CZ อดีตซีอีโอ Binance ออกมาเคลื่อนไหวครั้งแรกหลังเหตุการณ์ถูกแฮ็กครั้งใหญ่ เตือนภัยคุกคามจาก AI แฮ็กเกอร์พุ่งสูงถึงระดับความมั่นคงแห่งชาติ พร้อมเรียกร้องให้ทุกแพลตฟอร์มจับมือสร้างพันธมิตรความปลอดภัยและใช้ AI เข้ามารับมือแฮ็กเกอร์
ฉางเผิง จ้าว หรือ CZ ผู้ร่วมก่อตั้งและอดีตซีอีโอ Binance ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ในรายการพอดแคสต์ Talking Tokens เป็นครั้งแรก นับตั้งแต่เกิดเหตุการณ์แฮ็กระบบของ Binance เมื่อวันที่ 29 ตุลาคมที่ผ่านมา
โดยเขายืนยันว่าภัยคุกคามทางไซเบอร์ในปัจจุบันได้ก้าวล่วงจากระดับองค์กรไปสู่ ภัยคุกคามระดับความมั่นคงแห่งชาติ (National security threat) เป็นที่เรียบร้อยแล้ว เนื่องจากคริปโทเคอร์เรนซีมีความเชื่อมโยงกับระบบการเงินโลก ทั้งสเตเบิลคอยน์ หุ้นแบบโทเคน และสินทรัพย์ในโลกจริง
ก่อนหน้านี้ Binance ได้เปิดเผยรายละเอียดของการโจมตีว่า แฮ็กเกอร์ใช้วิธีลวงหลอกโดยทำเป็นสัมภาษณ์งานปลอม เพื่อเข้าถึงและทำให้คอมพิวเตอร์ของพนักงานติดไวรัส จากนั้นจึงใช้ประโยชน์จากเครื่องมือ AI ภายในองค์กรมาช่วยในการเจาะระบบ นอกจากนี้ ตลอดปี 2026 ที่ผ่านมาบริษัทสามารถตรวจจับและป้องกันภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่คาดว่าเชื่อมโยงกับเกาหลีเหนือได้ถึง 57 ครั้ง
CZ ระบุว่า ศักยภาพของ AI ทำให้ความเร็วและประสิทธิภาพของการแฮ็กเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล ทำให้บริษัทคริปโทฯ ต้องเร่งพัฒนาระบบป้องกันที่ใช้ AI เช่นกัน
“ความเร็วของการแฮ็กจะเพิ่มขึ้นเพราะความสามารถของ AI ในปัจจุบันทรงพลังมาก ในขณะเดียวกัน เราก็ต้องใช้ AI ให้มากขึ้นเพื่อป้องกันตัวเอง วิธีเดียวที่จะสู้กับอสูรกายได้ คือเราต้องกลายร่างเป็นอสูรกายตัวนั้น” CZ กล่าว
การเตือนภัยครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางการโจมตีทางไซเบอร์ที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องทั่วทั้งอุตสาหกรรม ไม่ว่าจะเป็นเหตุการณ์การเจาะระบบด้วย AI ที่บริษัทวิเคราะห์บล็อกเชน Chainalysis หรือเหตุการณ์ความไม่ปลอดภัยที่กระดานเทรด Mercado Bitcoin ในบราซิล ซึ่งสร้างความเสียหายไปกว่า 46 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
เพื่อรับมือกับภัยคุกคามรูปแบบใหม่ CZ ได้เรียกร้องให้มีการจัดตั้ง พันธมิตรความปลอดภัยระดับอุตสาหกรรม (Industry security alliance) เพื่อให้แต่ละแพลตฟอร์มสามารถแลกเปลี่ยนบทเรียน ข้อผิดพลาด แนวปฏิบัติที่ดีที่สุด การตรวจสอบความปลอดภัยข้ามองค์กร ตลอดจนการร่วมมือกัน อายัดเงินที่ถูกโจรกรรมได้อย่างรวดเร็ว
แม้ว่า CZ จะยังไม่ได้พูดคุยกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ หรือเจ้าหน้าที่ของสหรัฐฯ โดยตรงเกี่ยวกับเหตุการณ์นี้ แต่เขาระบุว่าอุตสาหกรรมคริปโทฯ ยินดีรับความช่วยเหลือจากภาครัฐ ซึ่งทางทรัมป์ได้ออกมาเปิดเผยก่อนหน้านี้ว่า รัฐบาลสหรัฐฯ กำลังเร่งตรวจสอบเหตุการณ์ดังกล่าวอยู่เช่นกัน
ที่มา : theblock