โปแลนด์กลายเป็นประเทศเดียวในสหภาพยุโรปที่ยังไม่สามารถบังคับใช้กฎหมาย MiCA ได้ หลังรัฐสภาลงมติไม่ผ่านการล้ม “วีโต้” ของประธานาธิบดีต่อร่างกฎหมายคริปโท ส่งผลให้รัฐบาลต้องเริ่มยกร่างใหม่ทั้งหมดหากต้องการเดินหน้าต่อ
วันศุกร์ที่ผ่านมา (5 ธ.ค.) รัฐสภาโปแลนด์ลงมติไม่ผ่านการล้มคำสั่ง “วีโต้” ของประธานาธิบดี Karol Nawrocki ที่คัดค้านร่างกฎหมายกำกับสินทรัพย์ดิจิทัล ส่งผลให้โปแลนด์ยังไม่สามารถบังคับใช้กฎหมาย MiCA ได้เหมือนประเทศอื่นในสหภาพยุโรป
การลงมติในสภาล่างได้คะแนนเสียงไม่ถึงเกณฑ์ 3 ใน 5 ที่จำเป็นต่อการล้มคำสั่งยับยั้งของประธานาธิบดี ส่งผลให้รัฐบาลของนายกรัฐมนตรี Donald Tusk ต้องกลับไปเริ่มกระบวนการยกร่างใหม่ทั้งหมด หากยังต้องการผลักดันกฎหมายนี้ต่อไป
ประธานาธิบดี Nawrocki ระบุว่า กฎหมายดังกล่าวซับซ้อนเกินไปเมื่อเทียบกับประเทศ EU อื่น ๆ และอาจทำให้บริษัทคริปโทในประเทศถูกกดดันจนต้องย้ายไปต่างประเทศ โดยมองว่า ควรมีกฎเกณฑ์ที่เอื้อต่อการเติบโตมากกว่านี้
อย่างไรก็ตาม นายกรัฐมนตรี Tusk ชี้ว่า การเร่งออกกฎหมายนี้เป็นเรื่องความมั่นคงของชาติ โดยอ้างถึงความเสี่ยงที่องค์กรอาชญากรรมและหน่วยข่าวกรองจากต่างชาติอาจใช้คริปโทในการฟอกเงินหรือระดมทุนลับ
ทั้งนี้ กลุ่มอุตสาหกรรมคริปโทในประเทศก็มีความเห็นแตกต่างกัน บางฝ่ายสนับสนุนให้เกิดความชัดเจนทางกฎหมาย ขณะที่บางฝ่าย เช่น ซีอีโอของ Zondacrypto ซึ่งเป็นกระดานเทรดรายใหญ่ของโปแลนด์ กลับมองว่าเป็น “ก้าวถอยหลัง” ที่อาจตีความการพัฒนาบล็อกเชนว่าเป็นความผิดทางกฎหมาย
ผลจากการคว่ำร่างกฎหมายนี้ ทำให้โปแลนด์กลายเป็นประเทศเดียวในยุโรปที่ยังไม่สามารถดำเนินการตามกรอบ MiCA ได้ ขณะที่ประเทศอื่นอย่าง เยอรมนี มอลตา เนเธอร์แลนด์ และลิทัวเนีย ได้เริ่มออกใบอนุญาตให้ผู้ให้บริการคริปโทแล้ว
แม้ยังไม่มีกรอบกำกับชัดเจน แต่ตลาดคริปโทในโปแลนด์ยังคงเติบโตต่อเนื่อง โดยรายงานจาก Chainalysis ระบุว่า ระหว่าง ก.ค. 2024 – มิ.ย. 2025 โปแลนด์เป็นประเทศอันดับ 8 ของยุโรปด้านปริมาณคริปโทที่ได้รับ และมีผู้ใช้งานคริปโทแล้วกว่า 7.9 ล้านคน หรือราว 20% ของประชากรทั้งประเทศ
ที่มา : theblock
แปลและเรียบเรียง : สหรัฐ ฉัตราพงษ์