Sberbank ธนาคารที่ใหญ่ที่สุดของรัสเซีย เตรียมเปิดตัวระบบโครงสร้างพื้นฐานสำหรับเทรดคริปโทฯ และศูนย์รับฝากสินทรัพย์ดิจิทัลภายในเดือนธันวาคมนี้ รับมือกฎหมายคริปโทฯ ฉบับใหม่ที่จะมีผลบังคับใช้ 1 ก.ย.
Sberbank ธนาคารที่ใหญ่ที่สุดในประเทศรัสเซีย ประกาศเดินหน้าสร้างโครงสร้างพื้นฐานสำหรับการซื้อขายคริปโทเคอร์เรนซี รวมถึงเตรียมเปิดตัวศูนย์รับฝากสินทรัพย์ดิจิทัล (Digital Depository) ให้พร้อมใช้งานภายในวันที่ 1 ธันวาคมนี้
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามระดับชาติ ที่รัฐบาลรัสเซียต้องการนำเรื่องการซื้อขาย การรับฝาก และการชำระราคาคริปโทฯ เข้ามาอยู่ในระบบการเงินที่ได้รับการดูแลและมีกฎหมายรองรับอย่างชัดเจน
การทำงานของ “ศูนย์รับฝากสินทรัพย์ดิจิทัล” แห่งนี้ จะทำหน้าที่บันทึกสิทธิความเป็นเจ้าของคริปโทฯ ของลูกค้า และประมวลผลการทำธุรกรรมส่วนใหญ่นอกเครือข่ายบล็อกเชน (Off-chain) เพื่อความสะดวกรวดเร็ว โดยทางธนาคารจะเป็นผู้ดูแลระบบกระเป๋าเงินดิจิทัล (Wallet) เพื่อเปิดให้ลูกค้าสามารถทำรายการฝาก ถอน และโอนสินทรัพย์ได้ด้วยตนเอง
แผนการรุกตลาดคริปโทฯ ครั้งนี้ เกิดขึ้นหลังจากสภาสหพันธ์ของรัสเซียได้ไฟเขียวอนุมัติกฎหมายใหม่ ว่าด้วยการควบคุมการเทรดคริปโทฯ ผ่านคนกลางที่ได้รับใบอนุญาต เช่น โบรกเกอร์, ศูนย์ซื้อขาย (Exchange), บริษัทจัดการลงทุน และศูนย์รับฝากสินทรัพย์ ซึ่งกรอบกฎหมายดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการในวันที่ 1 กันยายนนี้
ขณะที่ข้อบังคับเฉพาะเจาะจงที่ระบุให้ธุรกรรมต่างๆ ต้องทำผ่านตัวแทนที่ได้รับใบอนุญาตเท่านั้น จะเริ่มบังคับใช้จริงในเดือนกรกฎาคม ปี 2027
เพื่อเป็นการป้องกันความเสี่ยงให้แก่นักลงทุนรายย่อย กฎหมายได้กำหนดให้การเทรดบนกระดานสาธารณะ สามารถทำได้เฉพาะกับคริปโทฯ ที่มีสภาพคล่องสูงตามเกณฑ์ของธนาคารกลางรัสเซีย (Bank of Russia) เท่านั้น โดยเหรียญที่จะเปิดให้เทรดได้ต้องมีมูลค่าตลาดเฉลี่ยสูงกว่า 5 ล้านล้านรูเบิล (ราว 6.4 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ) และมีปริมาณการซื้อขายเฉลี่ยรายวันทะลุ 1 ล้านล้านรูเบิล (ราว 1.28 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ) ต่อเนื่องกันเป็นเวลา 2 ปี
ทั้งนี้ แม้การลงทุนจะเปิดกว้างมากขึ้นสำหรับผู้ลงทุนที่มีคุณสมบัติตามที่กำหนด (Qualified Investors) แต่รัสเซียยังคงสั่งห้ามการนำคริปโทฯ ไปใช้ชำระค่าสินค้าและบริการภายในประเทศอย่างเด็ดขาด
ที่ผ่านมา รัสเซียได้ค่อยๆ ปรับตัวรับเทคโนโลยีสินทรัพย์ดิจิทัลอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2024 มีการออกกฎหมายรับรองการทำเหมืองขุดคริปโทฯ (Mining) รวมถึงสร้างระบบทดลองสำหรับการโอนเงินข้ามพรมแดนด้วยคริปโทฯ
ขณะที่ผลงานของ Sberbank ในปีที่ผ่านมา ก็ได้ริเริ่มเสนอขายหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง (Structured Bonds) ที่อิงกับราคาบิตคอยน์ให้กับกลุ่มนักลงทุนที่มีคุณสมบัติตามที่กำหนด และยังประสบความสำเร็จในการทดลองปล่อยสินเชื่อโดยใช้บิตคอยน์เป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันร่วมกับบริษัท Intelion Data ไปเมื่อช่วงเดือนธันวาคม
นอกจากนี้ ธนาคารกลางรัสเซียยังได้ขยายโอกาสให้นักลงทุนสามารถเข้าถึงผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่อิงกับคริปโทฯ ได้มากขึ้นในปี 2025 และมีแผนอนุญาตให้นักลงทุนรายย่อยสามารถซื้อสินทรัพย์ดิจิทัลได้โดยตรงแบบจำกัดวงเงิน โดยจะต้องผ่านการทดสอบความรู้ และจำกัดเพดานการลงทุนไว้ที่ไม่เกิน 300,000 รูเบิลต่อปี ผ่านตัวแทนที่กำหนด
ที่มา : coindesk