Robert Kiyosaki ออกโรงเตือนถึง “ความเสี่ยง” จากการถือครอง Bitcoin, ทองคำ และโลหะเงิน ผ่าน ETF โดยชี้ว่า แม้ ETF จะช่วยให้การลงทุนเข้าถึงง่ายขึ้น แต่ผู้ลงทุนกลับไม่ได้ถือสินทรัพย์จริงในครอบครอง
วันศุกร์ที่ผ่านมา (25 ก.ค.) Robert Kiyosaki นักเขียนหนังสือขายดีตลอดกาลอย่าง “พ่อรวยสอนลูก” ได้โพสต์บนแพลตฟอร์ม X ว่า แม้ ETF จะทำให้นักลงทุนเข้าถึงสินทรัพย์บางประเภทได้ง่ายขึ้น และลดอุปสรรคในการเข้าลงทุน แต่นักลงทุนไม่ได้ถือครองสินทรัพย์พื้นฐานจริงๆ
“การถือ ETF ก็เหมือนมีแค่รูปปืนไว้ป้องกันตัว เหมือนจะช่วยได้ แต่ใช้จริงไม่ได้ บางครั้งสิ่งที่เราควรมีคือทองคำ โลหะเงิน บิตคอยน์ หรือแม้แต่ปืนจริงไว้กับตัวจะดีกว่า เพราะมันจับต้องได้ ต้องแยกให้ออกว่าเมื่อไหร่ควรถือของจริง และเมื่อไหร่ควรถือผ่านกระดาษ” Kiyosaki ระบุ
ก่อนหน้านี้ในเดือนพฤษภาคม Kiyosaki เคยแนะนำให้นักลงทุนหลีกเลี่ยง “เงินปลอม” และหันไปถือสินทรัพย์แท้จริงที่จับต้องได้อย่าง Bitcoin ทองคำ และโลหะเงิน เพื่อป้องกันผลกระทบจากเงินเฟ้อและการเสื่อมค่าของดอลลาร์สหรัฐ
คำเตือนของเขาสะท้อนความกังวลที่มีมานานว่า สถาบันการเงินอาจออกตราสารที่อ้างว่าอิงกับสินทรัพย์จริง แต่กลับไม่มีสินทรัพย์นั้นรองรับอยู่จริง
ซึ่งหากวันไหนความเชื่อมั่นต่อสถาบันเหล่านี้ถูกสั่นคลอน ไม่ว่าจะจากข่าวลือ วิกฤตการเงิน หรือพิสูจน์ได้ว่าไม่สามารถชำระหนี้ได้ ก็อาจเกิด “Bank Run” หรือการถอนเงินครั้งใหญ่พร้อมกัน และอาจนำไปสู่ความล่มสลายของสถาบันนั้นได้
อย่างไรก็ตาม Eric Balchunas นักวิเคราะห์อาวุโสด้าน ETF ของ Bloomberg ให้สัมภาษณ์กับ Cointelegraph โดยชี้ว่า ETF สมัยใหม่มีระบบการแยกหน้าที่อย่างชัดเจนระหว่าง “ผู้ออก ETF” และ “ผู้ให้บริการรับฝากสินทรัพย์ดิจิทัล (Custodian)” ซึ่งเป็นหนึ่งในกลไกป้องกันการทุจริตที่เข้มงวดที่สุดในอุตสาหกรรมการเงิน
โดย Balchunas เสริมว่า ความไม่ไว้วางใจของชุมชนคริปโทที่มีต่อโลกการเงินแบบดั้งเดิมนั้นเข้าใจได้ แต่ก็ชี้ว่า “อุตสาหกรรม ETF มีประวัติยาวนานกว่า 30 ปี และมีชื่อเสียงที่ดีมาโดยตลอด”
ทั้งนี้ นักวิเคราะห์ยังกล่าวอีกว่า ETF อาจเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยกว่าสำหรับนักลงทุนที่ถือ Bitcoin จำนวนมาก เพราะการเก็บสินทรัพย์ไว้ด้วยตัวเอง (self-custody) อาจเสี่ยงต่อการถูกโจรกรรมหรือเรียกค่าไถ่จากอาชญากรได้
แปลและเรียบเรียง : สหรัฐ ฉัตราพงษ์
ที่มา : cointelegraph