“อินเวสทรี” เชื่อ Tokenization จะกลายเป็นเครื่องมือแห่งอนาคตของการระดมทุน ชี้! ภาครัฐควรหนุนการนำเทคโนโลยีมาใช้กับ Traditional
นางสาวณัทสุดา พุกกะณะสุต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อินเวสทรี (ไทยแลนด์) จำกัด ผู้ให้บริการคราวด์ฟันดิง เผยว่าบริษัทฯ มีแผนที่จะออกหุ้นกู้คราวด์ฟันดิงในรูปแบบโทเคนเนื่องจากมองว่า หรือการแปลงสินทรัพย์บนโลกจริงเป็นโทเคนดิจิทัล หรือ Tokenization คืออนาคตและเทคโนโลยีในปัจจุบันก็มีความพร้อมแล้ว
ปัจจุบัน บริษัทฯ ยังอยู่ในกระบวนการ “Pre-Consult” กับผู้กำกับดูแลทั้ง ก.ล.ต.และ ธปท.เพื่อพิจารณาว่ามีแนวโน้มจะเข้าแซนด์บอกซ์ได้หรือไม่
“หุ้นกู้ควรจะโทเคไนซ์ พูดง่ายๆ ว่าเทคโนโลยีควรจะนำมาใช้กับ Traditional ได้แล้ว พันธบัตรรัฐบาลไทยก็โทเคไนซ์ได้ ค่าใช้จ่ายในการออกก็ถูกลง” นางสาวณัทสุดา กล่าว
พร้อมระบุว่า แม้ปัจจุบันในไทยจะมีโทเคนดิจิทัลที่หนุนหลังด้วยอสังหาริมทรัพย์แต่มองว่าหุ้นกู้ก็สามารถแปลงเป็นโทเคนได้ อย่างเช่น G-Token โทเคนดิจิทัลของกระทรวงการคลังถือเป็นกรณีที่น่าสนใจ เนื่องจากรัฐบาลเป็นเจ้าภาพลงมาเป็นผู้เล่นในตลาดนี้
ปัจจุบัน การออกหุ้นกู้คราวด์ฟันดิงต้องออกใบหุ้นกู้แบบกระดาษ Tokenization ช่วยลดต้นทุนของผู้ออกตราสาร และลดข้อจำกัดในการลงทุนของนักลงทุน ทั้งค่าใช้จ่ายในการทำธุรกรรมและการโอน ผู้ลงทุนจึงสามารถเริ่มต้นได้ด้วยเงินจำนวนหลักร้อยหลักพันบาทแต่สามารถกระจายหลายโปรเจกต์
ซึ่งจะแตกต่างจากการลงทุนหุ้นกู้คราวด์ฟันดิงแบบเดิม ที่อาจกำหนดขั้นต่ำหลักมื่นบาทต่อโปรเจกต์ การลดข้อจำกัดนี้จะช่วยให้ SME สามารถระดมทุนได้ง่ายขึ้น
“พอเป็นโทเคนดิจิทัลเงินลงทุนจะน้อยลง อย่างเช่น นักลงทุนอาจจะลงทุนเพียง 5,000 บาทแต่สามารถกระจายความเสี่ยงไปในตัวด้วยการลงทุนกระจายใน 50 บริษัท เป็นต้น” นางสาวณัทสุดา กล่าว
นอกจากนี้ โทเคนดิจิทัลช่วยให้การซื้อขายเปลี่ยนมือในตลาดรองทำได้ง่ายขึ้น เนื่องจากข้อมูลการถือครองและการเปลี่ยนแปลงกรรมสิทธิ์จะถูกฝังอยู่ในโค้ดโดยอัตโนมัติทำให้ “เรารู้ว่ามันไปไหนมาไหนได้” การควบคุมจึงยังสามารถทำได้และเพิ่มความโปร่งใสในการซื้อขาย
รายงานและเรียบเรียง : ชัชชญา อังคุลี
🔗เชื่อมต่อ พูดคุย แลกเปลี่ยนไอเดียกับเราที่นี่ : https://url.in.th/efinancethai-CONNECT