Liberix ชูแนวคิด “Bitcoin Beyond Hodl” เปิดทางผู้ประกอบการนำคริปโทมาเป็นหลักประกันสินเชื่อเงินบาท เพิ่มสภาพคล่องโดยไม่ต้องขายเหรียญ เผยยอดปล่อยกู้สะสมแตะ 700 ล้านบาท ตั้งเป้าขยายสู่ 1,000 ล้านบาท พร้อมดึง “ดร.วิชิต” บิตคอยเนอร์ชื่อดัง ถ่ายทอดประสบการณ์ใช้ Bitcoin เป็นทุนหมุนเวียนธุรกิจ
นายวรภัทร พฤกษมาศน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ลิเบอริกซ์ จำกัด (Liberix) ระบุว่า ในระบบการเงินแบบเดิม นักลงทุนหรือผู้ประกอบการที่ถือครองคริปโทเคอร์เรนซีเมื่อประสบปัญหาขาดสภาพคล่อง จะมีทางเลือกเพียงการขายเหรียญทิ้ง ซึ่งทำให้เสียโอกาสจากการเติบโตของราคาในระยะยาว
“ถ้าคนถือคริปโทฯ ตอนนี้นำเงินสดมาใช้ มีวิธีเดียวคือต้องขายทิ้ง ซึ่งทำให้เราเสียโอกาสในระยะยาว… ทาง Liberix เห็นช่องว่างตรงนี้ จึงสร้างบริการที่ให้ลูกค้าสามารถถือครองสินทรัพย์ที่เขาเชื่อมั่นต่อไปได้และระหว่างทางก็นำสินทรัพย์นั้นมาวางเป็นหลักประกันเพื่อรับสภาพคล่องเงินบาทไปใช้ต่อยอดในสิ่งที่ต้องการ” นายวรภัทร กล่าว
สำหรับขั้นตอนการให้บริการ สินเชื่อดังกล่าวรองรับหลักประกันรวม 16 สกุลเงินดิจิทัล เช่น Bitcoin (BTC), Ethereum (ETH), Solana (SOL), BNB, JFIN, KUB และเหรียญทองคำดิจิทัล XAUt โดยผู้กู้ต้องผ่านการยืนยันตัวตนตามมาตรฐานของ ปปง. จากนั้นสามารถเลือกสัดส่วน Loan-to-Value ได้ตั้งแต่ 30% – 70% และเลือกระยะเวลากู้ได้ระหว่าง 1 – 12 เดือน เมื่ออนุมัติ แพลตฟอร์มจะโอนเงินบาทเข้าบัญชีธนาคารที่มีชื่อตรงกับผู้สมัครโดยตรง
ในด้านการรักษาความปลอดภัยของหลักประกัน Liberix ยืนยันถึงนโยบายที่เข้มงวดว่า บริษัทไม่มีการนำสินทรัพย์ของลูกค้าไปแสวงหาผลประโยชน์ต่อ
“เราเน้นย้ำเรื่องความปลอดภัยอย่างมาก เราไม่ใช่บริษัทรับฝาก และเราไม่ได้นำสินทรัพย์ของลูกค้าไปหาผลประโยชน์ต่อ สินทรัพย์ทั้งหมดจะถูกจัดเก็บไว้กับ Custodian ระดับสถาบันที่แยกต่างหากจากตัวบริษัทอย่างเด็ดขาด”
นอกจากนี้ การคิดอัตราดอกเบี้ยอยู่ภายใต้เพดานกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ คือไม่เกิน 15% ต่อปี พร้อมระบบบริหารความเสี่ยง Real-time ที่จะทำการแจ้งเตือนผู้กู้ล่วงหน้า 3 ครั้ง หากราคาคริปโทเคอร์เรนซีปรับตัวลดลง เพื่อให้เติมหลักประกันและป้องกันการถูกบังคับขาย (Liquidate) โดยหากเกิดกรณีบังคับขายและมีส่วนต่างคงเหลือ บริษัทจะคืนเงินส่วนต่างทั้งหมดให้แก่ลูกค้าทันที
“การสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ลูกค้าสำคัญยิ่งกว่าเรื่องดอกเบี้ย เราต้องตอบให้ได้เสมอว่าสินทรัพย์ของลูกค้าจัดเก็บอยู่ที่ไหน และจะได้รับคืนครบถ้วนหรือไม่ รายได้ของเรามาจากดอกเบี้ยเท่านั้น เราไม่ได้กำไรจากการบังคับขายลูกค้า”
กรณีศึกษา SME ไทย
ด้าน ดร.วิชิต ซ้ายเกล้า ผู้ร่วมก่อตั้ง Chitbeer และผู้พัฒนาแพลตฟอร์มจับคู่งานขนส่งออนไลน์ “Bantuk” ได้ถ่ายทอดประสบการณ์ในฐานะผู้ใช้งานจริง ถึงปัญหาการเข้าถึงสินเชื่อของ SME ไทยว่า การทำธุรกิจนั้นต้องการ Cash Flow สูงมาก ต้องใช้เงินวางประกันสัญญา จ่ายเงินเดือนพนักงาน และเมื่อจะขอกู้ธนาคารพาณิชย์ก็เป็นไปได้ยากมากหรือแทบไม่ปล่อยกู้เลยให้กับกลุ่มเอสเอ็มอี
“พอผมบอกว่าผมมี Bitcoin แบงก์ก็ไม่รับ นี่คือปัญหาจริงที่ผู้ประกอบการต้องเจอ” ดร.วิชิต กล่าว
ดร.วิชิต เปรียบเปรย Bitcoin ว่าเป็นเหมือน “โอ่งเก็บน้ำ” หรือภาชนะที่ใช้จัดเก็บมูลค่าแรงงานและเวลาในอดีต (Proof of Work) ซึ่งการนำ Bitcoin มาเป็นหลักประกันสินเชื่อเงินบาทถือเป็นมิติใหม่ของการสร้างเครดิตทางการเงิน
“Your Bitcoin is your credit… การเอา Bitcoin มาค้ำเพื่อเอากระแสเงินสดไปรันธุรกิจ มันต่างจากวิธีดั้งเดิมที่ต้องเช็คประวัติแล้วเช็คอีก แต่ระบบนี้ใช้เวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมงเงินก็เข้าบัญชี เพราะคุณมี Proof of Work อยู่แล้ว” ดร.วิชิต กล่าว
“เมื่อเอาคลัง Bitcoin มาบวกกับนวัตกรรม Financial Service ของ Liberix ปั๊บ I create my own bank ผมสร้างแบงก์เป็นของตัวเองได้แล้ว นำเงินบาทไปรันสตาร์ตอัปจนเกิดกำไรก็นำกลับมาซื้อ Bitcoin สะสมเพิ่ม ได้ทั้ง 2 เด้ง คือกำไรจากธุรกิจและการเพิ่มขึ้นของมูลค่า Bitcoin ในระยะยาว” บิตคอยเนอร์ชื่อดัง ระบุ
ดร.วิชิต ยังได้ให้คำแนะนำในการบริหารความเสี่ยงสำหรับผู้ที่ต้องการใช้นวัตกรรมนี้ 3 ข้อ ได้แก่ การเลือก LTV ในระดับต่ำ (เช่น 30%–50%), การเลือกเข้าใช้บริการในช่วงที่ตลาดผ่านจุดต่ำสุด (Bottom) แล้ว และการเตรียม Bitcoin สำรองสำหรับเติมหลักประกันในสภาวะตลาดผันผวน พร้อมเสนอแนะให้ธุรกิจไทยหันมาบริหารทั้งงบกำไรขาดทุน (P&L) และงบดุล (Balance Sheet) ควบคู่กันไป
ยอดปล่อยสินเชื่อแตะ 700 ล้านบาท พร้อมมุ่งสู่เป้าหมาย 1,000 ล้านบาท
ปัจจุบัน Liberix มียอดปล่อยสินเชื่อสะสมรวมแล้วประมาณ 700 ล้านบาท โดยมีสัดส่วนกลุ่มลูกค้านิติบุคคลคิดเป็น 80% และลูกค้ารายย่อยคิดเป็น 20% ซึ่งสัดส่วนลูกค้ารายย่อยปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจากการเร่งสร้างความเข้าใจในผลิตภัณฑ์
ทั้งนี้ บริษัทตั้งเป้าหมายที่จะขยายยอดปล่อยสินเชื่อสู่ระดับ 1,000 ล้านบาท ในอนาคตอันใกล้
นอกจากนี้ Liberix ยังได้เปิดตัวมินิซีรีส์ “Bitcoin Beyond Hodl: Real Stories by Liberix” เพื่อถ่ายทอดแนวคิดและประสบการณ์การบริหารเงินทุนของผู้ประกอบการไทย โดยเริ่มเผยแพร่ตอนแรกในวันที่ 25 ตุลาคมผ่านช่องทางออนไลน์ ได้แก่ Facebook, YouTube และ TikTok เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการนำสินทรัพย์ดิจิทัลมาใช้ขับเคลื่อนเศรษฐกิจจริงอย่างปลอดภัย