จีนและฮ่องกง! ยกระดับฮ่องกงเป็นศูนย์กลางการเงินนอกประเทศ สำหรับเงินหยวนผ่านการเพิ่มสภาพคล่อง การชำระราคาทองคำ และการขยายตลาดตราสารหนี้ กูรูมองอีกก้าวของทางเลือกนอกระบบ Stablecoin ดอลลาร์
เป็นที่ทราบกันดีว่า USDT และ USDC คือเจ้าตลาดสเตเบิลคอยน์ ทำให้การเคลื่อนเคลื่อนย้ายเงินดอลลาร์บนโลกดิจิทัลได้ง่ายและไร้พรมแดน แต่ทว่าจีนกำลังเลือกเดินอีกเส้นทางหนึ่ง โดยใช้ฮ่องกง เป็นฐานทดลองในการสร้างโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินที่อาศัย เงินหยวน ทองคำ และตลาดตราสารหนี้ แทนการพึ่งพา Stablecoin ที่อิงดอลลาร์
โดยเมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2026 จีนและฮ่องกงประกาศมาตรการหลายด้านเพื่อเสริมบทบาทของฮ่องกงในฐานะศูนย์กลางการเงินนอกประเทศ (Offshore Yuan Hub) ไม่ว่าจะเป็นการเริ่มทดลองระบบชำระราคาและหักบัญชีทองคำแบบศูนย์กลาง การนำสัญญาซื้อขายล่วงหน้าทองคำที่อ้างอิงดอลลาร์สหรัฐกลับมาเปิดซื้อขาย รวมถึงการศึกษาการเปิดตัวสัญญาซื้อขายล่วงหน้าทองคำที่อ้างอิงเงินหยวน
นอกจากนี้ ธนาคารกลางฮ่องกง (Hong Kong Monetary Authority: HKMA) ยังได้ขยายวงเงินสินเชื่อสกุลเงินหยวนสำหรับธนาคารในพื้นที่เพิ่มขึ้นเป็น 5 แสนล้านหยวน จาก 2 แสนล้านหยวนและเพิ่มโควตาให้นักลงทุนสามารถเข้ามาลงทุนในพันธบัตรผ่านโครงการ Southbound Bond Connect เป็น 8 แสนล้านหยวนต่อปีอีกด้วย
มาตรการทั้งหมดสะท้อนว่า จีนกำลังผลักดันให้ฮ่องกงเป็นศูนย์กลางสำหรับสภาพคล่องเงินหยวน การชำระราคาทองคำ และการเข้าถึงตลาดทุนจีน สำหรับนักลงทุนทั่วโลก ซึ่งจะช่วยให้สถาบันการเงินมีทางเลือกในการทำธุรกรรมนอกระบบดอลลาร์มากขึ้น
อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญมองว่าเส้นทางในการผลักดันเงินหยวนสู่สากลยังคงมีความท้าทาย เนื่องจากเงินหยวนยังเป็นสกุลเงินที่มีการบริหารจัดการภายใต้มาตรการควบคุมการเคลื่อนย้ายเงินทุนอย่างเข้มงวดจากรัฐบาลจีน ซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญในการนำไปใช้ทั่วโลก
ดังนั้น ฮ่องกงจึงทำหน้าที่เสมือน “ห้องปฏิบัติการนอกประเทศ” ที่เปิดโอกาสให้จีนได้ทดลองเปิดรับเม็ดเงินและการมีส่วนร่วมจากตลาดโลก ในขณะที่รัฐบาลปักกิ่งก็ยังสามารถรักษากำแพงการควบคุมความปลอดภัยของระบบการเงินหลักในประเทศแผ่นดินใหญ่เอาไว้ได้
ในท้ายที่สุด การแข่งขันในระบบการเงินโลกยุคต่อไป คือการวัดกันว่าเส้นทางการเงินแบบใดจะสามารถตอบโจทย์การทำธุรกรรมข้ามพรมแดนได้ง่าย และมีประสิทธิภาพที่สุด
ที่มา : cryptoslate