สำนัก Galaxy Digital เชื่อว่าโครงสร้างตลาดกระทิงของคริปโทฯ ยังอยู่ครบถ้วน พร้อมเปิด 3 แรงหนุนสำคัญผลักดันให้ราคาสูงขึ้นในระยะกลาง
Alex Thorn หัวหน้าฝ่ายวิจัยของ Galaxy Digital ยืนยันว่า โครงสร้างตลาดขาขึ้นของคริปโทฯ ยังไม่พัง แม้จะผ่านแรงเทขายครั้งใหญ่เมื่อ 10 ต.ค. โดยเชื่อว่ารอบกระทิงถัดไปจะขับเคลื่อนด้วย 3 ปัจจัยหลัก ได้แก่ เม็ดเงินลงทุนจาก AI, การเติบโตของ Stablecoin และกระแสการโทเคไนซ์สินทรัพย์จริง
Thorn อธิบายว่า แรงเทขายรอบล่าสุดเกิดจากการใช้ “เลเวอเรจสูง” ชนกับ “สภาพคล่องบาง” ส่งผลให้เกิดการล้างพอร์ตครั้งมโหฬารกว่า 19,000 ล้านดอลลาร์ ขณะที่ Bitcoin ร่วงจากจุดสูงสุดตลอดกาลราว 126,300 ดอลลาร์ ลงมาทำจุดต่ำสุดที่ประมาณ 107,000 ดอลลาร์ ส่วน Ethereum หล่นจาก 4,800 ดอลลาร์ เหลือราว 3,500 ดอลลาร์ ก่อนตลาดจะเริ่มทรงตัวในช่วงสุดสัปดาห์
แรงซื้อสินทรัพย์เสี่ยงเริ่มหาไปอีกครั้ง หลังความกังวลด้านเศรษฐกิจมหภาคกลับมาเพิ่มขึ้น Thorn ชี้ว่า นักลงทุนเริ่มระมัดระวังมากขึ้น จากปัจจัยกดดันหลายด้านทั้งราคาหุ้นกลุ่มชิปที่อ่อนตัวลง,ท่าทีเข้มงวดของผู้ว่าการธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed), ความกังวลเรื่องเสถียรภาพของธนาคารภูมิภาค และสถานการณ์ตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังไม่คลี่คลาย
บรรยากาศ “หนีความเสี่ยง” ยิ่งชัดเจนขึ้น เมื่อราคาทองคำและเงินทำสถิติสูงสุดใหม่ ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี ร่วงลงต่ำกว่า 4% อีกครั้ง
Thorn ยังชี้ว่ากลุ่มบริษัทที่ลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัล (Digital Asset Treasury: DAT) ชะลอการเข้าซื้อ ส่งผลให้แรงซื้อจากฝั่งสถาบันลดลงชั่วคราว แต่ย้ำว่า “ภาพระยะกลางยังแข็งแรง” เพราะมีแรงหนุนสำคัญ 3 ด้าน
1.AI Capital Spending
Thorn มองว่าการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI ครั้งนี้เป็น “รอบการลงทุนในเศรษฐกิจจริง” ที่นำโดยกลุ่มเทคโนโลยีรายใหญ่ เช่น Hyperscaler, ผู้ผลิตชิป และผู้ให้บริการดาต้าเซ็นเตอร์ โดยมีนโยบายรัฐหนุนหลัง แตกต่างจากฟองสบู่ดอทคอมที่เคยเกิดขึ้นในอดีต
2.Stablecoins
เหรียญที่อิงค่าเงินดอลลาร์ยังคงได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในฐานะ “โครงสร้างพื้นฐานด้านการชำระเงิน” ของโลกคริปโทฯ โดยช่วยขยายการเข้ามามีส่วนร่วมของผู้ใช้ เพิ่มสภาพคล่องในตลาด และทำให้กิจกรรมต่าง ๆ บนบล็อกเชนมีเสถียรภาพมากขึ้น เขาเชื่อว่าบทบาทของ Stablecoin ในฐานะ “ระบบท่อทางการเงิน” จะช่วยพยุงระบบนิเวศคริปโทฯ ให้แข็งแรงได้ แม้ในช่วงที่ราคาผันผวนหรือขาดแรงซื้อขายในตลาด
3.Tokenization
การนำ “สินทรัพย์จริง” และ “โครงสร้างพื้นฐานของตลาดการเงินแบบดั้งเดิม” ขึ้นมาบนบล็อกเชน กำลังขยับจากขั้นทดลอง (pilot) สู่การใช้งานจริง ซึ่งจะสร้างความต้องการใหม่อย่างมหาศาลต่อ “พื้นที่บล็อก” และสินทรัพย์หลักที่ใช้ในการรักษาความปลอดภัยและชำระธุรกรรมบนเครือข่าย เขาระบุว่าการเปลี่ยนผ่านครั้งนี้จะเป็นประโยชน์โดยตรงต่อแพลตฟอร์มที่เชื่อมโยงกับการเคลื่อนไหวของสินทรัพย์เหล่านี้ ทั้งในแง่ของปริมาณธุรกรรมและมูลค่าที่จะหลั่งไหลเข้าสู่ระบบ
ในภาพรวมดังกล่าว Thorn มองว่าบิตคอยน์ยังคงรักษาบทบาท “ทองคำดิจิทัล” ได้อย่างแข็งแกร่งท่ามกลางความไม่แน่นอนของนโยบายการคลังและการเงินทั่วโลก ขณะเดียวกัน เขาเชื่อว่าเหรียญหลักอย่าง Ethereum (ETH) และ Solana (SOL) จะได้อานิสงส์จากการเติบโตของ Stablecoin และกระแสการโทเคไนซ์สินทรัพย์จริง ซึ่งกำลังผลักดันให้กิจกรรมบนเครือข่ายเพิ่มขึ้น แม้ในระยะสั้นราคายังมีโอกาสชะลอตัวและอาจไม่สามารถกลับไปแตะจุดสูงสุดเดิมได้ทันที แต่ภาพระยะกลางยังคงเป็นบวก
ที่มา : coindesk
✅Better Trade 2025 : ปลดล็อคความคิด พิชิตโอกาส ฉลาดลงทุน
ลงทะเบียนร่วมงานได้ที่ : https://www.zipeventapp.com/e/Better-Trade-2025