UNI ราคาพุ่งแตะ $6.31 รับอานิสงส์มูลค่าเทรดบน DEX ของเครือข่าย Robinhood Chain ทะลุผ่าน $1.3 พันล้านต่อวัน จากกระแสฮิตจับคู่เหรียญมีมเทรดคู่กับหุ้นเทคชื่อดังอย่าง Nvidia ดันค่าธรรมเนียมเครือข่าย แซงหน้าบล็อกเชนรุ่นพี่อย่าง Solana และ Ethereum
ราคาเหรียญ UNI ของ Uniswap ปรับตัวเพิ่มขึ้นถึง 16.5% ในรอบ 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา โดยขยับขึ้นมาซื้อขายอยู่ที่ระดับประมาณ 6.31 ดอลลาร์สหรัฐ ส่งผลให้ในรอบสัปดาห์นี้บวกไปเกือบ 46% และในรอบเดือนพุ่งขึ้นกว่า 51% แม้จะยังต่ำกว่าจุดสูงสุดตลอดกาลที่เคยทำไว้ที่ 44.92 ดอลลาร์เมื่อเดือนพฤษภาคม 2564 อยู่ราว 86% ก็ตาม
สาเหตุหลักมาจาก ปริมาณการซื้อขายที่เพิ่มขึ้นอย่างมากบนเครือข่ายบล็อกเชนน้องใหม่อย่าง Robinhood Chain เนื่องจาก Uniswap ทำหน้าที่เป็นผู้ดูแลสภาพคล่องอัตโนมัติรายหลัก (AMM) ของเครือข่ายนี้ และได้รับส่วนแบ่งค่าธรรมเนียมจากการทำธุรกรรมทั้งหมด ส่งผลให้ราคาเหรียญ UNI ขยับตัวตามความคึกคักของเครือข่ายไปโดยปริยาย
บล็อกเชน Robinhood Chain เป็นเครือข่ายใหม่ที่เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคมที่ผ่านมา แต่ปัจจุบันกลับมีมูลค่าสินทรัพย์ที่ถูกล็อกไว้ในระบบ (Total Value Locked: TVL) พุ่งสูงถึง 740 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เติบโตขึ้น 23% ในเวลาเพียงสัปดาห์เดียว
สาเหตุที่ทำให้เครือข่ายนี้เติบโตอย่างรวดเร็ว เกิดจากพฤติกรรมการซื้อขายรูปแบบใหม่ของนักลงทุน ที่หันมาจับคู่เทรดระหว่าง “เหรียญมีม” กับ “หุ้นโทเคน” (Tokenized Stock = การนำหุ้นในตลาดหลักทรัพย์จริง มาแปลงเป็นสินทรัพย์ดิจิทัลให้อยู่ในระบบบล็อกเชน) แทนที่จะเป็นการเทรดคู่กับเหรียญดิจิทัลดอลลาร์ตามปกติ
ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ มีการจับคู่ซื้อขายระหว่างเหรียญมีมชื่อ “Artificial Inu” (ซึ่งมีมูลค่าตลาดราว 184 ล้านดอลลาร์) คู่กับ “หุ้นโทเคนของบริษัท Nvidia”
ความแปลกใหม่นี้ดึงดูดผู้ใช้งานเข้ามาทำธุรกรรมสูงถึง 5.52 ล้านครั้งต่อวัน ดันมูลค่าการซื้อขายผ่านระบบกระจายศูนย์ทะยานขึ้นสู่ระดับ 1.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐต่อวัน (และอาจสูงถึง 1.49 พันล้านดอลลาร์สหรัฐตามการรายงานของ Arkham)
ซึ่งตัวเลขนี้ทำให้บล็อกเชนหน้าใหม่อย่าง Robinhood Chain สามารถสร้างรายได้จากค่าธรรมเนียมเครือข่ายแซงหน้าบล็อกเชนชื่อดังรุ่นพี่อย่าง Solana, Base และ Ethereum ได้สำเร็จ
เปิดตัวฟีเจอร์สร้างเหรียญใหม่ ดึงฐานผู้ใช้เข้ากระเป๋า
นอกจากการเป็นช่องทางซื้อขายหลักแล้ว Uniswap ยังเปิดตัวระบบ “Pools.trade” ไปเมื่อต้นเดือนสิงหาคม ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มที่เปิดโอกาสให้ผู้ใช้งานทั่วไปสามารถสร้างเหรียญของตนเองขึ้นมาได้ผ่านระบบ “Crowd Launch” (ระดมทุน 4 ชั่วโมง) หรือ “Instant Launch” (สร้างทันที) ก่อนที่เหรียญเหล่านั้นจะถูกนำไปล็อคสภาพคล่องไว้ในระบบของ Uniswap v4
การเปิดตัวฟีเจอร์นี้ได้รับความนิยมอย่างมาก จนดึงส่วนแบ่งผู้ใช้งานมาจากแพลตฟอร์มคู่แข่งอย่าง PONS ส่งผลให้ราคาเหรียญของคู่แข่งร่วงลงเกือบ 14% ในวันเดียว และลดลงถึง 48% ในรอบสัปดาห์ แม้ว่าในปัจจุบัน Uniswap จะสร้างรายได้จากค่าธรรมเนียมโดยตรงเป็นอันดับ 3 แต่ปริมาณการซื้อขายที่เพิ่มขึ้นนี้ ก็เพียงพอที่จะสะท้อนความเชื่อมั่นและดันให้ราคาเหรียญ UNI พุ่งขึ้นอย่างแข็งแกร่งในรอบวัน
ที่มา : Cryptopotato