เครือข่าย Solana เตรียมอัปเกรดใหญ่ระดับโครงสร้างภายใต้ชื่อ “Alpenglow” ในวันที่ 21 ตุลาคมนี้ มุ่งลดระยะเวลายืนยันธุรกรรมขั้นสุดท้าย (Finality) จากเดิม 12.8 วินาที เหลือเพียง 0.15 วินาที ผู้ใช้งานทั่วไปไม่ต้องดำเนินการอะไร แต่ผู้ตรวจสอบธุรกรรมเตรียมซื้อตั๋วเข้าร่วม
มูลนิธิโซลานา (Solana Foundation) ประกาศยืนยันกำหนดการเปิดใช้งานระบบใหม่ภายใต้ชื่อการอัปเกรด “Alpenglow” บนเครือข่ายหลักอย่างเป็นทางการ โดยจะเริ่มต้นใน Epoch 1064 เวลาประมาณ 15.00 น. UTC หรือ 22.00 น. ตามเวลาไทย นับเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของระบบที่ Validator ใช้ในการตกลงยืนยันธุรกรรมร่วมกัน
โอนเงินไวขึ้นร้อยเท่า เปลี่ยนจากระดับวินาทีสู่เสี้ยววินาที
หัวใจสำคัญของการอัปเกรด Alpenglow คือการยกเลิกระบบฉันทามติเดิมที่ชื่อ TowerBFT แล้วแทนที่ด้วยโปรโตคอลการโหวตแบบใหม่ที่เรียกว่า “Votor” ซึ่งเป้าหมายหลักคือการมุ่งลดเวลายืนยันธุรกรรมขั้นสุดท้าย (Finality) จากปัจจุบันที่ต้องใช้เวลาเฉลี่ยประมาณ 12.8 ถึง 13 วินาที ให้เหลือเพียงประมาณ 150 มิลลิวินาที หรือหรือ 0.15 วินาทีเท่านั้น
ในระบบเดิม การโอนเงินอาจได้รับการยืนยันอย่างรวดเร็วในเบื้องต้น แต่ยังคงมีความเสี่ยงเล็กน้อยที่บล็อกนั้นอาจถูกยกเลิกได้จนกว่าระบบจะทำงานครบตามรอบเวลาเกือบ 13 วินาที ทำให้ร้านค้า ผู้ให้บริการการเงิน และกระดานเทรดต้องรอจนครบเวลาเพื่อความปลอดภัย
การลดเวลา Finality เหลือเพียง 150 มิลลิวินาที จึงช่วยให้คำตอบที่ปลอดภัยและเปลี่ยนแปลงไม่ได้ส่งมาถึงแทบจะทันที อำนวยความสะดวกให้แก่การนำไปใช้ชำระเงินหน้าร้านและการทำธุรกรรมทางการเงินได้อย่างแท้จริง
ถอดการโหวตออกจากบล็อกเชน ตัวเลข TPS หน้าจออาจดูลดลงแต่ใช้งานจริงลื่นไหล
ในระบบ TowerBFT เดิม ผู้ตรวจสอบธุรกรรมจำเป็นต้องส่งคะแนนโหวตบันทึกเป็นรายการธุรกรรมลงบนบล็อกเชนโดยตรง แต่ในระบบ Votor ใหม่นี้ การโหวตจะถูกปรับเปลี่ยนไปส่งข้อความหาผู้ตรวจสอบคนอื่นโดยตรงนอกบล็อกเชน (Off-chain) แล้วนำมารวมเป็นใบรับรอง (Certificates) เพื่อล็อกบล็อกธุรกรรมให้เสร็จสิ้นได้ใน 1 ถึง 2 รอบการโหวตเท่านั้น
การถอดรายการโหวตออกไป จะส่งผลให้ตัวเลขรายงานจำนวนธุรกรรมต่อวินาที (TPS) และยอดธุรกรรมรวมบนหน้าจอของ Solana ปรับตัวลดลงอย่างมาก อย่างไรก็ตาม การลดลงของตัวเลขดังกล่าวไม่ได้หมายความว่ามีการใช้งานจริงลดลงแต่อย่างใด แต่เกิดจากการตัดรายการโหวตภายในของระบบออกไป
นอกจากนี้ ระบบใหม่ยังถูกออกแบบให้มีความปลอดภัยสูง โดยสามารถรองรับกรณีที่มีผู้ตรวจสอบที่ไม่ประสงค์ดีสูงสุด 20% และผู้ตรวจสอบที่ระบบขัดข้องหยุดทำงานอีก 20% ได้อย่างปลอดภัย
ผู้ใช้งานทั่วไปไม่ต้องปรับตัว ผู้ตรวจสอบเตรียมซื้อตั๋วเข้าร่วม
สำหรับผู้ใช้งานทั่วไป กระเป๋าเงินดิจิทัล และแอปพลิเคชันต่าง ๆ จะยังคงใช้งานได้ตามปกติโดยไม่ต้องดำเนินการใด ๆ รวมทั้งระบบประมวลผล รูปแบบการทำธุรกรรม และค่าธรรมเนียมของผู้ใช้จะไม่มีการเปลี่ยนแปลง ขณะที่ผู้พัฒนาแอปพลิเคชันจะได้รับประโยชน์จากการที่สถานะการยืนยันเบื้องต้นและสถานะการยืนยันสมบูรณ์กลายเป็นระดับเดียวกันในทางปฏิบัติ
อย่างไรก็ตาม ในฝั่งของผู้ตรวจสอบธุรกรรม จะต้องเตรียมสำรองเหรียญเพิ่มขึ้นอีก 0.8 SOL ต่อบัญชีโหวต เพื่อชำระค่าธรรมเนียมตั๋วเข้าร่วมของผู้ตรวจสอบต่อ Epoch ซึ่งเป็นค่าธรรมเนียมที่จะถูกเผาทำลายไป โดยมาแทนที่ค่าธรรมเนียมเดิมที่เคยต้องจ่ายประมาณ 1 SOL ต่อ Epoch
ขั้นตอนเปลี่ยนผ่านราบรื่น เตรียมขยายผลในอนาคต
เมื่อเข้าสู่ Epoch 1064 ในวันที่ 21 ตุลาคม ระบบจะเริ่มเปิดใช้งานฟังก์ชันใหม่ แต่ระบบ TowerBFT เดิมจะยังคงรับหน้าที่ต่ออีก 5,000 สล็อต (ราว 18 นาที) ก่อนที่ระบบ Alpenglow จะเข้าควบคุมเครือข่ายอย่างเต็มรูปแบบที่สล็อตหมายเลข 459,653,000 เพื่อป้องกันความผิดพลาดและสร้างความเสถียรในระหว่างการเปลี่ยนผ่าน
ทั้งนี้ การอัปเกรดในวันที่ 21 ตุลาคม ถือเป็นการส่งมอบส่วนแรกคือ Votor เท่านั้น ขณะที่ส่วนที่สองคือ “Rotor” ซึ่งเป็นระบบส่งกระจายข้อมูลบล็อกใหม่ จะมีการกำหนดวันเปิดตัวในอนาคตต่อไป
ที่มา : decrypt