โปรเจกต์ ‘mBridge’ แพลตฟอร์มสกุลเงินดิจิทัลของธนาคารกลางหลายประเทศ กำลังขยับจากช่วงทดลองไปสู่การใช้งานเชิงพาณิชย์มากขึ้น หลังธนาคารจีนเริ่มนำระบบไปใช้กับธุรกรรมข้ามพรมแดนขนาดใหญ่
โปรเจกต์ mBridge แพลตฟอร์มสกุลเงินดิจิทัลของธนาคารกลางหลายประเทศ กำลังขยับเข้าใกล้การใช้งานเชิงพาณิชย์ในวงกว้างมากขึ้น และกลายเป็นแรงหนุนครั้งใหม่ ต่อความพยายามของจีนในการผลักดันการใช้เงินหยวนดิจิทัลสำหรับการชำระเงินข้ามพรมแดน
ความคืบหน้าล่าสุดเกิดขึ้นหลัง Industrial Bank เปิดให้บริการชำระเงินผ่าน mBridge สำหรับธุรกรรมระหว่างจีนแผ่นดินใหญ่กับมาเก๊า ทำให้ปัจจุบันธนาคารสามารถรองรับการชำระเงินผ่านระบบดังกล่าวระหว่างจีนแผ่นดินใหญ่กับทั้งฮ่องกงและมาเก๊า
การเปิดให้บริการครั้งนี้ต่อยอดจากการที่ mBridge ขยายเข้าสู่มาเก๊าเมื่อเดือนมิถุนายน และช่วยเพิ่มขอบเขตของเครือข่ายชำระเงินข้ามพรมแดน ซึ่งปัจจุบันมีธนาคารกลางจากจีนแผ่นดินใหญ่ ฮ่องกง ไทย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และซาอุดีอาระเบียเข้าร่วม
หลังเปิดบริการในมาเก๊า Industrial Bank ยังใช้ mBridge โอนเงินข้ามพรมแดนมูลค่า 500 ล้านหยวน หรือประมาณ 74.03 ล้านดอลลาร์ เพื่อใช้ในธุรกรรมเข้าซื้อหุ้น โดยธนาคารระบุว่า ธุรกรรมดังกล่าวสะท้อนการขยายการใช้งาน mBridge ไปสู่ธุรกรรมเงินหยวนข้ามพรมแดนที่มีขนาดใหญ่และซับซ้อนมากขึ้น
นอกจากนี้ จำนวนลูกค้าองค์กรที่ใช้บริการ mBridge ของ Industrial Bank ในช่วงครึ่งปีแรก เพิ่มขึ้น 176% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สะท้อนว่าการใช้งานไม่ได้จำกัดอยู่เพียงโครงการทดลอง แต่เริ่มขยายเข้าสู่ธุรกิจจริงมากขึ้น
ความเคลื่อนไหวของ Industrial Bank เป็นส่วนหนึ่งของพัฒนาการหลายด้านที่กำลังผลักดันให้ mBridge ถูกนำไปใช้ในทางปฏิบัติมากขึ้น โดยเมื่อเดือนที่ผ่านมา Bank of China สาขาฝูเจี้ยนได้โอนเงินข้ามพรมแดนมูลค่ามากกว่า 10,000 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง หรือประมาณ 1.28 พันล้านดอลลาร์ ผ่าน mBridge และเงินเข้าบัญชีผู้รับในจีนแผ่นดินใหญ่ภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งชั่วโมง
Bank of China ระบุว่า ธุรกรรมดังกล่าวถือเป็นธุรกรรมเดี่ยวที่มีมูลค่าสูงที่สุดเท่าที่เคยประมวลผลผ่านแพลตฟอร์ม ขณะที่ก่อนหน้านั้นในเดือนมิถุนายน สาขาเซินเจิ้นของธนาคารยังใช้ mBridge โอนเงินออกนอกประเทศแบบได้รับเงินเต็มจำนวนภายในวันเดียว มูลค่า 11,300 ล้านหยวน
Matteo Giovannini ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายการเงินของ Industrial and Commercial Bank of China มองว่า พัฒนาการล่าสุดสะท้อนว่า mBridge กำลังค่อย ๆ เปลี่ยนจากแพลตฟอร์มพิสูจน์แนวคิด ไปสู่ช่วงเริ่มต้นของการใช้งานเชิงพาณิชย์
เขาระบุว่า การที่มาเก๊าเข้าร่วมระบบ ธนาคารพาณิชย์เริ่มให้บริการธุรกรรมจริง และมูลค่าธุรกรรมเพิ่มขึ้น ล้วนสะท้อนว่า จุดเน้นของโครงการกำลังเปลี่ยนจากการทดสอบเทคโนโลยี ไปสู่การนำระบบไปใช้งานอยู่ในธุรกิจข้ามพรมแดนจริง
โปรเจกต์ mBridge รวมถึงระบบชำระเงินระหว่างธนาคารข้ามพรมแดนของจีน หรือ CIPS ถูกมองว่าเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามของปักกิ่งในการสร้างทางเลือกให้กับเครือข่ายชำระเงินแบบดั้งเดิมที่มีดอลลาร์สหรัฐเป็นศูนย์กลาง ท่ามกลางความตึงเครียดระหว่างสองเศรษฐกิจขนาดใหญ่ที่สุดของโลก และความกังวลที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับการใช้ดอลลาร์สหรัฐเป็นเครื่องมือทางเศรษฐกิจและการเมือง
Giovannini มองว่า ในมุมของจีน mBridge เป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ผลักดันเงินหยวนสู่สากล ผ่านการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานด้านการชำระเงิน มากกว่าการเข้ามาแทนที่ระบบการเงินเดิมทั้งหมด
อย่างไรก็ตาม เขาเตือนว่า mBridge ยังอยู่เพียงช่วงเริ่มต้นของการใช้งานเชิงพาณิชย์ ไม่ใช่การใช้งานเต็มรูปแบบ โดยโครงการยังต้องดึงธนาคารพาณิชย์เข้าร่วมมากขึ้น ขยายกรณีใช้งานของภาคธุรกิจให้กว้างกว่าการชำระค่าสินค้า เพิ่มความหลากหลายของสกุลเงิน และขยายไปยังประเทศหรือเขตเศรษฐกิจเพิ่มเติม
ที่มา : Scmp