SEC เสนอร่างข้อกำหนด “Regulation Crypto” ฉบับแรกเพื่อเป็นช่องทางพิเศษให้ สตาร์ตอัปคริปโทฯ สามารถระดมทุนได้โดยไม่ต้องถูกตรวจสอบเข้มงวดในฐานะหลักทรัพย์ เปิดรับฟังความคิดเห็น 60 วันก่อนบังคับใช้จริง
สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯ (SEC) ประกาศเสนอร่างกฎระเบียบฉบับประวัติศาสตร์ในชื่อ “Regulation Crypto Assets” (หรือ Regulation Crypto) ซึ่งการประกาศแบบสายฟ้าแลบในวันอังคารนี้เกิดขึ้นอย่างเหนือความคาดหมาย เนื่องจากทางหน่วยงานเพิ่งจะสั่งยกเลิกการประชุมเพื่อพิจารณาร่างกฎหมายดังกล่าวไปเมื่อวันที่ 14 สิงหาคมที่ผ่านมาโดยระบุเพียงว่าเป็นปัญหาเรื่องตารางงาน
ปกติแล้วหากบริษัททั่วไปต้องการออกเหรียญดิจิทัลเพื่อหาเงินทุน มักจะถูกจัดกลุ่มให้อยู่ภายใต้นิยามของ “สัญญาการลงทุน” (Investment contracts) ตามกฎหมายหลักทรัพย์ ซึ่งทำให้บริษัทต้องเจอกับข้อบังคับและขั้นตอนกฎหมายที่ซับซ้อนและมีค่าใช้จ่ายสูงมาก แต่ข้อเสนอใหม่ของ SEC ออกแบบมาเพื่อเปิด “ทางเลี่ยงพิเศษ” ให้การระดมทุนแก่ผู้พัฒนาโครงการคริปโทฯ โดยไม่ติดขัดข้อบังคับเหล่านั้น
โดยในสัญญายกเว้นนี้ นาย Paul Atkins ประธาน SEC เผยว่าได้แบ่งเส้นทางการระดมทุนออกเป็น 2 ช่องทางหลัก เพื่อสนับสนุนนวัตกรรมในประเทศ
1.ช่องทางสำหรับสตาร์ตอัป (Startup Track): เปิดให้บริษัทระดมทุนได้ไม่เกิน 5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 165 ล้านบาท) ภายในกรอบเวลา 4 ปี แลกกับการยื่นเอกสารเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะและต่อนักลงทุนในช่วงเริ่มต้นและสิ้นสุดโครงการเท่านั้น
2.ช่องทางระดมทุนขนาดใหญ่: เปิดโอกาสให้ระดมทุนได้สูงถึง 75 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 2.48 พันล้านบาท) ในแต่ละรอบระยะเวลา 1 ปี แต่จะต้องส่งงบการเงินและรายงานสถานะทางการเงินอย่างต่อเนื่อง รวมถึงต้องอยู่ภายใต้กฎระเบียบต่อต้านการฉ้อโกงและการปั่นตลาดภายใต้กฎหมายหลักทรัพย์
นอกจากนี้ กฎหมายยังมีมาตรการคุ้มครองหรือ “ขอบเขตปลอดภัย” (Safe harbor) ที่ระบุว่า หากผู้พัฒนาได้ทำหน้าที่บริหารจัดการโครงการหลักเสร็จสิ้นหรือยุติบทบาทการบริหารตามที่เคยสัญญาไว้แล้ว ตัวเหรียญดิจิทัลนั้นจะหลุดพ้นจากข้อสงสัยเรื่องการเป็นหลักทรัพย์โดยสมบูรณ์
อย่างไรก็ดี แม้ว่าภาคธุรกิจคริปโทฯ จะยินดีกับกฎใหม่นี้ แต่ประธาน SEC ออกมาเตือนว่า กฎเกณฑ์ที่ตั้งขึ้นโดยหน่วยงานกำกับดูแลสามารถถูกรื้อถอนได้ง่ายในอนาคตหากเปลี่ยนขั้วรัฐบาล
ดังนั้น การเร่งผลักดันร่างกฎหมายโครงสร้างตลาดระดับประเทศอย่าง Digital Asset Market Clarity Act ในชั้นวุฒิสภาเดือนหน้า จึงยังคงเป็นสิ่งจำเป็นที่สุดในการวางรากฐานที่ถาวรและยั่งยืน โดยหลังจากนี้ SEC จะเปิดให้ประชาชนร่วมแสดงความเห็นเป็นเวลา 60 วัน ก่อนจะนำไปสรุปเป็นกฎหมายฉบับสมบูรณ์ต่อไป