Joe Lubin ผู้ร่วมก่อตั้ง Ethereum และซีอีโอของ Consensys ออกมาปกป้องการปรับโครงสร้างของ Ethereum Foundation โดยมองว่า การลดงบประมาณ การเปลี่ยนผู้นำ และการลาออกของพนักงานบางส่วน ไม่ใช่วิกฤต แต่เป็นวิวัฒนาการที่จำเป็นของระบบนิเวศ Ethereum
ปัจจุบัน Lubin ไม่ได้มีตำแหน่งใน Ethereum Foundation แล้ว โดย Lubin ระบุว่า บทบาทของมูลนิธิควรแคบลงและชัดขึ้น โดยโฟกัสที่การดูแลเทคโนโลยีหลักของเครือข่าย คุณค่าพื้นฐาน และความเป็นกลางของโปรโตคอล ส่วนงานด้าน adoption, การเข้าหาสถาบัน และการขยาย ecosystem ควรให้หน่วยงานอื่นเข้ามารับผิดชอบมากขึ้น
Lubin เสริมว่า “Ethereum Foundation ต้องมีความเป็นกลางที่น่าเชื่อถือและไม่มีข้อครหา” พร้อมมองว่า หากมูลนิธิไปเกี่ยวข้องมากเกินไปกับฝั่งธุรกิจหรือการผลักดันเชิงพาณิชย์ อาจทำให้เกิดความเสี่ยงด้านผลประโยชน์ทับซ้อน ซึ่งไม่เหมาะกับการดูแลระบบนิเวศโปรโตคอลแบบกระจายศูนย์
ความเห็นของ Lubin เกิดขึ้นหลังชุมชน Ethereum ถกเถียงกันหลายสัปดาห์เกี่ยวกับทิศทางของ Ethereum Foundation โดยนักวิจารณ์บางส่วนตั้งคำถามว่า มูลนิธิเคลื่อนไหวช้าเกินไปหรือไม่ ในการรับมือคู่แข่งและผลักดันสถานะของ Ethereum ในตลาด
Lubin มองว่า ความกังวลจำนวนมากเกิดจากความเข้าใจผิดว่า Ethereum Foundation ควรทำหน้าที่อะไร เขาย้ำว่า สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นคือการ “จัดระเบียบบทบาท” ให้แยกชัดระหว่างการดูแลโปรโตคอล กับการผลักดันธุรกิจและการใช้งานเชิงพาณิชย์
ตามมุมมองของ Lubin อนาคตของ Ethereum จะไม่ได้ถูกขับเคลื่อนโดยองค์กรเดียว แต่จะประกอบด้วยหลายองค์กรหลักที่ทำหน้าที่เป็น “node” สำคัญของ ecosystem และรับผิดชอบคนละด้านตามความเชี่ยวชาญ
โมเดลนี้ต่างจากบล็อกเชนบางเครือข่ายที่รวมทั้งการพัฒนาโปรโตคอลและกลยุทธ์เชิงพาณิชย์ไว้ภายใต้องค์กรเดียว เพราะ Ethereum ต้องรักษาโครงสร้างแบบกระจายศูนย์ให้มากกว่า
ทั้งนี้ Lubin ยังปฏิเสธมุมมองที่ว่า Ethereum กำลังเข้าสู่ช่วงขาลง โดยกล่าวว่า “Ethereum ไม่ได้อยู่ในช่วงขาลงเลย”
อย่างไรก็ตาม Lubin ยอมรับว่า Ethereum และอุตสาหกรรมคริปโทกำลังเผชิญคู่แข่งด้านเงินทุนและความสนใจจากตลาด นั่นคือ AI ซึ่งกลายเป็น narrative เทคโนโลยีหลักในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา
Lubin กล่าวว่า ก่อนหน้านี้คริปโทเคยเป็นกลุ่มเทคโนโลยีที่ถูกมองว่าใหม่ ดุดัน และน่าตื่นเต้นที่สุด แต่ตอนนี้คริปโทไม่ได้อยู่แถวหน้าของเม็ดเงินลงทุนเหมือนเดิม
แต่ Lubin ก็มองว่า การที่ Ethereum ใช้เวลาหลายปีพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้าน scaling กำลังทำให้เครือข่ายพร้อมสำหรับการใช้งานรอบใหม่
หนึ่งในธีมที่ Lubin จับตาคือ agentic commerce หรือเศรษฐกิจที่มนุษย์และเครื่องจักรทำงานร่วมกัน โดย AI Agent อาจเข้ามาทำธุรกรรม on-chain มากขึ้นในอนาคต
เขาระบุว่า “คลื่นลูกใหญ่ถัดไปคือ agentic commerce เมื่อเศรษฐกิจแบบผสมระหว่างมนุษย์กับเครื่องจักรเริ่มใช้รางของเรา”
ที่มา : coindesk
🏠หน้าหลักคริปโต
🔥ข่าวคริปโตยอดนิยม
🟠ข่าวบิตคอยน์
⚡คริปโตล่าสุด
🤖efin AI