Standard Chartered คาด DeFi จ่อโต 37 เท่า แตะ 2.7 ล้านล้านดอลลาร์ภายในปี 2030 โดยมี Tokenized Assets เป็นแรงขับหลัก และ Uniswap อาจขึ้นเป็นฮับซื้อขายสำคัญของตลาดนี้
Geoff Kendrick หัวหน้าฝ่ายวิจัยสินทรัพย์ดิจิทัลของ Standard Chartered ระบุว่า โอกาสสร้างความมั่งคั่งระยะใหญ่ครั้งถัดไปในสินทรัพย์ดิจิทัล อาจมาจากโปรโตคอล DeFi โดยเขาคาดว่า มูลค่าสินทรัพย์ tokenized ที่ถูกใช้งานใน DeFi จะเพิ่มขึ้น 37 เท่าภายในปี 2030
ปัจจุบันมีเพียง 3% ของ Stablecoin และ 10% ของ tokenized RWA เท่านั้นที่ถูกใช้งานใน DeFi ขณะที่ Kendrick คาดว่า สัดส่วนสินทรัพย์ tokenized ที่ถูกนำไปใช้ใน DeFi จะเพิ่มจากราว 3.5% ในปัจจุบัน เป็น 30% ภายในสิ้นปี 2030
ก่อนหน้านี้ Standard Chartered เคยคาดว่า ตลาด tokenized RWA ที่ไม่รวม Stablecoin อาจโตแตะ 2 ล้านล้านดอลลาร์ภายในสิ้นปี 2028 โดยสินทรัพย์หลักน่าจะมาจากกองทุนตลาดเงินแบบ tokenized และหุ้นสหรัฐฯ
อย่างไรก็ตาม นักวิจัยบางส่วนเตือนว่า tokenization ไม่ได้แปลว่าสภาพคล่องจะเกิดขึ้นเองโดยอัตโนมัติ Chris Kim ซีอีโอ Axis เคยระบุว่า การออกสินทรัพย์เดียวกันบนหลายบล็อกเชนหรือหลายรูปแบบ อาจทำให้สภาพคล่องกระจัดกระจาย เกิดราคาต่างกันในแต่ละตลาด และเพิ่มต้นทุนให้กับการซื้อขาย
ด้าน Oya Celiktemur ผู้อำนวยการฝ่ายขายของ Ondo Finance ประจำยุโรป ตะวันออกกลาง และแอฟริกา เคยกล่าวว่า การนำสินทรัพย์ที่สภาพคล่องต่ำมา tokenized ไม่ได้ทำให้สินทรัพย์นั้นมีสภาพคล่องขึ้นแบบอัตโนมัติ
ทั้งนี้ Kendrick ยังมองว่า Uniswap อาจกลายเป็นศูนย์กลางสำคัญของตลาด tokenized assets หากสินทรัพย์เหล่านี้ถูกนำขึ้น on-chain มากขึ้น โดยชี้ว่า Uniswap มีจุดแข็งทั้งขนาดตลาด แบรนด์ และประสบการณ์ผ่านวัฏจักรคริปโทมาหลายรอบ
Kendrick ระบุว่า ปัจจัยเหล่านี้สำคัญต่อสถาบันการเงินดั้งเดิม เพราะหากจะนำ tokenized RWA เข้าสู่ DeFi สถาบันมักให้ความสำคัญกับความปลอดภัย ความน่าเชื่อถือ และแพลตฟอร์มที่พิสูจน์ตัวเองมาแล้ว
โดย Kendrick มองว่า หาก Uniswap สามารถสร้างโมเดลเชิงพาณิชย์ได้มากพอ และจับมือกับสถาบันการเงินดั้งเดิมในระดับที่ขยายตลาดได้ มูลค่าตลาดเมื่อเทียบกับค่าธรรมเนียมธุรกรรมของ Uniswap อาจเพิ่มขึ้น และช่วยลดช่องว่างกับ Coinbase ได้ในอนาคต
ที่มา : cointelegraph