นักพัฒนา Ethereum เร่งปล่อยอัปเดตซอฟต์แวร์ด่วนก่อนการทดสอบระบบครั้งใหญ่ภายใต้ชื่อ “Glamsterdam” บนเครือข่ายทดสอบ Sepolia เพื่อขยายขีดความสามารถในการรองรับธุรกรรมเพิ่มขึ้นเป็น 200 ล้าน Gas ช่วยเตรียมความพร้อมลดความแออัดและลดค่าธรรมเนียมการโอนคริปโทฯ ในอนาคต
ทีมนักพัฒนาเครือข่ายบล็อกเชน Ethereum ได้ปล่อยอัปเดตซอฟต์แวร์ฉุกเฉินในนาทีสุดท้ายสำหรับโปรแกรม Prysm ซึ่งเป็นหนึ่งในโปรแกรมหลักที่ใช้รันเครื่องผู้ตรวจสอบธุรกรรม (Validators) บนระบบ โดยการอัปเดตเป็นเวอร์ชัน 7.2.1 มีขึ้นเพียงไม่กี่ชั่วโมงก่อนที่การทดสอบระบบครั้งสำคัญจะเริ่มต้นขึ้นบนเครือข่ายทดสอบ Sepolia ในวันอังคารที่ 6 ตุลาคม
การแก้ไขด่วนครั้งนี้มีขึ้นเพื่อปรับเพิ่มเพดานขีดความสามารถในการประมวลผลสูงสุดต่อบล็อก หรือที่เรียกว่าค่า Gas Limit อัตโนมัติ จากเดิมที่จำกัดไว้ที่ 60 ล้าน Gas พุ่งขึ้นสู่ระดับ 200 ล้าน Gas เนื่องจากหากผู้ตรวจสอบธุรกรรมยังคงใช้ซอฟต์แวร์เวอร์ชันเก่าเสนอสร้างบล็อกที่ระดับความจุเดิม จะทำให้ผลการทดสอบการรองรับภาระงานขนาดใหญ่คลาดเคลื่อนและไม่ได้ประสิทธิภาพเท่าที่ควร
ทำความเข้าใจ “Gas” และเครือข่ายทดสอบ Sepolia
ในระบบ Ethereum คำว่า “Gas” คือหน่วยวัดปริมาณงานคำนวณและประมวลผลที่ระบบสามารถบรรจุลงในแต่ละบล็อก การขยายเพดาน Gas Limit ให้สูงขึ้น จึงเปรียบเสมือนการขยายขนาดของรถขนส่งให้สามารถบรรทุกรายการธุรกรรม โอน สเตเบิลคอยน์ หรือการใช้งานแอปพลิเคชันต่าง ๆ ได้พร้อมกันมากขึ้นในรอบเดียว ซึ่งในระยะยาวจะช่วยลดการแย่งชิงพื้นที่และช่วยป้องกันไม่ให้ค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรมพุ่งสูงขึ้นเกินไป
สำหรับการทดสอบในครั้งนี้จัดขึ้นบนเครือข่าย Sepolia ซึ่งเป็นเครือข่ายจำลองหรือเครือข่ายทดสอบ (Testnet) ที่นักพัฒนาใช้เป็นเวทีซ้อมใหญ่ในการปรับเปลี่ยนระบบก่อนนำไปใช้จริง โดยโทเคนและสินทรัพย์บนเครือข่ายนี้ไม่มีมูลค่าทางการเงินจริง
วัดใจผู้ตรวจสอบธุรกรรม ก่อนพิจารณาใช้บนเครือข่ายจริง
การทดสอบขยายความจุเป็น 200 ล้าน Gas บนเครือข่าย Sepolia ครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของแผนการอัปเกรดใหญ่ของอีเธอร์เรียมภายใต้ชื่อ “Glamsterdam” อย่างไรก็ตาม การกำหนดขีดความสามารถที่ 200 ล้าน Gas ดังกล่าวมีผลเฉพาะบนเครือข่ายทดสอบ Sepolia เท่านั้น และยังไม่ได้เปิดใช้งานบนเครือข่ายหลัก (Mainnet) ของ Ethereum แต่อย่างใด
นักพัฒนาตั้งเป้าติดตามผลจากการทดสอบว่า คอมพิวเตอร์ของผู้ตรวจสอบธุรกรรมจะสามารถรับมือกับการประมวลผลบล็อกที่มีขนาดใหญ่กว่าเดิมถึง 3 เท่าได้อย่างมีเสถียรภาพหรือไม่ ก่อนที่จะประเมินและตัดสินใจว่าระดับความจุใดจะเหมาะสมที่สุดสำหรับการนำไปปรับใช้จริงบนเครือข่ายหลักต่อไป
ที่มา : coindesk