สภาสหรัฐฯ เริ่มพิจารณาชุดร่างกฎหมายภาษีคริปโทชุดใหม่ แต่เส้นทางยังไม่ราบรื่น หลังการไต่สวนสะท้อนว่า ฝ่ายนิติบัญญัติยังมีคำถามสำคัญหลายประเด็น และร่างกฎหมายอาจยังไม่ได้รับแรงหนุนแบบสองพรรคเต็มที่
ร่างกฎหมายชุดนี้มีเป้าหมายเพื่อลดภาระรายงานภาษีของผู้ใช้และนักลงทุนคริปโท โดยเฉพาะธุรกรรมที่มีจำนวนขนาดเล็ก รวมถึงรายได้จาก mining และ staking ซึ่งปัจจุบันยังสร้างความซับซ้อนด้านภาษีอย่างมาก
Jason Smith ประธานคณะกรรมาธิการ ระบุว่า ร่างกฎหมายนี้ต้องการอุดช่องว่างในระบบภาษี ทั้งการปรับให้การเก็บภาษีสินทรัพย์ดิจิทัลใกล้เคียงกับสินทรัพย์การเงินดั้งเดิม รวมถึงการสร้างความชัดเจนให้กับคริปโท และการลดภาระเอกสารให้เจ้าของสินทรัพย์ดิจิทัลกับโบรกเกอร์
หนึ่งในประเด็นสำคัญคือข้อเสนอให้ยกเว้นการรายงานภาษีสำหรับธุรกรรมคริปโทขนาดเล็กที่มีกำไรเพียงเล็กน้อย ซึ่งเป็นเรื่องที่อุตสาหกรรมเรียกร้องมานาน เพราะจะช่วยลดภาระบัญชีของผู้ใช้ และเปิดทางให้คริปโทหรือ stablecoin ถูกใช้ชำระเงินในชีวิตประจำวันได้ง่ายขึ้น
Smith ระบุว่า หากชาวอเมริกันต้องการจ่ายเงินด้วย stablecoin แทนบัตรเครดิตหรือเงินสด ก็ควรทำได้โดยไม่ต้องเจอภาระเอกสารภาษีจำนวนมาก
อีกประเด็นคือการแก้ปัญหา “ภาษีซ้อน” สำหรับรายได้จาก mining และ staking ซึ่งปัจจุบันอาจถูกเก็บภาษีทั้งตอนรับเหรียญ และตอนขายเหรียญออกไป
อย่างไรก็ตาม ร่างกฎหมายยังเจอแรงตั้งคำถามจากฝ่ายเดโมแครต โดยเฉพาะข้อเสนอให้ผู้ทำ mining และ staking สามารถเลื่อนการรับรู้รายได้จากเหรียญที่ได้มาใหม่ออกไปจนกว่าจะขายสินทรัพย์
Mike Kaercher รองผู้อำนวยการ Tax Law Center แห่ง NYU Law ซึ่งเป็นพยานในการไต่สวน เตือนว่า แนวทางนี้อาจเปิดช่องให้เกิดการอุดหนุนภาษีรูปแบบใหม่ และอาจขัดกับหลักการพื้นฐานที่ว่า รายได้ควรถูกเก็บภาษีเมื่อได้รับ
Kaercher ระบุว่า แม้ร่างกฎหมายจะใส่กลไกป้องกันไว้บางส่วน แต่ยังมีความเสี่ยงที่ผู้เสียภาษีบางกลุ่มอาจใช้โครงสร้างธุรกิจบางแบบเพื่อหลีกเลี่ยงภาษีจากรางวัล mining หรือ staking ได้อย่างถาวร
ความกังวลนี้กลายเป็นประเด็นใหญ่ในฝั่งเดโมแครต และสะท้อนว่ากฎหมายภาษีคริปโทอาจยังต้องผ่านการแก้ไขอีกหลายรอบ ก่อนเข้าสู่ขั้นตอน markup และเสนอให้สภาผู้แทนฯ พิจารณาเต็มรูปแบบ
แม้ Clarity Act ซึ่งเป็นร่างกฎหมายโครงสร้างตลาดคริปโท จะยังเป็นวาระสำคัญอันดับหนึ่งของอุตสาหกรรมในวอชิงตัน แต่ชุดกฎหมายภาษีคริปโทถูกมองว่าเป็นอีกโจทย์ใหญ่ไม่แพ้กัน เพราะระบบภาษีปัจจุบันยังทำให้นักลงทุนและธุรกิจคริปโทปฏิบัติตามกฎได้ยาก
Kevin Wysocki หัวหน้าฝ่ายนโยบายของ Anchorage Digital ระบุว่า ความชัดเจนด้านกฎกำกับและความชัดเจนด้านภาษีต้องเดินไปด้วยกัน หากสหรัฐฯ ต้องการรักษานวัตกรรม การลงทุน และการจ้างงานไว้ในประเทศ
อย่างไรก็ตาม ยังไม่ชัดเจนว่าสภาคองเกรสจะมีเวลาผลักดันกฎหมายภาษีคริปโทชุดใหญ่ได้ทันก่อนสิ้นสุดสมัยประชุมปัจจุบันในปลายปี 2026 หรือไม่ เพราะวาระนิติบัญญัติยังแน่น รวมถึงงานค้างเรื่อง Clarity Act
ฝั่งวุฒิสภายังไม่มีความคืบหน้าชัดเจนในประเด็นภาษีคริปโท แม้ Senator Cynthia Lummis เคยพยายามผลักดันร่างกฎหมายลักษณะเดียวกัน แต่ยังไม่สำเร็จ โดยท้ายที่สุด กฎหมายใด ๆ ต้องผ่านทั้งสภาผู้แทนฯ และวุฒิสภา ก่อนมีผลบังคับใช้จริง
ด้าน Lawrence Zlatkin รองประธานฝ่ายภาษีของ Coinbase ระบุว่า ชาวอเมริกันหลายล้านคนถือหรือใช้สินทรัพย์ดิจิทัลแล้ว แต่ระบบภาษีจำนวนมากยังปฏิบัติกับเทคโนโลยีนี้เหมือนเป็นเพียงการทดลองเล็ก ๆ ทั้งที่กำลังกลายเป็นส่วนหนึ่งของระบบการเงิน ส่งผลให้ผู้เสียภาษีสับสน ธุรกิจทำตามกฎยาก และ IRS ต้องแบกรับภาระที่ไม่จำเป็นมากขึ้น
ที่มา : coindesk
🏠หน้าหลักคริปโต
🔥ข่าวคริปโตยอดนิยม
🟠ข่าวบิตคอยน์
⚡คริปโตล่าสุด
🤖efin AI