แซม อดีตเจ้าพ่อ FTX ยื่นศาลสูงสุดอเมริกา ขอให้กลับคำพิพากษาลงโทษความผิดฐานฉ้อโกงโทษจำคุก 25 ปี หลังศาลอุทธรณ์ยืนคำตัดสินเดิมเมื่อเดือนมิถุนายน ทีมทนายโต้! ศาลชั้นต้นไม่เปิดทางให้นำเสนอข้อโต้แย้งว่าลูกค้า FTX ได้รับเงินคืนครบพร้อมดอกเบี้ย
นายแซม แบงก์แมน-ฟรีด (SBF) ผู้ก่อตั้งศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล FTX ได้ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาสหรัฐฯ (U.S. Supreme Court) เพื่อขอให้พิจารณาและกลับคำพิพากษาในคดีฉ้อโกงที่ส่งผลให้เขาต้องโทษจำคุกเป็นเวลา 25 ปี
การยื่นคำร้องครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากที่คณะผู้พิพากษาจาก ศาลอุทธรณ์ภาค 2 ของสหรัฐฯ ได้มีคำตัดสินยืนตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้นเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา โดยทีมทนายความของเขาเน้นย้ำในคำร้องว่า การทบทวนคดีนี้มีความจำเป็นอย่างยิ่งยวด
อ้างลูกค้าได้เงินคืนครบ และคำสั่งริบทรัพย์สินสูงเกินควร
ในเอกสารคำร้องยื่นต่อศาล ทีมทนายความของแบงก์แมน-ฟรีด ได้หยิบยกประเด็นทางกฎหมายสำคัญขึ้นมาโต้แย้งว่า ศาลชั้นต้นไม่อนุญาตให้ฝ่ายจำเลยนำเสนอหลักฐานเพื่อแสดงว่าไม่มีลูกค้าของ FTX คนใดที่ต้องสูญเสียเงินเลย ในความเป็นจริงแล้วบริษัทมีสินทรัพย์เพียงพอที่จะชำระคืนให้แก่ลูกค้าอยู่เสมอ ซึ่งต่อมาลูกค้าก็ได้รับการชำระเงินคืนครบถ้วนพร้อมดอกเบี้ยจำนวนมากผ่าน แผนการฟื้นฟูกิจการในคดีล้มละลาย
นอกจากนี้ คำร้องยังได้โจมตีคำสั่งริบทรัพย์สินมูลค่า 1.1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยชี้ว่าเป็นการลงโทษด้วยการปรับที่สูงเกินควรซึ่งเป็นการฝ่าฝืน บทบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญสหรัฐฯ บทที่ 8 ที่ห้ามไม่ให้มีการลงโทษด้วยการปรับที่รุนแรงเกินกว่าเหตุ
อัยการยัน ยักยอกเงินถือเป็นความผิดสมบูรณ์ แม้จะได้เงินคืนทีหลัง
อย่างไรก็ตาม ทางฝ่ายอัยการจากกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ได้ปฏิเสธข้อโต้แย้งดังกล่าว โดยชี้แจงในชั้นพิจารณากำหนดโทษว่า แบงก์แมน-ฟรีด ได้ดำเนินแผนการฉ้อโกงลูกค้าของ FTX ด้วยการยักยอกเงินทุนมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐไปใช้โดยมิชอบ ซึ่งถือเป็นความผิดทางอาญาที่สมบูรณ์แล้ว ไม่ว่าในเวลาต่อมาลูกค้าจะได้เงินคืนหรือไม่ก็ตาม
นอกจากนี้ คดียังครอบคลุมถึงการฉ้อโกงนักลงทุนของ FTX อีก 1.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และผู้ให้กู้แก่บริษัท อะลาเมดา รีเสิร์ช (Alameda Research) อีก 1.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
ทั้งนี้ การชำระเงินคืนแก่ลูกค้านั้นเกิดขึ้นผ่านกระบวนการล้มละลายของ FTX ซึ่งมีการประเมินมูลค่าสิทธิเรียกร้องเป็นดอลลาร์ ณ พฤศจิกายน 2565 ซึ่งเป็นช่วงที่ราคาบิตคอยน์ร่วงลงมาอยู่ที่ประมาณ 16,000 ดอลลาร์สหรัฐเท่านั้น
โอกาสผ่านศาลฎีการิบหรี่ เดินหน้ายื่นขออภัยโทษทางการเมือง
ผู้เชี่ยวชาญมองว่า โอกาสที่ศาลฎีกาสหรัฐฯ จะรับคดีนี้ไว้พิจารณามีน้อยมาก เนื่องจากศาลฎีกาจะเลือกรับฟังการอภิปรายและพิจารณาคดีเพียงประมาณ 1% จากคำร้องทั้งหมดที่ยื่นเข้ามาในแต่ละรอบปีเท่านั้น
นอกเหนือจากการสู้คดีในระบบศาลแล้ว แบงก์แมน-ฟรีด ยังได้พยายามหาช่องทางอื่นโดยการยื่นคำร้องขอการอภัยโทษ ต่อประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ตั้งแต่เดือนมิถุนายนที่ผ่านมา แต่ช่องทางนี้ก็ดูเหมือนจะเลือนรางเช่นกัน เนื่องจากประธานาธิบดีทรัมป์ได้เคยปฏิเสธโอกาสการอภัยโทษไปแล้วตั้งแต่เดือนมกราคม
ขณะที่วุฒิสภาสหรัฐฯ ก็ได้ลงมติเป็นเอกฉันท์คัดค้านการผ่อนผันโทษแก่เขาเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ทั้งนี้ ในช่วงปี 2564–2565 แบงก์แมน-ฟรีด เคยบริจาคเงินทางการเมืองเกือบ 40 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ทำให้เขากลายเป็นผู้บริจาครายใหญ่ที่สุดอันดับสองของพรรคเดโมแครต รองจาก จอร์จ โซรอส
ปัจจุบัน ศาลฎีกาสหรัฐฯ ยังไม่ได้ส่งสัญญาณหรือระบุวันว่าจะตัดสินใจรับคำร้องของ SBF ไว้พิจารณาหรือไม่
ที่มา : Decrypt