รัฐบาลสหรัฐฯ โอน Bitcoin และ Ethereum ที่ยึดได้รวมมูลค่าราว 288 ล้านดอลลาร์ไปยัง Coinbase Prime แม้คำสั่งฝ่ายบริหารจะกำหนดให้ Bitcoin ที่ถูกยึดนำไปเก็บในคลังสำรองเชิงยุทธศาสตร์และไม่ควรถูกขาย
กระเป๋าคริปโทฯ ที่เชื่อมโยงกับรัฐบาลสหรัฐฯ โอน Bitcoin และ Ethereum ที่ถูกยึดรวมมูลค่าประมาณ 288 ล้านดอลลาร์ไปยัง Coinbase Prime เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา อ้างอิงข้อมูลบนบล็อกเชนจาก Arkham
โดย Ethereum ถูกส่งตรงไปยัง Coinbase Prime ขณะที่ Bitcoin ถูกโอนผ่านกระเป๋ากลางที่เพิ่งสร้างขึ้นใหม่ ก่อนส่งต่อไปยังบัญชีฝากของ Coinbase Prime ในเวลาไม่นาน
ธุรกรรมดังกล่าวเกิดขึ้น แม้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะลงนามคำสั่งฝ่ายบริหารเมื่อเดือนมีนาคม 2025 กำหนดให้ Bitcoin ที่รัฐบาลยึดได้ถูกนำไปเก็บไว้ใน Strategic Bitcoin Reserve หรือคลังสำรอง Bitcoin เชิงยุทธศาสตร์ของประเทศ และระบุชัดเจนว่าห้ามนำออกมาเทขาย
กระเป๋าใบแรกที่เชื่อมโยงกับคดีของไรอัน ฟาเรซ หรือที่รู้จักในชื่อ “xanaxman” ได้โอน 2,875 BTC มูลค่าราว 178 ล้านดอลลาร์ไปยังกระเป๋าใหม่ ก่อนที่ Bitcoin ทั้งหมดจะถูกส่งต่อไปยัง Coinbase Prime ในอีกไม่กี่นาทีถัดมา
ส่วนกระเป๋าที่เชื่อมโยงกับ BTC-e แพลตฟอร์มซื้อขายคริปโทฯ ที่ปิดตัวไปแล้ว ได้โอน 925.512 BTC มูลค่าประมาณ 57 ล้านดอลลาร์ผ่านรูปแบบเดียวกัน คือส่งออกจากกระเป๋าที่ใช้เก็บทรัพย์สินที่ยึดได้ ไปยังกระเป๋ากลาง และส่งต่อเข้า Coinbase Prime โดยกระเป๋ากลางทั้งสองใบถูกโอนออกจนหมด
ด้าน Ethereum ไม่ได้ผ่านกระเป๋ากลาง โดยกระเป๋าที่เชื่อมโยงกับไบรอัน ครูว์สัน พนักงานของ Oracle ซึ่งถูกระบุชื่อในคดีฟอกเงินมูลค่า 54 ล้านดอลลาร์ ได้ส่ง 30,007 ETH มูลค่าประมาณ 53.09 ล้านดอลลาร์ตรงไปยังบัญชีฝากของ Coinbase Prime
นอกจากนี้ ยังพบการเคลื่อนย้าย Bitcoin อีก 140.214 BTC ระหว่างบัญชี Coinbase Prime ของรัฐบาลกับกระเป๋า Cold Wallet ของ Coinbase ซึ่งปรากฏทั้งในฝั่งเงินไหลเข้าและไหลออก ลักษณะดังกล่าวบ่งชี้ว่าอาจเป็นเพียงการโยกย้ายทรัพย์สินภายในระบบ
อย่างไรก็ตาม การส่ง Bitcoin จากคดี Farace และ BTC-e เข้าแพลตฟอร์มซื้อขายยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าเป็นการขาย เนื่องจาก Coinbase Prime ให้บริการทั้งรับฝากสินทรัพย์ การจัดหาเงินทุน และการเตรียมสินทรัพย์สำหรับทำธุรกรรม
แต่การโอนสินทรัพย์เข้าแพลตฟอร์มซื้อขาย มักถูกตลาดมองว่าเป็นการเตรียมขาย หรือเตรียมแลกเป็นสินทรัพย์อื่น เช่น สเตเบิลคอยน์ เพราะโดยทั่วไปสิน ทรัพย์คริปโทฯ จำนวนมากมักถูกเก็บไว้ใน Cold Wallet เพื่อความปลอดภัย มากกว่าถือไว้บนแพลตฟอร์มซื้อขาย
ปัจจุบัน กระเป๋าที่เชื่อมโยงกับรัฐบาลสหรัฐฯ ยังถือครองสินทรัพย์ดิจิทัลรวมมูลค่าราว 2.065 หมื่นล้านดอลลาร์ ประกอบด้วย Bitcoin ประมาณ 324,552 BTC, Ethereum จำนวน 28,394 ETH และ USDT อีก 145.549 ล้านเหรียญ
ดังนั้น การโอนรอบล่าสุดจึงคิดเป็นสัดส่วนเพียงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับสินทรัพย์คริปโทฯ ทั้งหมดที่รัฐบาลสหรัฐฯ ถือครอง แต่ยังเป็นความเคลื่อนไหวที่ตลาดจับตาอย่างใกล้ชิด เนื่องจากอาจสะท้อนถึงแนวทางบริหารสินทรัพย์ที่ยึดได้ภายใต้นโยบายคลังสำรอง Bitcoin ของรัฐบาลทรัมป์
ที่มา : coindesk