กระเป๋าเงินคริปโทฯ รัฐบาลสหรัฐฯ ย้าย Bitcoin และ BNB รวมกว่า 100 ล้านดอลลาร์ ตลาดวิตกเทขาย ด้านนักวิเคราะห์มองแค่ย้ายปกติ เหตุเหรียญกลุ่มนี้ขายไมไ่ด้เป็นกฎเหรียญที่ริบมาต้องเก็บรักษาในคลังสำรอง
รายงานข้อมูลจาก Arkham บริษัทวิเคราะห์ข้อมูลบล็อกเชน ระบุว่า กระเป๋าเงินสินทรัพย์ดิจิทัลที่เชื่อมโยงกับรัฐบาลสหรัฐอเมริกา ได้ทำการเคลื่อนย้ายคริปโทเคอร์เรนซีรวมมูลค่ากว่า 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา
โดยการโอนเงินแบ่งออกเป็น 2 ส่วนหลัก ได้แก่ การโอนเหรียญบิตคอยน์ (Bitcoin) จำนวน 833.599 BTC คิดเป็นมูลค่าประมาณ 71.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ไปยังที่อยู่กระเป๋าเงินปลายทางที่ไม่ระบุชื่อ ก่อนที่ที่อยู่ดังกล่าวจะส่งต่อไปยังบัญชีเงินฝากของ Coinbase Prime
ขณะเดียวกัน กระเป๋าเงินอีกใบของรัฐบาลสหรัฐฯ ได้ทำการโอนเหรียญ BNB จำนวน 40,285 BNB คิดเป็นมูลค่าประมาณ 31.63 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ผ่านที่อยู่กระเป๋าเงินตัวกลางไปยังกระเป๋าเงินปลายทางอีกใบหนึ่ง
สำหรับคริปโทเคอร์เรนซีทั้งหมดที่รัฐบาลสหรัฐฯ ถือครองอยู่นั้น ไม่ได้มาจากงบประมาณภาษีของประชาชน แต่เป็นสินทรัพย์ที่ได้มาจากการบังคับใช้กฎหมายและการยึดทรัพย์สินในคดีอาชญากรรม
โดยบิตคอยน์ส่วนแรกจำนวน 568.7 BTC มาจากทรัพย์สินที่ถูกสั่งริบในคดีของ Potapenko/Turogin ขณะที่บิตคอยน์อีก 264.9 BTC เป็นสินทรัพย์ที่ยึดได้จากคดีแฮกเกอร์โจมตีศูนย์ซื้อขาย Bitfinex ส่วนเหรียญ BNB ทั้งหมดมาจากสินทรัพย์ที่ยึดได้จากบริษัท Alameda Research
ปัจจุบัน รัฐบาลสหรัฐฯ ถือครองสินทรัพย์ดิจิทัลรวมมูลค่าสูงถึงประมาณ 27,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งทั้งหมดเป็นสินทรัพย์ที่ถูกยึดจากการบังคับใช้กฎหมาย และรัฐบาลไม่เคยใช้นำเงินภาษีของประชาชนไปจัดซื้อคริปโทเคอร์เรนซีเพิ่มเติมแต่อย่างใด
สถาบันชี้ “ย้ายเงินไม่ใช่การขาย” ติดล็อกคำสั่งฝ่ายบริหาร
แม้การโอนสินทรัพย์ไปยังแพลตฟอร์มซื้อขายมักจะสร้างความวิตกกังวลในตลาดว่าอาจเกิดการเทขายสินทรัพย์ก้อนใหญ่ลงสู่ตลาด แต่ Jose Rosell นักวิเคราะห์ตลาดคริปโทฯ ได้ออกมาสยบข่าวลือดังกล่าวว่า การทำธุรกรรมโอนย้ายสินทรัพย์ไม่ได้หมายความว่าจะต้องเป็นการเทขายเสมอไป
นอกจากนี้ ในแง่ของข้อบังคับทางกฎหมาย ภายใต้ คำสั่งฝ่ายบริหาร (Executive Order) ฉบับเดือนมีนาคม 2025 ได้กำหนดไว้ชัดเจนว่า บิตคอยน์ที่ถูกสั่งริบตกเป็นของรัฐ จะต้องถูกเก็บรักษาไว้ใน “คลังสำรองบิตคอยน์เชิงยุทธศาสตร์” (Strategic Bitcoin Reserve) ของประเทศ ดังนั้น การเคลื่อนย้ายสินทรัพย์ในครั้งนี้จึงยังไม่มีการยืนยันว่าเป็นการขายสินทรัพย์แต่อย่างใด
ที่มา : coindesk