Bitazza Thailand เผยความตึงเครียดในตะวันออกกลางทำให้นักลงทุนแห่ซื้อขายทองคำผ่านบล็อกเชนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ขณะนักลงทุนระดับโลกยังแนะจัดพอร์ต “Bitcoin และทองคำ” ราว 15% เพื่อกระจายความเสี่ยงระยะยาว
นายธนวัต สุตันติวรคุณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บิทาซซ่า จำกัด กล่าวว่า ปัจจุบันนักลงทุนทั่วโลกกำลังให้ความสนใจในการลงทุน Bitcoin คู่กับทองคำ เนื่องจากมองว่าทั้งสองสินทรัพย์สามารถสร้างผลตอบแทนได้เป็นอย่างดีในระยะยาว แม้ว่าจะมีคุณสมบัติคล้ายกัน คือ การเป็นสินทรัพย์กักเก็บมูลค่า (Store Of Value) แต่สามารถสร้างผลตอบแทนได้ดีในสถานการณ์ที่แตกต่างกัน”
ข้อมูลจากบริษัทการลงทุนระดับโลกอย่าง Bitwise แสดงให้เห็นว่า เมื่อลงทุนใน Bitcoin และทองคำในเวลาเดียวกันจะสามารถสร้างผลตอบแทนได้ดีเมื่อเทียบกับความเสี่ยง หากจัดพอร์ตลงทุนสองสินทรัพย์ในสัดส่วน 15% สามารถใช้ลงทุนควบคู่กับสินทรัพย์ดั้งเดิมอื่น ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ขณะที่นักลงทุนระดับโลกอย่าง Ray Dalio ยังแนะนำให้ลงทุนทั้ง Bitcoin และทองคำในสัดส่วน 15% ของพอร์ตลงทุนรวมเพื่อใช้เป็นเครื่องมือป้องกันความเสื่อมค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐจากหนี้สาธารณะและการขาดดุลงบประมาณของรัฐบาล
ข้อมูลจาก Token Terminal แสดงให้เห็นถึงอัตราการเติบโตของการแปลงสินค้าโภคภัณฑ์ให้อยู่บนบล็อกเชนหรือ Tokenize Commodity มีมูลค่าตลาดเติบโตอย่างรวดเร็ว จากเดิมมีมูลค่า 4,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในช่วงต้นปี 2569 นี้ ล่าสุดเพิ่มขึ้นกว่า 53% มาแตะระดับ 6,100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ กลายเป็นสินทรัพย์สาย Real World Asset ที่มีอัตราการเติบโตสูงสุด
“จากกระแสดังกล่าว ประกอบกับปรากฎการณ์ที่ความต้องการซื้อขายทองคำเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงที่เกิดความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางแต่ตลาดซื้อขายแบบดั้งเดิมปิดทำการ ทำให้เห็นแนวโน้มตลาดค่อนข้างชัดเจนว่าตลาดการเงินดั้งเดิมและโลกของบล็อกเชนกำลังเป็นหนึ่งเดียวกันมากขึ้น”
นายธนวัต กล่าวว่า ถือเป็นปรากฎการณ์ที่น่าจับตาเพราะหลังจากตลาดซื้อขายทองคำแบบดั้งเดิมเปิดทำการในวันจันทร์ ราคาทองคำได้เคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกันกับราคาที่ซื้อขายในตลาดบล็อกเชน แสดงให้เห็นแนวโน้มว่าการซื้อขายทองคำผ่าน Tokenized Gold จะได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้น