Metaplanet ผู้ถือครองบิตคอยน์รายใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น จับมือ JPYC และ Progmat ศึกษาการพัฒนาผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่มี Bitcoin เป็นหลักประกัน มุ่งต่อยอด Bitcoin สู่โครงสร้างพื้นฐานทางการเงินบนบล็อกเชน
Metaplanet บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์โตเกียวและผู้ถือครองบิตคอยน์รายใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่นราว 43,000 BTC กำลังก้าวไปอีกขั้นจากการเป็นเพียงผู้สะสม Bitcoin โดยล่าสุดได้ประกาศความร่วมมือกับ JPYC ผู้ออก Stablecoin สกุลเงินเยน และ Progmat ผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานด้านบล็อกเชน เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่มีบิตคอยน์เป็นหลักประกัน
แนวคิดของโครงการคือการนำบิตคอยน์มาใช้เป็นหลักประกันสำหรับการออกผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่มีลักษณะใกล้เคียงกับ พันธบัตรโทเคน (Tokenized Bond) โดยกำหนดมูลค่าเป็น Stablecoin สกุลเงินเยน จุดเด่นคือสามารถซื้อขายได้ตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมคำนวณดอกเบี้ยสะสมเป็นรายวัน
ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวจะออกและซื้อขายบนโครงสร้างพื้นฐานของ Progmat โดยใช้ Stablecoin ของ JPYC เป็นสื่อกลางในการชำระราคา ส่งผลให้มีลักษณะใกล้เคียงกับตราสารในตลาดเงินมากกว่าคริปโทเคอร์เรนซีทั่วไป
ความเคลื่อนไหวครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของวิสัยทัศน์ Project Nova ที่ Metaplanet ตั้งเป้าสร้างระบบนิเวศทางการเงินที่มี Bitcoin เป็นศูนย์กลาง เพื่อรองรับการออมและการสร้างผลตอบแทนสำหรับภาคครัวเรือนในญี่ปุ่น ก่อนหน้านี้เมื่อเดือนมีนาคม 2569 บริษัทได้จัดตั้ง Metaplanet Ventures พร้อมเงินทุนราว 26 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อขยายธุรกิจสู่การลงทุนร่วมทุนและธุรกิจหลักทรัพย์ นอกเหนือจากการสะสม Bitcoin เพียงอย่างเดียว
อีกปัจจัยสำคัญที่สนับสนุนโครงการนี้คือ กรอบกำกับดูแลสินทรัพย์ดิจิทัลของญี่ปุ่น ซึ่งถือเป็นหนึ่งในประเทศที่มีกฎหมายเกี่ยวกับคริปโทเคอร์เรนซีและ Stablecoin ชัดเจนที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ทำให้ JPYC สามารถออก Stablecoin ที่อ้างอิงเงินเยนได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ขณะที่ Progmat ก็ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานด้านบล็อกเชนร่วมกับสถาบันการเงินรายใหญ่ภายใต้กรอบกำกับดังกล่าวมาตั้งแต่ปี 2566
อย่างไรก็ตาม โครงการยังอยู่ในขั้นตอนศึกษาความเป็นไปได้ จึงยังไม่มีการเปิดเผยกรอบเวลา รูปแบบผลิตภัณฑ์ หรืออัตราผลตอบแทนที่คาดว่าจะได้รับ โดยประเด็นสำคัญที่นักลงทุนควรติดตามคือโครงสร้างการวางหลักประกัน ว่าจะต้องใช้ Bitcoin จำนวนเท่าใดในการรองรับผลิตภัณฑ์แต่ละหน่วย รวมถึงแนวทางบริหารความเสี่ยง หากราคา Bitcoin ปรับตัวลดลงอย่างรุนแรง
ในอดีตเคยมีตัวอย่างผู้ให้บริการอย่าง Celsius, BlockFi และ Voyager ที่นำสินทรัพย์ดิจิทัลไปสร้างผลตอบแทนจนประสบปัญหาล้มละลายหลังตลาดเข้าสู่ภาวะขาลง อย่างไรก็ตาม จุดแตกต่างของ Metaplanet คือบริษัทเป็นผู้ถือครอง Bitcoin ที่ใช้เป็นหลักประกันด้วยตนเอง ไม่ได้อาศัยการนำสินทรัพย์ไปปล่อยกู้ต่อหรือค้ำประกันซ้ำผ่านบุคคลที่สาม ซึ่งอาจช่วยลดความเสี่ยงเชิงระบบได้ในระดับหนึ่ง
ที่มา : cryptobriefing