เกาหลีใต้ ประเมินหากใช้ Stablecoin เงินวอน อาจช่วยร้านค้าในประเทศประหยัด ค่าธรรมเนียมการชำระเงิน ได้สูงสุดถึง 5.15 ล้านล้านวอนต่อปี กระตุ้นภาครัฐเร่งออกกฎหมายกำกับดูแล
สำนักงบประมาณรัฐสภาเกาหลีใต้ วิเคราะห์ว่าการหันมาใช้ Stablecoin อิงสกุลเงินวอนอาจช่วยลดภาระค่าธรรมเนียมการชำระเงิน ให้กับภาคธุรกิจและร้านค้าในประเทศได้ตั้งแต่ 370,000 ล้านวอน – 5.15 ล้านล้านวอน (ราว 3,800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ต่อปี โดยตัวเลขดังกล่าวขึ้นอยู่กับสัดส่วนการใช้จ่ายผ่านบัตรที่ย้ายมาใช้ Stablecoin และระดับค่าธรรมเนียมของระบบชำระเงินรูปแบบใหม่
Stablecoin อิงสกุลเงินวอน อาจเป็นทางเลือกภายในประเทศให้กับภาคธุรกิจเกาหลีใต้ ท่ามกลางตลาด Stablecoin โลกที่ยังถูกครองโดยเหรียญอ้างอิงดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งคิดเป็น 98.8% ของมูลค่าตลาด Stablecoin ทั่วโลกที่ 3 แสนล้านดอลลาร์ในเดือนกรกฎาคม
ปัจจุบัน เกาหลีใต้ยังอยู่ระหว่างพัฒนากฎเกณฑ์สำหรับกำกับดูแลตลาดดังกล่าว โดยกฎหมายคุ้มครองผู้ลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลฉบับแรก ได้เริ่มมีผลบังคับใช้ไปเมื่อเดือนกรกฎาคม 2567 แต่ทว่าประเด็นขัดแย้งสำคัญในเชิงนโยบายคือ “ใครควรเป็นผู้มีสิทธิ์ออกเหรียญ”
ก่อนหน้านี้ ธนาคารกลางเกาหลีใต้เสนอให้เป็นสถาบันการเงินที่ธนาคารถือหุ้นอย่างน้อย 51% เป็นหลักเพื่อความมั่นคงของระบบ ขณะที่คณะกรรมการบริการทางการเงิน (FSC) กังวลว่าข้อจำกัดดังกล่าวอาจขัดขวางนวัตกรรม
สำนักงานงบประมาณยังเตือนว่า หากเงินจำนวนมากไหลออกจากเงินฝากธนาคารไปสู่ Stablecoin อาจทำให้บทบาทของธนาคารในฐานะตัวกลางด้านสินเชื่อลดลง และหากเกิดการไถ่ถอน Stablecoin จำนวนมากพร้อมกัน ผู้ออกอาจถูกบังคับให้ขายสินทรัพย์สำรองอย่างรวดเร็ว ซึ่งอาจสร้างแรงกดดันจนเหรียญหลุด Peg และบั่นทอนความเชื่อมั่นของตลาด
ด้วยเหตุนี้ ทางสำนักงบประมาณฯ จึงเสนอให้มีข้อกำหนดเรื่องสินทรัพย์สำรอง จำกัดผลตอบแทนหรือรางวัลจาก Stablecoin และเพิ่มการกำกับดูแลเหรียญที่อาจสร้างความเสี่ยงต่อเสถียรภาพทางการเงิน
ที่มา : coindesk.com