงทุนทุกคนจะต้องผ่านกระบวนการตรวจสอบยืนยันตัวตน และการตรวจสอบตามมาตรการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ก่อนเริ่มทำการซื้อขาย
ข้อจำกัดทางกฎหมายและความท้าทายจากสถาบันการเงิน
แม้จะเป็นก้าวสำคัญของการนำหุ้นสหรัฐฯ เข้าสู่ระบบบล็อกเชน แต่นักวิเคราะห์จาก TD Securities ประเมินว่า ในระยะสั้นอาจยังได้รับความสนใจจากนักลงทุนสถาบันอย่างจำกัด เนื่องจากนักลงทุนสหรัฐฯ มีช่องทางการเข้าถึงตลาดหุ้นที่สะดวกอยู่แล้ว ประกอบกับยังมีความไม่แน่นอนด้านโครงสร้างกฎหมาย
นอกจากนี้ การผ่อนผันข้อบังคับจากคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯ สำหรับโครงการนี้มีระยะเวลาจำกัดเพียง 5 ปี ไม่ใช่หลักเกณฑ์เป็นการถาวร ซึ่งอาจทำให้สถาบันการเงินขนาดใหญ่ลังเลที่จะลงทุนเชื่อมต่อระบบ อย่างไรก็ตาม แพลตฟอร์มนี้จะกลายเป็นการทดสอบครั้งสำคัญครั้งแรกของโลก ว่าโมเดลการนำหุ้นเข้าสู่ระบบบล็อกเชนรูปแบบใดที่จะสามารถขยายตัวได้เร็วที่สุดและกลายเป็นโครงสร้างตลาดหลักในอนาคต
ที่มา : coindesk