ก.ล.ต. ปรับปรุงกฎหมายครั้งใหญ่ ครอบคลุมตลาดหลักทรัพย์ สัญญาซื้อขายล่วงหน้า สินทรัพย์ดิจิทัล และกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ หวังเพิ่มประสิทธิภาพการกำกับดูแล ยกระดับการคุ้มครองผู้ลงทุน และรับมือพัฒนาการของตลาดทุนยุคใหม่ พร้อมเผยผลบังคับใช้กฎหมายกล่าวโทษ 67 ราย รวม 23 คดี
สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ หรือ ก.ล.ต.อยู่ระหว่างผลักดันการปรับปรุงกฎหมายในหลายด้าน เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการกำกับดูแลและการบังคับใช้กฎหมายให้สอดคล้องกับพัฒนาการของตลาดทุน เทคโนโลยี และรูปแบบการลงทุนที่เปลี่ยนแปลงไป
*กฎหมายหลักทรัพย์ฯ และสัญญาซื้อขายล่วงหน้าฯ
ก.ล.ต.เตรียมปรับปรุงพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ เพื่อรองรับการออกหลักทรัพย์และการทำธุรกรรมด้วยวิธีอิเล็กทรอนิกส์ตลอดวงจรชีวิตของหลักทรัพย์ รวมถึงเพิ่มประสิทธิภาพในการกำกับดุแล โดยเพิ่มมาตรการกำกับดูแลการทำ Short Sell และเพิ่มการเปิดเผยข้อมูลการก่อภาระผูกพันที่มีนัยสำคัญ ตลอดจนเพิ่มอำนาจระงับธุรกรรมชั่วคราวในกรณีที่อาจสร้างความเสียหายร้ายแรงต่อผู้ลงทุนหรือประโยชน์สาธารณะ
นอกจากนี้ ยังมีแนวทางปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการระดมทุน ผู้ประกอบธุรกิจ ตลาดรอง และผู้ให้บริการที่เกี่ยวเนื่องกับตลาดทุน รองรับการดำเนินการที่เกี่ยวกับตลาดทุนด้วยวิธีอิเล็กทรอนิกส์ และเพิ่มอำนาจสอบสวนร่วมของพนักงาน ก.ล.ต.รวมถึงการปรับโครงสร้างและนำมาตรการปรับเป็นพินัยมาใช้กับความผิดบางประเภท
*กฎหมายสินทรัพย์ดิจิทัล มุ่งสอดคล้องสากล
ด้านกฎหมายสินทรัพย์ดิจิทัล ก.ล.ต.มีแผนปรับปรุงให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล เท่าทันการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีและและลดความคลุมเครือในการตีความ โดยครอบคลุมการปรับนิยาม “สินทรัพย์ดิจิทัล”, ปรับเกณฑ์การกำกับดูแลการออกและเสนอขายโทเคนดิจิทัลเป็นหลักการ Disclosure-based หรือการเปิดเผยข้อมูลสำคัญอย่างครบถ้วน ถูกต้อง และเพียงพอ เพื่อให้นักลงทุนใช้ประกอบการตัดสินใจ,การเพิ่มประสิทธิภาพการบังคับใช้กฎหมาย
*กฎหมายกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD)
ส่วนกฎหมายกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ หรือ PVD จะมุ่งยกระดับการกำกับดูแลกองทุนให้มีธรรมาภิบาล ความโปร่งใส และการคุ้มครองสิทธิของสมาชิกมากขึ้น โดยจะส่งเสริมความโปร่งใสและระบบตรวจสอบถ่วงดุลในการกำกับดูแลกองทุน, รองรับการพัฒนาโครงสร้างกองทุนและยกระดับธรรมภิบาล รวมทั้งเพิ่มกลไกคุ้มครองสิทธิประโยชน์ของสมาชิกและเพิ่มความยืดหยุ่นในการบริหารจัดการเงินออม
*ครึ่งปีแรกกล่าวโทษ 67 ราย รวม 23 คดี
ขณะเดียวกัน ก.ล.ต. เปิดเผยสถิติการบังคับใช้กฎหมายระหว่างเดือนมกราคมถึงมิถุนายน 2569 โดยในส่วนของ “คดีอาญา” มีการกล่าวโทษผู้กระทำผิดต่อพนักงานสอบสวน 67 ราย รวม 23 คดี และเปรียบเทียบปรับเฉพาะกรณีที่มีการชำระค่าปรับรวม 29.99 ล้านบาท
ในส่วนมาตรการลงโทษทางแพ่ง มีผู้ถูกดำเนินการ 29 ราย รวม 7 คดี คิดเป็นค่าปรับทางแพ่ง 662.70 ล้านบาท พร้อมชดใช้เงินเท่าผลประโยชน์ที่ได้รับ 519.45 ล้านบาท และชดใช้ค่าใช้จ่ายในการตรวจสอบอีก 1.55 ล้านบาท ขณะที่ด้าน การดำเนินการทางบริหารกับบุคคลที่อยุ่ภายใต้การกำกับดูแล มีการเพิกถอนความเห็นชอบผู้แนะนำการลงทุนจำนวน 4 ราย
ทั้งหมดนี้ ก็เป็นอีกหนึ่งความเคลื่อนไหวของ ก.ล.ต.ไทย ที่พยายามพยายามปรับโครงสร้างกฎหมายให้ครอบคลุมทั้งผลิตภัณฑ์ทางการเงินแบบดั้งเดิมและสินทรัพย์ดิจิทัล พร้อมเพิ่มเครื่องมือกำกับดูแลและบังคับใช้กฎหมายให้ทันกับความซับซ้อนของตลาดทุนในปัจจุบัน
————–
*เรียบเรียงโดยกองบรรณาธิการ Crypto by efinanceThai จากข้อมูลอินโฟกราฟิกของสำนักงาน ก.ล.ต. ณ วันที่ 30 มิถุนายน และ 7 กรกฎาคม 2569

