นักพัฒนา Ethereum เตรียมอัปเกรด “Glamsterdam” โดยจะเปิดทดสอบระบบวันที่ 6 ตุลาคมนี้ นับเป็นก้าวสำคัญก่อนที่การอัปเกรดนี้จะเดินหน้าสู่เครือข่ายหลัก (Mainnet) ในอนาคต
นักพัฒนา Ethereum กำหนดให้การอัปเกรดครั้งใหญ่ครั้งถัดไปของเครือข่ายอย่าง “Glamsterdam” เริ่มทำงานบนเครือข่ายทดสอบ Sepolia ในวันที่ 6 ตุลาคม 2569 ถือเป็นอีกก้าวสำคัญก่อนที่การอัปเกรดจะเดินหน้าสู่เครือข่ายหลักในอนาคต
Ethereum Foundation ระบุเมื่อวันจันทร์ว่า ผู้ดูแลโหนดบน Sepolia ต้องอัปเดตไคลเอนต์ทั้งฝั่ง Execution Layer และ Consensus Layer ให้เรียบร้อยก่อนการอัปเกรดจะเริ่มทำงาน
Glamsterdam เปลี่ยนอะไรบ้าง?
หนึ่งในการเปลี่ยนแปลงสำคัญของ Glamsterdam คือการนำระบบแยกบทบาทผู้เสนอบล็อกและผู้สร้างบล็อกเข้ามาไว้ในโปรโตคอลของ Ethereum โดยตรง จากปัจจุบันที่การส่งต่องานระหว่างผู้สร้างบล็อกเฉพาะทางกับ Validator ต้องพึ่งพาโปรแกรมตัวกลางภายนอกระบบ เมื่อย้ายขั้นตอนนี้เข้ามาในโปรโตคอล การพึ่งพาระบบภายนอกดังกล่าวจะลดลง
Glamsterdam ยังเพิ่มฟีเจอร์ Block-Level Access Lists ระบบจะทำการบันทึกรายชื่อบัญชีและตำแหน่งจัดเก็บข้อมูลที่มีการใช้งานในแต่ละบล็อกเอาไว้อย่างเป็นระเบียบ
นอกจากนี้ การอัปเกรดจะปรับโครงสร้างค่าแก๊สให้สะท้อนต้นทุนจริงของการสร้างและเข้าถึงข้อมูลบน Ethereum ได้ดีขึ้น Ethereum Foundation เตือนว่า สมาร์ตคอนแทรกต์ที่อาศัยค่าแก๊สแบบตายตัว หรือกำหนดขีดจำกัดค่าแก๊สไว้ในโค้ด อาจจำเป็นต้องทำการปรับปรุงโค้ดรองรับ
Mainnet ยังไม่มีกำหนด ส่วน Hegotá จ่อคิวปี 2027
การทดสอบบนเครือข่าย Sepolia ถือเป็นขั้นตอนสำคัญในการตรวจสอบความสมบูรณ์ของระบบ ก่อนที่จะขยายผลไปยังเครือข่ายทดสอบสำหรับผู้ยืนยันธุรกรรมอย่าง Hoodi ซึ่งเป็น Testnet ที่เน้นฝั่ง Validator และเครือข่ายหลัก (Mainnet) ซึ่งปัจจุบันนักพัฒนายังไม่ได้กำหนดวันเปิดใช้งานบนเครือข่ายหลักแต่อย่างใด
ทั้งนี้ หลังจากการอัปเกรด Glamsterdam แล้ว นักพัฒนามีเป้าหมายที่จะดำเนินการอัปเกรดใหญ่ระลอกถัดไปในชื่อ “Hegotá” โดยตั้งเป้าหมายไว้ในปี 2027
Vitalik Buterin ผู้ร่วมก่อตั้ง Ethereum ได้ระบุว่า การอัปเกรด Hegotá อาจเป็นการปรับเปลี่ยนระบบในรูปแบบปกติครั้งสุดท้ายของเครือข่าย ก่อนที่แนวทางการพัฒนาของ Ethereum จะมุ่งเน้นไปที่เทคโนโลยีทางเข้ารหัสขั้นสูง เช่น Recursive STARKs, Automated Formal Verification, การเพิ่มประสิทธิภาพ Consensus และการเข้ารหัสที่ปลอดภัยต่อคอมพิวเตอร์ควอนตัม
ข่าวที่เกี่ยวข้อง : Ethereum ปี 2030 จะไม่เหมือนเดิม! Vitalik วางภาพสู่ “คอมพิวเตอร์โลกแห่งการเข้ารหัส”
ที่มา : Cointelegraph