Strategy เปิดตัวกรอบบริหารเงินทุนใหม่ อนุญาตให้บริษัทสามารถขาย Bitcoin ได้ หากมองว่าให้ประโยชน์ต่อผู้ถือหุ้นมากกว่าการออกหุ้นเพิ่มทุน เงินที่ได้สามารถนำไปใช้สร้างเงินสดสำรอง จ่ายเงินปันผล ซื้อหุ้นคืน และบริหารต้นทุนทางการเงินของบริษัท
Strategy ประกาศกรอบบริหารเงินทุนใหม่ภายใต้ชื่อ “Digital Credit Capital Framework” ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่บริษัทอนุมัติอย่างเป็นทางการให้สามารถขาย Bitcoin บางส่วนออกมาได้ เพื่อใช้ในการบริหารงบดุลและโครงสร้างเงินทุนของบริษัท
ภายใต้โครงการใหม่ที่เรียกว่า Bitcoin Monetization Program บริษัทสามารถขาย Bitcoin ได้เพื่อสร้างเงินสดสำรองสกุลดอลลาร์ (USD Reserve) ซึ่งใช้สำหรับจ่ายเงินปันผลของหุ้นบุริมสิทธิและดอกเบี้ยโดยบริษัทตั้งเป้าสร้างเงินสำรองสูงสุด 1.25 พันล้านดอลลาร์ และสามารถขาย Bitcoin เพิ่มเติมเพื่อเติมเงินสำรองดังกล่าวได้ในอนาคตหากจำเป็น
นอกจากนี้ Strategy ยังได้รับอนุมัติให้ใช้เงินจากการขาย Bitcoin สำหรับโครงการซื้อคืนตราสาร Digital Credit Securities วงเงินสูงสุด 1 พันล้านดอลลาร์ และโครงการซื้อหุ้น MSTR คืนอีกสูงสุด 1 พันล้านดอลลาร์ โดยโครงการซื้อคืนทั้งสองรายการไม่มีวันหมดอายุ
แผนดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการปรับกลยุทธ์ครั้งใหญ่ของบริษัท หลังตลาดเริ่มตั้งคำถามต่อความยั่งยืนของโมเดล Bitcoin Treasury และภาระจากหุ้นบุริมสิทธิ STRC โดยบริษัทได้ปรับเพิ่มอัตราเงินปันผลของ STRC จาก 11.5% เป็น 12% พร้อมกำหนดนโยบายรักษาเงินสดสำรองให้ครอบคลุมภาระเงินปันผลและดอกเบี้ยอย่างน้อย 12 เดือน
หาก Strategy ตัดสินใจขาย Bitcoin เพื่อระดมเงินสดครบวงเงิน 1.25 พันล้านดอลลาร์ บริษัทจะต้องขาย Bitcoin ประมาณ 20,800 BTC หรือคิดเป็นเพียงราว 2.5% ของ Bitcoin ทั้งหมด 847,363 BTC ที่ถือครองอยู่ในปัจจุบัน
ด้าน Michael Saylor ระบุว่า บริษัทจำเป็นต้องมีทั้งสภาพคล่อง วินัยทางการเงิน และการบริหารเงินทุนเชิงรุก เพื่อรักษาคุณภาพเครดิตและลดต้นทุนทางการเงินของบริษัท ขณะเดียวกันก็ยังคงรักษาความมุ่งมั่นในการถือครอง Bitcoin ในระยะยาว