Storj Labs แพลตฟอร์มคลาวด์สตอเรจชื่อดัง ยื่นขอฟื้นฟูกิจการตามกฎหมายล้มละลาย Chapter 11 เพื่อจัดการภาระหนี้สินในอดีต ส่งผลให้ราคาเหรียญ STORJ ดิ่งลงกว่า 17% จับตาแผนพลิกวิกฤตเตรียมเปิดทางให้ผู้ถือเหรียญร่วมแปลงหนี้เป็นทุน ท่ามกลางกระแสบริษัทคริปโทฯ ทยอยปิดตัวต่อเนื่อง
Storj Labs ผู้ให้บริการพื้นที่จัดเก็บข้อมูลบนคลาวด์แบบกระจายศูนย์ ได้ตัดสินใจยื่นคำร้องขอฟื้นฟูกิจการโดยความสมัครใจ ตามมาตรา 11 แห่งกฎหมายล้มละลายของสหรัฐอเมริกาต่อศาลล้มละลายในเขตทางเหนือของรัฐเวสต์เวอร์จิเนีย โดยกระบวนการทางกฎหมายนี้จะช่วยให้บริษัทสามารถปรับโครงสร้างทางการเงินและจัดการกับหนี้สินได้ โดยที่ยังสามารถดำเนินธุรกิจให้บริการลูกค้าต่อไปได้ตามปกติโดยไม่สะดุด
ผู้อำนวยการฝ่ายวิศวกรรมซอฟต์แวร์ของ Storj ชี้แจงว่า ปัจจุบันธุรกิจหลักของบริษัทยังคงแข็งแกร่งและมีขนาดที่เหมาะสม แต่ปัญหาที่ฉุดรั้งบริษัทไว้คือ “ภาระผูกพันในอดีต” ซึ่งเป็นหนี้สินที่สะสมมาก่อนการปรับกลยุทธ์ธุรกิจในปัจจุบัน แม้ที่ผ่านมาบริษัทจะพยายามลดขนาดองค์กร ควบคุมต้นทุนอย่างเข้มงวด และยังคงได้รับการสนับสนุนจากบริษัท Inveniam แต่บริษัทก็ต้องยอมรับว่า ลำพังแค่การเติบโตทางธุรกิจไม่สามารถล้างหนี้สินเก่าเหล่านั้นได้
การเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการตามมาตรา 11 จึงเป็นทางออกที่จะช่วยสร้างกรอบการทำงานที่โปร่งใสในการจัดการหนี้ และซื้อเวลาให้บริษัทได้นำเสนอแผนธุรกิจในระยะยาวต่อไป
ทันทีที่มีข่าวนี้แพร่ออกไป ราคาเหรียญคริปโทฯ ประจำแพลตฟอร์มอย่าง STORJ ได้ร่วงลงอย่างหนักกว่า 17% ลงไปแตะระดับ 0.06 ดอลลาร์ แม้ทีมงานจะปฏิเสธที่จะแสดงความเห็นเกี่ยวกับราคาเหรียญที่ผันผวน แต่ก็ได้ออกมายืนยันเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้ใช้งานว่า เครือข่ายการจัดเก็บข้อมูลของ Storj จะยังคงทำงานได้เต็มรูปแบบตามปกติ และประโยชน์การใช้งานของเหรียญ STORJ ภายในระบบก็จะไม่ได้รับผลกระทบจากการยื่นขอฟื้นฟูกิจการในครั้งนี้
สิ่งที่น่าจับตามองคือแผนการในอนาคต โดย Storj ระบุว่าต้องการให้บริษัทที่ผ่านการฟื้นฟูแล้ว ตกเป็นของผู้ที่ร่วมสร้างและสนับสนุนมาตั้งแต่ต้น ซึ่งรวมถึงกลุ่มผู้ถือเหรียญด้วย ทางบริษัทจึงมีแผนที่จะเสนอโครงสร้างใหม่ที่เปิดโอกาสให้ผู้ถือเหรียญสามารถเข้ามามีส่วนร่วมในฐานะ “เจ้าของส่วนทุน” (Equity) ของบริษัทใหม่ได้
การประกาศฟื้นฟูกิจการของ Storj ในครั้งนี้ ถือเป็นภาพสะท้อนของมรสุมลูกใหญ่ในอุตสาหกรรมคริปโทเคอร์เรนซีในช่วงเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา เนื่องจากมีบริษัทหลายแห่งที่ต้องยื่นขอฟื้นฟูกิจการตามมาตรา 11 เช่นเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็น Poolin บริษัทเหมืองขุดบิตคอยน์ชื่อดังในสิงคโปร์ และบริษัทในเครือที่สหรัฐฯ หรือแม้แต่ Movement Labs ที่ประสบปัญหาทางการเงินหลังการเปิดตัวเหรียญ MOVE
นอกจากนี้ ยังมีแพลตฟอร์มอีกหลายแห่งที่ตัดสินใจยุติการดำเนินธุรกิจถาวร เช่น BitMEX กระดานเทรดตราสารอนุพันธ์คริปโทฯ ชื่อดัง ที่ประกาศเตรียมปิดตัวในวันที่ 23 กันยายนนี้ เป็นการปิดตำนานกว่า 11 ปีในวงการ ตามมาด้วย BitMart ที่เตรียมยุติการให้บริการเทรด รวมถึงแพลตฟอร์มอย่าง Odos และ Dango ที่ประกาศยุติการให้บริการไปในทิศทางเดียวกัน
ที่มา : Cryptopotato Globenewswire