สหราชอาณาจักร (UK) ผุดโปรเจกต์ระดับชาติลุยเทคโนโลยี Tokenization ดึงสถาบันการเงินยักษ์ใหญ่กว่า 50 แห่งร่วมทดสอบระบบจริง หวังชิงเค้กตลาด RWA ดันกรุงลอนดอนยืนหนึ่งศูนย์กลางการเงินโลก ท้าชนสหรัฐฯ และยุโรป
รัฐบาลสหราชอาณาจักร ภายใต้การนำของกระทรวงการคลัง (HM Treasury) กำลังเร่งเครื่องนำเทคโนโลยีการแปลงสินทรัพย์เป็นโทเคนดิจิทัล (Tokenization) เข้ามาผสานรวมกับตลาดการเงินระดับสถาบันอย่างเต็มรูปแบบ โดยจัดตั้งคณะทำงาน ซึ่งประกอบด้วยสถาบันการเงินระดับโลกกว่า 50 แห่ง ไม่ว่าจะเป็น BlackRock, Goldman Sachs, HSBC, J.P. Morgan, Morgan Stanley และ UBS
คณะทำงานชุดนี้ได้รับการสนับสนุนจาก City of London Corporation และกำลังจะใช้เวลาตลอดช่วงปีหน้าเพื่อทดสอบการใช้งานเทคโนโลยี Tokenization ในสถานการณ์จริงในตลาดการเงินของสหราชอาณาจักร โดยในช่วงแรกจะพุ่งเป้าไปที่ธุรกรรมการทำสัญญาซื้อคืนแบบโทเคน (Tokenised repo)
ข้อมูลจาก Boston Consulting Group (BCG) ประเมินว่า ตลาดของสินทรัพย์ในโลกแห่งความเป็นจริงที่ถูกแปลงเป็นโทเคน (Tokenised Real-World Assets หรือ RWA) อาจเติบโตจนมีมูลค่ามหาศาลถึง 88 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2035 ซึ่งใหญ่กว่าตลาดคริปโทเคอร์เรนซีและสเตเบิลคอยน์ในปัจจุบันที่ระดับ 3 ล้านล้านดอลลาร์อย่างเทียบไม่ติด
จอห์น ออร์ชาร์ด ประธานสถาบัน Digital Monetary Institute แห่ง OMFIF มองว่าการที่รัฐบาลอังกฤษหันมาเอาจริงเอาจังกับเรื่องนี้ ถือเป็น “ตัวชี้ชะตา” ความอยู่รอดของกรุงลอนดอนในฐานะศูนย์กลางการเงินโลก ท่ามกลางการแข่งขันกับสหรัฐอเมริกาและสหภาพยุโรปที่กำลังศึกษาเรื่องนี้อยู่เช่นกัน
คริส วูลลาร์ด อดีตประธานหน่วยงานกำกับดูแลด้านการเงินของอังกฤษ (FCA) ได้ส่งรายงานถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังอังกฤษ โดยเปรียบเทียบว่า ตลาดโทเคนดิจิทัลนี้เป็นเสมือน “เกมเครือข่าย” ที่ทุกประเทศกำลังวิ่งแข่งกัน และอังกฤษจำเป็นต้องเคลื่อนไหวให้รวดเร็วเทียบเท่าผู้เล่นที่คล่องตัวที่สุด หากต้องการมีส่วนร่วมกำหนดทิศทางตลาดโลก
รายงานดังกล่าวยังคาดการณ์ด้วยว่าเทคโนโลยีนี้ จะช่วยเพิ่มผลผลิตทางเศรษฐกิจของอังกฤษได้สูงสุดถึง 3.3 หมื่นล้านปอนด์ต่อปี และเพิ่มรายได้จากการเก็บภาษีอีก 1.4 หมื่นล้านปอนด์ต่อปีภายในปี 2035
ที่มา : coindesk