“เอธิโอเปีย” ประกาศหั่นจ่ายไฟฟ้าให้เหมืองขุดบิตคอยน์ลงถึง 77% หลังเจอพิษเอลนีโญทำเขื่อนผลิตผลิตไฟฟ้าพลังน้ำลดลง 20% เร่งปรับแผนหันจ่ายไฟให้ครัวเรือนก่อน แม้ขุดบิตคอยน์เคยสร้างรายได้ให้รัฐถึง 35% ก็ตาม
บริษัท การไฟฟ้าเอธิโอเปียรัฐวิสาหกิจผู้ผลิตไฟฟ้าหลักของประเทศ ตัดสินใจปรับลดการจ่ายกระแสไฟฟ้าให้แก่ผู้ประกอบการเหมืองขุดบิตคอยน์เหลือเพียง 23% ของปริมาณสัญญาที่เคยตกลงไว้ หรือคิดเป็นการตัดสัดส่วนการจ่ายไฟลงสูงถึง 77%
Ashebir Balcha ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ EEP เปิดเผยว่า ประเทศเอธิโอเปียกำลังเผชิญภาวะภัยแล้งที่รุนแรงขึ้นจากปรากฏการณ์เอลนีโญ ส่งผลให้ปริมาณน้ำที่ไหลเข้าสู่เขื่อนผลิตไฟฟ้าพลังน้ำลดลงถึง 20% รัฐบาลจึงจำเป็นต้องจัดลำดับความสำคัญใหม่ โดยมุ่งเน้นการจ่ายไฟให้แก่ภาคครัวเรือนและโรงงานอุตสาหกรรมในประเทศก่อนเป็นอันดับแรก
ทาง EEP ระบุว่า การปรับลดการจ่ายไฟไม่ได้เกิดขึ้นในทันที แต่เป็นการทยอยลดเป็นขั้นบันได จากเดิมที่ปรับลดเหลือ 75% จากนั้นเหลือ 50% และล่าสุดเหลือเพียง 23% ของระดับสัญญา ขึ้นอยู่กับสถานการณ์น้ำซึ่งจะประเมินอีกรอบในเดือนตุลาคมนี้ หากยังไม่ดีขึ้นอาจพิจารณาปรับลดไฟแก่เหมืองขุดเพิ่มเติม หรืออาจถึงขั้นจำกัดการส่งออกกระแสไฟฟ้าไปยังประเทศข้างเคียง
การตัดสินใจครั้งนี้ ถือเป็นการยอมแลกผลประโยชน์ทางการเงินครั้งใหญ่ของเอธิโอเปีย เนื่องจากในช่วงปีงบประมาณที่ผ่านมา กลุ่มผู้ประกอบการเหมืองขุดบิตคอยน์เคยสร้างรายได้ให้แก่ EEP มากถึง 35% ของรายได้ทั้งหมด และใช้พลังงานไฟฟ้าเกือบ 1 ใน 3 ของพลังงานไฟฟ้าที่ผลิตได้ทั้งประเทศ
ด้วยเหตุที่เอธิโอเปียมีต้นทุนไฟฟ้าพลังน้ำที่ถูกมาก จึงดึงดูดบริษัทขุดเหรียญดิจิทัลระดับโลกเข้ามาตั้งฐานการผลิตอย่างต่อเนื่อง เช่น Phoenix Group ที่เคยขยายกำลังการขุดในเอธิโอเปียสูงถึง 132 เมกะวัตต์เมื่อเดือนเมษายน 2568 ที่ผ่านมา
Saifedean Ammous นักเศรษฐศาสตร์และผู้เขียนหนังสือ The Bitcoin Standard กล่าวว่า ปริมาณการใช้ไฟฟ้าและงบลงทุนของการขุดบิตคอยน์ทั่วโลกอาจผ่านจุดสูงสุดไปแล้วในช่วงปี 2024–2025 นอกจากนี้ ด้วยกลไก Halving ของบิตคอยน์เองทำให้รางวัลนักขุดลดลงเรื่อย ๆ ท่ามกลางเหมืองขุดหลายแห่งต่างก็เริ่มย้ายโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานไปรองรับ AI Data Centers ซึ่งให้ผลตอบแทนคุ้มค่ากว่า
ที่มา : Cointelegraph