กฎคริปโทฯ ฉบับใหม่ของสหภาพยุโรป หรือ MiCA เริ่มมีผลบังคับใช้อย่างเต็มรูปแบบในวันที่ 1 กรกฎาคมนี้ ส่งผลให้ผู้ให้บริการจำนวนมากอาจต้องหยุดหรือจำกัดการให้บริการ คาดผู้ใช้งานคริปโทฯ มากกว่า 10 ล้านรายต้องย้ายแพลตฟอร์ม
การบังคับใช้กฎหมาย Markets in Crypto-Assets หรือ MiCA อย่างเต็มรูปแบบของสหภาพยุโรปในวันที่ 1 กรกฎาคม กำลังกลายเป็นหนึ่งในจุดเปลี่ยนสำคัญของอุตสาหกรรมคริปโทฯ ในภูมิภาค
Alex Fazel ผู้บริหารของ SwissBorg เปิดเผยกับ CoinDesk ว่าอาจมีผู้ใช้งานมากกว่า 10 ล้านรายที่ต้องมองหาแพลตฟอร์มใหม่หลังจากกฎมีผลบังคับใช้อย่างเต็มรูปแบบ
ก่อนหน้านี้ European Securities and Markets Authority หรือ ESMA ได้ออกคำเตือนให้ผู้ให้บริการสินทรัพย์ดิจิทัลที่ยังไม่ได้รับใบอนุญาต MiCA ยุติการดำเนินธุรกิจ และช่วยลูกค้าย้ายสินทรัพย์ไปยังผู้ให้บริการที่ได้รับอนุญาต หรือโอนไปยังกระเป๋าเงินแบบ Self-custody
ขณะเดียวกัน European Banking Authority หรือ EBA ยังเสนอกรอบบทลงโทษใหม่สำหรับผู้ออก Stablecoin รายใหญ่ที่ฝ่าฝืนกฎ MiCA โดยอาจถูกปรับสูงสุดถึง 12.5% ของรายได้ทั้งปี สะท้อนท่าทีที่เข้มงวดขึ้นของหน่วยงานกำกับดูแลยุโรปต่ออุตสาหกรรมคริปโทฯ
ก่อนยุค MiCA ยุโรปมีผู้ให้บริการสินทรัพย์ดิจิทัลที่จดทะเบียนอยู่มากกว่า 3,000 ราย แต่ Erald Ghoos ซีอีโอของ OKX ประเมินว่าอาจมีมากถึง 80% ที่ไม่สามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้หลังเส้นตายดังกล่าว
ผู้ให้บริการรายใหญ่อย่าง Binance ได้เริ่มปรับเปลี่ยนบริการในยุโรปล่วงหน้าแล้ว ขณะที่หลายแพลตฟอร์มยังอยู่ระหว่างการขอใบอนุญาต MiCA หรือปรับผลิตภัณฑ์ให้สอดคล้องกับกฎใหม่
ด้านแพลตฟอร์มอย่าง Coinbase และ OKX ได้ออกโปรโมชั่นด้านโบนัสและสิทธิประโยชน์เพื่อดึงดูดผู้ใช้งานที่อาจต้องย้ายแพลตฟอร์ม
อย่างไรก็ตาม Fazel มองว่าปัจจัยด้านความมั่นคง ความปลอดภัย และความสามารถในการปฏิบัติตามกฎระเบียบ ควรมีความสำคัญมากกว่าผลตอบแทนระยะสั้นหรือโบนัสในการสมัครใช้งาน
ที่มา : coindesk