JCB เครือข่ายบัตรรายใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น เซ็นเอ็มโอยูกับ Circle ศึกษาใช้ USDC ชำระเงินข้ามพรมแดนและธุรกรรมร้านค้า หวังลดต้นทุนโอนเงิน รับเทรนด์กฎระเบียบด้านสินทรัพย์ดิจิทัลในญี่ปุ่นที่เปิดกว้างมากขึ้น
JCB เครือข่ายบัตรรายใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น ได้ลงนามบันทึกความเข้าใจกับ Circle เพื่อศึกษาการนำสเตเบิลคอยน์มาใช้ในการชำระเงินข้ามพรมแดนและธุรกรรมของร้านค้า โดยเฉพาะร้านค้าที่ให้บริการนักท่องเที่ยวต่างชาติในญี่ปุ่น
JCB มีผู้ใช้งานทั่วโลกราว 140 ล้านราย และเชื่อมต่อร้านค้าประมาณ 40 ล้านแห่ง ความร่วมมือครั้งนี้จะมุ่งศึกษาว่า USDC ซึ่งเป็นสเตเบิลคอยน์ใหญ่เป็นอันดับสองของโลก สามารถช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารเงินระหว่างประเทศและระบบชำระเงินได้อย่างไร
โดยในระยะแรกจะเริ่มต้นจากการทำ Proof of Concept (การพิสูจน์แนวคิด) เพื่อทดสอบระบบการโอนเงินภายในของทาง JCB เองก่อน
ปัจจุบัน นักท่องเที่ยวในญี่ปุ่นส่วนใหญ่ยังใช้บัตรธนาคารในการชำระเงิน แต่มีข้อจำกัดด้านวงเงิน แต่การใช้สเตเบิลคอยน์อาจช่วยลดข้อจำกัดดังกล่าวได้ ทั้งยังช่วยลดภาระเรื่องอัตราแลกเปลี่ยนสกุลเงิน และช่วยให้ร้านค้ามีสภาพคล่องทางการเงินที่ดีขึ้นอีกด้วย
การขยับตัวของ JCB ครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงกระแสความตื่นตัวของสเตเบิลคอยน์ในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งกำลังถูกมองว่าเป็นรากฐานสำคัญในการสร้างระบบนิเวศสำหรับสังคมไร้เงินสด สอดคล้องกับช่วงเวลาที่ญี่ปุ่นได้มีการปรับปรุงกฎระเบียบเพื่อเปิดทางให้เกิดการยอมรับและใช้งานสเตเบิลคอยน์ในวงกว้าง
นอกจาก JCB แล้ว บริษัท Circle ยังเคยระบุด้วยว่าเตรียมจะจับมือกับ Nomura เพื่อพัฒนาระบบชำระเงินต่างประเทศสำหรับภาคธุรกิจของญี่ปุ่นภายในปี 2027
ในขณะเดียวกัน ร้านสะดวกซื้อยักษ์ใหญ่อย่าง Lawson ก็เตรียมเปิดโครงการนำร่องรับชำระเงินด้วยสเตเบิลคอยน์ (เหรียญ JPYC) ที่สาขา Takanawa Gateway City ในโตเกียวช่วงเดือนสิงหาคมนี้ ร่วมกับผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์มือถือ KDDI และผู้ให้บริการกระเป๋าเงินดิจิทัล Hashport ด้วยเช่นกัน
ที่มา : coindesk