Bitcoin มีสถิติเดือนกันยายนที่อ่อนแออย่างชัดเจน โดยปิดลบ 8 จาก 13 ปีนับตั้งแต่ปี 2013 ให้ผลตอบแทนเฉลี่ย -2.97% จนถูกเรียกว่า “Red September” ขณะที่ปีนี้ Bitcoin ยังต้องเจอแรงกดดันจากความเสี่ยงที่เฟดอาจขึ้นดอกเบี้ยในเดือน ก.ย.
ข้อมูลจาก CoinGlass ชี้ว่า นับตั้งแต่ปี 2013 Bitcoin ปิดเดือนกันยายนเป็นลบถึง 8 ครั้งจากทั้งหมด 13 ปี หรือมีอัตราปิดบวกเพียง 38.5% โดยผลตอบแทนเฉลี่ยอยู่ที่ -2.97% และค่ามัธยฐาน -2.44% ทำให้เดือนกันยายนเป็นเดือนที่ผลงานแย่ที่สุดของ Bitcoin ทั้งในแง่ค่าเฉลี่ยและค่ามัธยฐาน
ขณะที่เดือนมิถุนายนเป็นอีกเดือนที่ใกล้เคียงกัน โดยให้ผลตอบแทนเฉลี่ย -1.59% ส่วนเดือนตุลาคมกลับโดดเด่นที่สุด ด้วยผลตอบแทนเฉลี่ย 19.92%
อย่างไรก็ดี “อาถรรพ์เดือนกันยายน” ไม่ได้เกิดเฉพาะตลาดคริปโทฯ เพราะ S&P 500 ก็มีผลตอบแทนเฉลี่ยเดือนกันยายนลดลงราว 0.6% นับตั้งแต่ปี 1945 และหากย้อนกลับไปถึงปี 1928 ตัวเลขติดลบเฉลี่ยยิ่งสูงขึ้นเป็นราว 1.1–1.2% โดยยังไม่มีข้อสรุปชัดเจนถึงสาเหตุ แต่มีหลายสมมติฐาน ตั้งแต่แรงขายของกองทุนก่อนปิดปีบัญชี การกลับมาลดความเสี่ยงหลังช่วงพักฤดูร้อน ไปจนถึงการประชุมเฟดที่มักเกิดขึ้นกลางเดือน
แม้สถิติจะดูไม่เป็นใจ แต่ปี 2025 Bitcoin กลับฝืนฤดูกาลได้ โดยปิดเดือนกันยายนบวก 5.16% จากแรงหนุนของเงินไหลเข้า ETF ก่อนที่เดือนตุลาคมจะพลิกเป็นลบ 3.69% หลังประธานาธิบดี Donald Trump ขู่เก็บภาษีนำเข้าจากจีน 100% จนนำไปสู่การล้างพอร์ตมูลค่า 1.9 หมื่นล้านดอลลาร์ และกดดันตลาดต่อเนื่องไปถึงเดือนพฤศจิกายน
สำหรับเดือนกันยายน 2026 Bitcoin เปิดซื้อขายต้นเดือนบริเวณ 77,500 ดอลลาร์ หลังปิดเดือนสิงหาคมพุ่งเกือบ 25% ซึ่งเป็นเดือนสิงหาคมที่ดีที่สุดนับตั้งแต่ปี 2021 โดยมีแนวต้านสำคัญบริเวณ 81,455–82,538 ดอลลาร์ และแนวรับ 73,670–75,157 ดอลลาร์
ขณะที่ตลาดจับตาการประชุมเฟดวันที่ 15–16 ก.ย. หลัง CME FedWatch ประเมินโอกาสขึ้นดอกเบี้ยไว้ที่ 68.2% ท่ามกลางเงินเฟ้อ PCE ที่ยังอยู่ระดับ 3.7% และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 30 ปีที่ขึ้นแตะ 5.28%
ที่มา : decrypt