บิ๊ก Strategy แจงยังไม่ให้ความสำคัญกับการซื้อหุ้น MSTR คืนในตอนนี้ แต่จะโฟกัสธุรกิจหุ้นบุริมสิทธิ STRC การสำรองเงินสด และธุรกิจ Digital Credit พร้อมตุนเงินสดในมือเป็น 4.8 พันล้านดอลลาร์ เปิดทางให้บริษัทบริหารเงินทุนได้ยืดหยุ่นขึ้น
Michael Saylor ประธานกรรมการบริหารของ Strategy ระบุว่า การซื้อหุ้น MSTR คืนยังไม่ใช่เรื่องสำคัญในตอนนี้ แม้บริษัทอาจพิจารณาหากราคาหุ้นซื้อขายต่ำกว่า NAV มาก โดยปัจจุบัน Strategy ให้ความสำคัญกับธุรกิจหุ้นบุริมสิทธิ STRC การถือเงินสด และธุรกิจ Digital Credit หรือกลุ่มผลิตภัณฑ์หุ้นบุริมสิทธิ์มากกว่า ท่ามกลางแรงกดดันต่อหุ้น MSTR ซึ่งลดลงราว 38% ตั้งแต่ต้นปี และ 73% เมื่อเทียบกับปีก่อน
ด้าน Phong Le ซีอีโอของ Strategy ปกป้องการออกหุ้น MSTR เพิ่ม โดยมองว่า หากหุ้นซื้อขายสูงกว่ามูลค่าสินทรัพย์ที่รองรับ การขายหุ้นใหม่แล้วนำเงินไปซื้อ Bitcoin อาจช่วยเพิ่มจำนวน Bitcoin ที่หนุนหลังหุ้น MSTR แต่ละหุ้นได้ ขณะเดียวกัน การอ่อนตัวของ STRC ทำให้บริษัทหันมาให้ความสำคัญกับเงินสดมากขึ้น โดยปัจจุบันมีเงินสดอยู่ 4.8 พันล้านดอลลาร์ เพื่อรองรับการจ่ายเงินปันผลและเพิ่มความยืดหยุ่นในการบริหารเงินทุน
Saylor ระบุว่า เงินสดก้อนดังกล่าวเปิดทางให้บริษัทเลือกได้ว่าจะซื้อ Bitcoin ซื้อหุ้น MSTR หรือหุ้นบุริมสิทธิคืน รวมถึงชำระหนี้ และย้ำว่า Strategy ต้องมีความสามารถทั้งซื้อและขาย Bitcoin โดยหาก BTC อยู่สูงกว่าค่าเฉลี่ย 200 สัปดาห์มาก บริษัทอาจเก็บเงินสดไว้มากขึ้น แต่หากราคาอยู่ใกล้หรือต่ำกว่าค่าเฉลี่ยดังกล่าว ก็อาจเป็นจังหวะเข้าซื้อ
สำหรับ STRC บริษัทต้องการรักษาราคาให้อยู่ใกล้ 100 ดอลลาร์ โดยอาจออกหุ้นเพิ่มเมื่อราคาสูงกว่าระดับดังกล่าว หรือซื้อคืนเมื่อราคาต่ำกว่า
Saylor ยังปฏิเสธแนวคิดเข้าซื้อ ธุรกิจที่มีกำไรและดำเนินกิจการอยู่แล้ว เพื่อสร้างกระแสเงินสดเพิ่มเติม โดยให้เหตุผลว่าจะทำให้โครงสร้างของ Strategy ซับซ้อนขึ้น และทำให้นักลงทุนประเมินมูลค่าบริษัทได้ยากกว่าเดิม
เขายังระบุว่า นักลงทุนที่ถือหุ้น MSTR ควรมีกรอบการลงทุนอย่างน้อย 4 ปี และหากเป็นไปได้ควรมองยาว 7–10 ปี พร้อมกล่าวว่า
“ผมเข้าใจความเจ็บปวดของพวกคุณ แต่ผมคิดว่าเราต้องเตรียมใจไว้ว่า อาจมีบางปีที่ยากลำบาก” Saylor กล่าว
ที่มา : Coindesk