รีพับลิกันเปิดร่างล่าสุดของ Clarity Act ความยาว 616 หน้า เพิ่มความคุ้มครองนักพัฒนาซอฟต์แวร์แบบไม่รับฝากสินทรัพย์ พร้อมห้ามเจ้าหน้าที่รัฐและคู่สมรสออกหรือสนับสนุนสินทรัพย์ดิจิทัล แต่กฎจริยธรรมดังกล่าวจะหมดอายุ 20 มกราคม 2029
หลังใช้เวลาหารือกันมาหลายเดือน สมาชิกพรรครีพับลิกันในวุฒิสภาสหรัฐฯ ได้เผยแพร่ร่างล่าสุดของกฎหมายโครงสร้างตลาดคริปโทฯ หรือ Clarity Act ซึ่งอาจถูกนำเข้าสู่การลงมติของวุฒิสภาเต็มคณะได้เร็วที่สุดในสัปดาห์หน้า
ร่างกฎหมายความยาว 616 หน้าเกิดจากการรวมร่างที่ผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมาธิการการเกษตรและคณะกรรมาธิการการธนาคารของวุฒิสภาในช่วงปีที่ผ่านมา โดยหนึ่งในประเด็นสำคัญคือการกำหนดข้อจำกัดไม่ให้ประธานาธิบดี รองประธานาธิบดี สมาชิกสภาคองเกรส และเจ้าหน้าที่รัฐบาลกลางรายอื่นแสวงหาผลประโยชน์จากสินทรัพย์ดิจิทัลระหว่างดำรงตำแหน่ง
ข้อกำหนดด้านจริยธรรมท้ายร่างกฎหมายระบุว่า เจ้าหน้าที่รัฐ ลูกจ้างของรัฐบาลกลาง และคู่สมรส จะไม่สามารถออกหรือให้การสนับสนุนสินทรัพย์ดิจิทัลได้ แต่ยังคงสามารถลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลได้ตามปกติ โดยกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ จะเป็นหน่วยงานรับผิดชอบการบังคับใช้
ประเด็นดังกล่าวยังอาจเผชิญแรงต้านจากพรรคเดโมแครต ซึ่งต้องการให้อัยการสูงสุดของแต่ละรัฐมีส่วนร่วมในการตรวจสอบด้วย โดย สว.แองเจลา อัลโซบรูคส์ ระบุว่า การให้กระทรวงยุติธรรมเป็นผู้บังคับใช้เพียงฝ่ายเดียวไม่ใช่ข้อเสนอที่จริงจังเพียงพอ และเธอจะไม่สนับสนุนร่างกฎหมายหากยังคงใช้ถ้อยคำดังกล่าว
ข้อถกเถียงด้านจริยธรรมเกิดขึ้นท่ามกลางความสนใจต่อเหรียญมีมของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และบริษัท World Liberty Financial ของครอบครัว หลังเอกสารเปิดเผยข้อมูลทางการเงินที่เผยแพร่เมื่อเดือนก่อนระบุว่า ทรัมป์ได้รับรายได้หลายล้านดอลลาร์ที่เกี่ยวข้องกับบริษัทดังกล่าว
อย่างไรก็ตาม ข้อกำหนดด้านจริยธรรมมีเงื่อนไขสิ้นสุดการบังคับใช้ โดยจะไม่มีผลตั้งแต่เวลาเที่ยงของวันที่ 20 มกราคม 2029 เป็นต้นไป ด้าน สว.ซินเธีย ลัมมิส อธิบายว่า การกำหนดวันหมดอายุสะท้อนให้เห็นว่า มาตรฐานดังกล่าวเป็นสิ่งที่ทรัมป์เลือกนำมาใช้กับตนเอง ไม่ใช่ข้อจำกัดที่สภาคองเกรสบังคับใช้กับเขา
นอกจากนี้ ร่างล่าสุดยังบรรจุ Blockchain Regulatory Certainty Act ซึ่งกำหนดพื้นที่คุ้มครองทางกฎหมาย หรือ Safe Harbor ให้แก่นักพัฒนาซอฟต์แวร์แบบไม่รับฝากสินทรัพย์ โดยยืนยันว่าบุคคลกลุ่มนี้ไม่ถือเป็นผู้ให้บริการโอนเงินเพียงเพราะพัฒนาหรือเผยแพร่ซอฟต์แวร์
อุตสาหกรรมคริปโทฯ สนับสนุนข้อกำหนดดังกล่าว โดยมองว่าจะช่วยสร้างความชัดเจนทางกฎหมายและลดความเสี่ยงที่นวัตกรรมจะย้ายออกนอกสหรัฐฯ ขณะที่หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายบางแห่งและผู้นำศาสนาคาทอลิกเตือนว่า การคุ้มครองที่กว้างเกินไปอาจทำให้มาตรการต่อต้านการค้ามนุษย์อ่อนแอลงและเป็นอุปสรรคต่อการสืบสวน
ร่างกฎหมายยังเพิ่มข้อกำหนดใหม่อีก 25 มาตราเพื่อแก้ข้อกังวลของหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย โดย DeFi Education Fund ประเมินเบื้องต้นว่า เนื้อหาดังกล่าวดูเป็นการกำกับดูแลที่สมเหตุสมผล ซึ่งให้อำนาจที่เหมาะสมแก่เจ้าหน้าที่โดยไม่เพิ่มภาระต่อนักพัฒนาซอฟต์แวร์มากเกินไป
อย่างไรก็ตาม Clarity Act ยังจำเป็นต้องได้รับเสียงสนับสนุนจากพรรคเดโมแครตจึงจะผ่านวุฒิสภาได้ และยังไม่ชัดเจนว่าข้อกำหนดด้านจริยธรรมในปัจจุบันจะเพียงพอต่อการดึงเสียงสนับสนุนหรือไม่
หากวุฒิสภาผ่านร่างได้ก่อนเริ่มปิดสมัยประชุมช่วงฤดูร้อนในวันที่ 7 สิงหาคม ร่างกฎหมายจะถูกส่งต่อไปยังสภาผู้แทนราษฎรเพื่อลงมติ ท่ามกลางกรอบเวลาของสภาที่กำลังแคบลงเรื่อยๆ เนื่องจากสมาชิกสภากำลังเตรียมตัวเข้าสู่ช่วงหาเสียงเลือกตั้ง
ที่มา : Theblock