พิษตลาดหมีเล่นงาน! 4 เว็บเทรดคริปโทฯ ทยอยปิดตัวในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน BitMEX และ BitMart ทยอยยุติบริการอย่างเป็นระบบ ไปจนถึง AscendEX และ Knaken ซึ่งเผชิญปัญหาสภาพคล่องและไม่สามารถรับประกันการคืนสินทรัพย์แก่ลูกค้าได้เต็มจำนวน
แม้ทั้ง 4 กรณีจะลงเอยด้วยการยุติบริการเหมือนกัน แต่สถานการณ์ของแต่ละแพลตฟอร์มแตกต่างกันอย่างชัดเจน ตั้งแต่การทยอยปิดกิจการโดยยังมีสินทรัพย์รองรับลูกค้า ไปจนถึงปัญหาสภาพคล่องที่ทำให้ผู้ใช้งานอาจไม่สามารถถอนเงินได้ครบตามยอดคงเหลือ
BitMEX ปิดตำนาน 11 ปีผู้บุกเบิก Perpetual Swap
BitMEX ศูนย์ซื้อขายอนุพันธ์คริปโทฯ ที่ร่วมก่อตั้งโดย Arthur Hayes, Ben Delo และ Samuel Reed ในปี 2014 ประกาศยุติการดำเนินงานอย่างเป็นทางการในวันที่ 23 กันยายน 2569 หลังเปิดให้บริการมานาน 11 ปี
แพลตฟอร์มดังกล่าวมีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาตลาดอนุพันธ์คริปโทฯ ด้วยการบุกเบิกสัญญา Perpetual Swap ซึ่งครั้งหนึ่งเคยทำให้ BitMEX ครองส่วนแบ่งตลาดอนุพันธ์ทั่วโลกประมาณ 57%
อย่างไรก็ตาม ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา สภาพคล่อง ผู้ดูแลสภาพคล่อง และนักลงทุนรายใหญ่ทยอยย้ายไปยังคู่แข่งที่มีผลิตภัณฑ์หลากหลายกว่า รวมถึงแพลตฟอร์มอนุพันธ์แบบกระจายศูนย์ ขณะที่ BitMEX ยังต้องรับมือกับแรงกดดันด้านกฎระเบียบที่สะสมมาอย่างต่อเนื่อง
ตั้งแต่วันที่ 26 สิงหาคม แพลตฟอร์มจะไม่อนุญาตให้ผู้ใช้งานเปิดสถานะใหม่ และจะทยอยปิดสัญญาที่ยังค้างอยู่ทั้งหมดก่อนถึงวันยุติบริการ โดยผู้ที่ยังไม่ถอนสินทรัพย์หลังเส้นตายอาจถูกเรียกเก็บค่าดูแลบัญชีเดือนละ 50 ดอลลาร์ หรือคิดเป็น 1% ต่อปีของมูลค่าสินทรัพย์คงเหลือ
แม้ประกาศปิดตัว แต่ข้อมูล Proof of Reserves ของ BitMEX ระบุว่า แพลตฟอร์มยังมีสินทรัพย์ครอบคลุมภาระต่อลูกค้า และตลอดระยะเวลาการดำเนินงานไม่เคยสูญเสียเงินของผู้ใช้งานจากการถูกแฮ็ก
BitMart เตรียมยุติบริการหลังเปิดมา 9 ปี
ถัดมา BitMart ประกาศทยอยยุติแพลตฟอร์มซื้อขายหลังเปิดให้บริการมา 9 ปี โดยหยุดรับสมัครผู้ใช้งานใหม่ หยุดรับฝากสินทรัพย์ และหยุดเปิดคำสั่งซื้อขายใหม่แล้ว
การซื้อขายทั้งตลาด Spot และอนุพันธ์จะยุติลงในวันที่ 26 สิงหาคม 2569 ขณะที่แพลตฟอร์มจะปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันที่ 31 มกราคม 2570
BitMart ยังเปิดระบบถอนสินทรัพย์ต่อไป แต่แจ้งว่าคำขอถอนอาจต้องผ่านการตรวจสอบเพิ่มเติม ทั้งการยืนยันตัวตน อุปกรณ์และหมายเลข IP ที่ใช้เข้าสู่ระบบ แหล่งที่มาของเงิน ที่อยู่กระเป๋าปลายทาง และมาตรการคว่ำบาตร ซึ่งอาจทำให้กระบวนการล่าช้าหากมีคำขอเข้ามาพร้อมกันจำนวนมาก
หลังประกาศปิดตัว ราคา BMX ซึ่งเป็นโทเคนของแพลตฟอร์มร่วงลงประมาณ 58% ภายใน 24 ชั่วโมง เหลือราว 0.08 ดอลลาร์ ขณะที่มูลค่าตลาดลดลงเหลือประมาณ 27 ล้านดอลลาร์
แม้บริษัทไม่ได้ระบุสาเหตุอย่างเฉพาะเจาะจง โดยกล่าวเพียงว่าเป็นผลจากสภาพการดำเนินงาน สภาพแวดล้อมของตลาด และทิศทางเชิงกลยุทธ์ แต่ปริมาณซื้อขายในช่วงประกาศกลับเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 1.6 พันล้านดอลลาร์ในรอบ 24 ชั่วโมง ซึ่งมีแนวโน้มสะท้อนการปิดสถานะและย้ายเงินออกมากกว่าอุปสงค์ใหม่
AscendEX ปิดกะทันหัน–ไม่รับประกันเงินคืนครบ
สถานการณ์ของ AscendEX มีความรุนแรงกว่า เนื่องจากแพลตฟอร์มประกาศเมื่อวันที่ 6 กรกฎาคมว่า ได้ยุติการดำเนินงานไปแล้วตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม หลังเผชิญแรงกดดันด้านกฎระเบียบ ปัญหาทางการเงิน และอุปสรรคด้านการดำเนินงาน
หนึ่งในปัจจัยสำคัญคือการบังคับใช้กฎ Markets in Crypto-Assets หรือ MiCA ของสหภาพยุโรปอย่างเต็มรูปแบบ ขณะที่ AscendEX ยังไม่ได้รับใบอนุญาตภายใต้กฎดังกล่าว
บริษัทยังเปิดเผยว่า ธุรกรรมเชิงกลยุทธ์ที่คาดว่าจะช่วยเติมสภาพคล่องให้แพลตฟอร์มไม่เป็นไปตามข้อตกลง เนื่องจากคู่สัญญาไม่ดำเนินการตามที่ตกลงไว้ ประกอบกับภาวะตลาดคริปโทฯ ที่ย่ำแย่ ทำให้บริษัทตกอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบาก
ปัจจุบัน ระบบถอนอัตโนมัติถูกระงับ และคำขอถอนสินทรัพย์ทั้งหมดต้องผ่านการตรวจสอบด้วยเจ้าหน้าที่ โดยบริษัทระบุว่า ยังไม่สามารถรับประกันได้ทั้งระยะเวลาและจำนวนเงินที่ลูกค้าจะได้รับคืน
ก่อนหน้านี้ ZachXBT นักสืบข้อมูลบนบล็อกเชนได้ออกมาเตือนว่า AscendEX มีการประวิงเวลาถอนเงินของลูกค้านานหลายวันจนถึงหลายสัปดาห์ และพบว่ากระเป๋าเงินออนไลน์ของระบบ (Hot wallets) แทบจะไม่มีเหรียญคริปโทฯ หลักๆ อย่าง ETH, USDT, USDC และ SOL เหลืออยู่เลย พร้อมกันนี้เขาได้แนะนำให้ผู้เสียหายเข้าแจ้งความกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย
อนึ่ง AscendEX ก่อตั้งในปี 2018 ภายใต้ชื่อเดิมว่า BitMax และเคยถูกแฮ็กในปี 2021 ส่งผลให้สูญเสียสินทรัพย์ประมาณ 78 ล้านดอลลาร์
เว็บเทรดดัตช์ Knaken ถูกสั่งล้มละลาย ช็อก! เงินลูกค้าหายกว่า 7 ล้านยูโร
เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคมที่ผ่านมา ศาลแขวงร็อตเตอร์ดัม ประเทศเนเธอร์แลนด์ ได้มีคำสั่งให้แพลตฟอร์มซื้อขายคริปโทเคอร์เรนซี Knaken และมูลนิธิที่เป็นตัวแทนรับชำระเงินของบริษัท เข้าสู่กระบวนการล้มละลาย หลังจากศาลพิจารณาแล้วเห็นว่า บริษัทไม่มีความสามารถในการชำระเงินคืนแก่ลูกค้าได้เต็มจำนวน
เรื่องนี้แดงขึ้นมาเมื่อพนักงานอัยการของเนเธอร์แลนด์แถลงต่อศาลว่า มีเงินสดและสินทรัพย์ในบัญชีของลูกค้าสูญหายไปประมาณ 7 ล้านยูโร ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 29 มิถุนายนหน่วยงานสืบสวนและปราบปรามอาชญากรรมทางการเงินของเนเธอร์แลนด์เข้าตรวจค้นบริษัทและอายัดทรัพย์สิน ส่งผลให้ระบบของ Knaken ต้องหยุดชะงักและลูกค้าไม่สามารถเข้าถึงบัญชีหรือถอนเงินออกมาได้
Knaken พยายามโต้แย้งในศาลว่าการเข้าสู่กระบวนการล้มละลายไม่จำเป็น โดยเสนอแผนที่จะตรวจสอบบัญชีและแจกจ่ายเงินคืนลูกค้าด้วยกระบวนการของตัวเอง แต่ศาลได้ปฏิเสธข้อเสนอนี้
อัยการยังระบุว่า Knaken ไม่ได้รับใบอนุญาตที่ถูกต้องจากหน่วยงานกำกับดูแล และระบบการรักษาสินทรัพย์ลูกค้าก็ไม่ได้มาตรฐานตามกฎหมายควบคุมตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลของยุโรป (MiCA) ที่กำหนดให้ผู้ให้บริการต้องแยกกระเป๋าเงินดิจิทัลของลูกค้าออกจากของบริษัทอย่างชัดเจน
ปิดเหมือนกัน แต่ความเสี่ยงต่างกัน
BitMEX และ BitMart อยู่ในกระบวนการทยอยยุติบริการ โดยยังเปิดให้ผู้ใช้งานปิดสถานะและถอนสินทรัพย์ตามกำหนด ขณะที่ AscendEX และ Knaken เผชิญปัญหาสภาพคล่อง ซึ่งอาจทำให้ลูกค้าไม่ได้รับสินทรัพย์คืนครบตามยอดในบัญชี
สำหรับนักลงทุน ประเด็นสำคัญจึงไม่ใช่เพียงว่าแพลตฟอร์มมีชื่อเสียงหรือมีปริมาณซื้อขายมากเพียงใด แต่ต้องดูด้วยว่า บริษัทมีสินทรัพย์สำรองเพียงพอหรือไม่ แยกทรัพย์สินลูกค้าออกจากทรัพย์สินบริษัทจริงหรือไม่ และอยู่ภายใต้กรอบกำกับดูแลที่คุ้มครองผู้ใช้งานเพียงใด
การปิดตัวต่อเนื่องของศูนย์ซื้อขายหลายแห่งยังสะท้อนว่า ตลาดคริปโทฯ กำลังเข้าสู่ช่วงคัดผู้เล่น ซึ่งแพลตฟอร์มที่ไม่สามารถรักษาสภาพคล่อง ปรับตัวตามกฎระเบียบ หรือแข่งขันด้านผลิตภัณฑ์และต้นทุนได้ อาจทยอยออกจากตลาด แม้จะเคยมีชื่อเสียงหรือครองส่วนแบ่งสูงมาก่อนก็ตาม
ที่มา : Coindesk, BitMart, Coindesk, Theblock, Cryptoslate