ก.ล.ต. เปิดรับฟังความคิดเห็นร่างเกณฑ์ใหม่ ยกระดับการตรวจสอบคุณสมบัติผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัทหลักทรัพย์ ผู้ประกอบธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้า และผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล โดยขยายลักษณะต้องห้ามให้ครอบคลุมคดีฟอกเงิน การสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย และความผิดที่เชื่อมโยงข้ามธุรกิจทั้งในไทยและต่างประเทศ เปิดรับฟังความคิดเห็นถึงวันที่ 16 สิงหาคม 2569
เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคมที่ผ่านมาสำนักงาน ก.ล.ต. ได้เผยแพร่เอกสารรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับการปรับปรุงลักษณะต้องห้ามของผู้ถือหุ้นรายใหญ่ สำหรับผู้ประกอบธุรกิจ 3 ประเภท ได้แก่ ผู้ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ ผู้ประกอบธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้า และผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล โดยมีเป้าหมายเพื่อให้ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ดำรงไว้ซึ่งคุณสมบัติที่เหมาะสม มีความน่าเชื่อถือ และไม่กระทบต่อชื่อเสียงของธุรกิจหรือความน่าเชื่อถือของตลาดทุน
โดยบุคคลที่จะได้รับความเห็นชอบให้เป็น “ผู้ถือหุ้นรายใหญ่” จะต้องไม่มีประวัติหรือพฤติกรรมที่เป็นลักษณะต้องห้าม ดังนี้
-ถูก ก.ล.ต. ปฏิเสธหรือถอนรายชื่อจากการเป็นกรรมการและผู้บริหาร เนื่องจากขาดความน่าไว้วางใจ
-อยู่ระหว่างถูกกล่าวโทษ ดำเนินคดี หรือถูกกำหนดมาตรการลงโทษทางแพ่ง ในความผิดเกี่ยวกับการกระทำอันไม่เป็นธรรมในการซื้อขายหลักทรัพย์/สัญญาซื้อขายล่วงหน้า/สินทรัพย์ดิจิทัล หรือบริหารงานที่มีลักษณะหลอกลวง ทุจริต
-อยู่ระหว่างถูกกล่าวโทษหรือดำเนินคดี ใน ความผิดฐานฟอกเงิน หรือสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้ายและการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง (ครอบคลุมทั้งกฎหมายไทยและต่างประเทศ)
-เคยได้รับโทษจำคุก เคยถูกไล่ออก/ปลดออกจากการทำงาน หรือถูกถอดถอนจากการเป็นกรรมการ/ผู้จัดการ เนื่องจากการกระทำโดยทุจริต
-จงใจแจ้งข้อมูลเท็จ ปกปิดข้อความจริงที่เป็นสาระสำคัญ หรือมีการทำงานที่ขาดจรรยาบรรณและมาตรฐานในการประกอบธุรกิจ
-ถูกหน่วยงานกำกับดูแลธุรกิจทางการเงิน (ทั้งในหรือต่างประเทศ) สั่งพักหรือเพิกถอน การเป็นกรรมการ ผู้บริหาร ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ หรือเพิกถอนการประกอบธุรกิจ
–เคยเป็นกรรมการ ผู้บริหาร หรือผู้ถือหุ้นรายใหญ่ในบริษัทที่ถูกรัฐมนตรีปฏิเสธ เพิกถอน หรือถอนคำขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล (เฉพาะธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล)
สำหรับผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของผู้ประกอบธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้า ก.ล.ต. เสนอให้ยกเลิกการนำเกณฑ์ที่ออกแบบไว้สำหรับบุคลากรในธุรกิจตลาดทุนมาใช้ และจัดทำหลักเกณฑ์เฉพาะขึ้นใหม่ ปรับเนื้อหาลักษณะต้องห้ามให้สอดคล้องกับธุรกิจหลักทรัพย์และสินทรัพย์ดิจิทัล เนื่องจากบทบาทและอำนาจของผู้ถือหุ้นรายใหญ่แตกต่างจากกรรมการ ผู้บริหาร หรือพนักงานของบริษัท
เมื่อเกณฑ์มีผลบังคับใช้ ผู้ประกอบธุรกิจจะต้องทบทวนคุณสมบัติของผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่ได้รับความเห็นชอบอยู่เดิม หากพบว่ามีลักษณะต้องห้าม ต้องรายงานต่อ ก.ล.ต. และดำเนินการแก้ไขภายใน 90 วัน โดยเอกสารประเมินผลกระทบระบุว่า ภาระเพิ่มเติมจะตกอยู่กับผู้ประกอบธุรกิจที่ต้องตรวจสอบข้อมูลในขอบเขตกว้างขึ้น ขณะที่ผลเชิงบวกคือการเพิ่มความโปร่งใสและความเชื่อมั่นให้แก่นักลงทุนและตลาดทุนโดยรวม
หากผู้ประกอบธุรกิจไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ อาจมีโทษทางอาญาตาม พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ (มาตรา 282, 283) และ พ.ร.ก. การประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลฯ (มาตรา 67) เพื่อให้การบังคับใช้กฎหมายมีประสิทธิภาพและเป็นมาตรฐานเดียวกัน
ทั้งนี้ ก.ล.ต. เปิดรับฟังความคิดเห็นต่อร่างประกาศดังกล่าวตั้งแต่วันที่ 17 กรกฎาคม 2569 ไปจนถึงวันที่ 16 สิงหาคม 2569 ก่อนนำความคิดเห็นไปประกอบการปรับปรุงหลักเกณฑ์ในขั้นตอนต่อไป
เอกสารรับฟังความคิดเห็นบนเว็บไซต์ ก.ล.ต. https://www.sec.or.th/TH/Pages/PB_Detail.aspx?SECID=1189 และระบบกลางทางกฎหมาย https://law.go.th/ ผู้ที่เกี่ยวข้องและผู้สนใจสามารถแสดงความคิดเห็นได้ที่เว็บไซต์ หรือทาง e-mail: aurawan@sec.or.th gritchanut@sec.or.th และ witchulada@sec.or.th (สำหรับผู้ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์และผู้ประกอบธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้า) หรือ jirapat@sec.or.th และ wasu@sec.or.th (สำหรับผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล)
ที่มา : sec.or.th sec.or.th