CryptoQuant ออกโรงเตือน Strategy ชะลอซื้อ Bitcoin และเร่งตุนเงินสดด่วน หลังหุ้นบุริมสิทธิ STRC ร่วงหนัก สวนทางภาระเงินปันผลที่พุ่งเกือบ 4 เท่า ผนวกภาวะขาดทุนทางบัญชีจาก BTC กว่าหมื่นล้านดอลล์
CryptoQuant บริษัทวิเคราะห์ข้อมูลบนบล็อกเชน ออกรายงานแนะนำบริษัท Strategy ภายใต้การนำของ ไมเคิล เซย์เลอร์ หยุดพักการเข้าซื้อบิตคอยน์ในระยะนี้ และหันมาโฟกัสกับการสร้างทุนสำรองเงินสดแทน เนื่องจากบริษัทกำลังเผชิญกับภาระผูกพันด้านเงินปันผลที่สูงขึ้น สวนทางกับเงินสดสำรองที่ลดลงอย่างรวดเร็ว
คำเตือนดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากที่ราคาหุ้นบุริมสิทธิ (Preferred stock) STRC ของบริษัท ร่วงลงมาอยู่ที่ 82.50 ดอลลาร์สหรัฐเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งต่ำกว่าราคาพาร์ที่ 100 ดอลลาร์สหรัฐถึง 17.5%
โดย Julio Moreno หัวหน้าฝ่ายวิจัยของ CryptoQuant ระบุว่า สาเหตุหลักมาจากแรงกดดันของตลาดหมีในฝั่งบิตคอยน์ ประกอบกับเงินสดสำรองของบริษัทที่หดหายไปถึง 38% ตั้งแต่ต้นปี 2026
นอกจากนี้ Strategy เพิ่งทุ่มเงิน 1.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐเพื่อรับซื้อคืนหุ้นกู้แปลงสภาพชนิดไม่ด้อยสิทธิและไม่มีดอกเบี้ยที่จะครบกำหนดในปี 2029 ส่งผลให้กันชนเงินสดที่จะนำมารองรับการจ่ายปันผลของหุ้น STRC ลดน้อยลงไปอีก
ปัญหาที่น่ากังวลคือ Strategy ได้ออกหุ้น STRC เพิ่มขึ้นเพื่อนำเงินไปซื้อบิตคอยน์ ทำให้ภาระผูกพันในการจ่ายเงินปันผลพุ่งกระฉูดจากประมาณ 300 ล้านดอลลาร์ต่อปีในช่วงต้นปี กลายเป็น 1.2 พันล้านดอลลาร์ในปัจจุบัน หรือเพิ่มขึ้นเกือบ 4 เท่าในเวลาไม่ถึงครึ่งปี สภาพคล่องที่ลดลงนี้ทำให้ความสามารถในการครอบคลุมการจ่ายปันผล ลดลงจากที่เคยจ่ายได้ยาวนานกว่า 7 ปี เหลือเพียง 14 เดือนเท่านั้น
ซึ่งทาง CryptoQuant ประเมินว่าบริษัทจำเป็นต้องมีเงินสดสำรองราว 2.8 พันล้านดอลลาร์ หรือเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าของที่มีอยู่ เพื่อให้กลับมาครอบคลุมการจ่ายปันผลได้อย่างน้อย 24 เดือนและเรียกความเชื่อมั่นจากตลาดกลับคืนมา
แม้ในทางกฎหมาย Strategy จะสามารถระงับการจ่ายปันผลหุ้น STRC ได้ แต่เนื่องจากเงินปันผลนี้เป็น “เงินปันผลชนิดสะสม” หมายความว่าบริษัทจะต้องนำยอดที่ค้างอยู่ไปทบจ่ายในอนาคตอยู่ดี และการระงับจ่ายก็จะทำลายความน่าเชื่อถือของบริษัท
นอกจากนี้ การแก้ปัญหาด้วยการเทขายบิตคอยน์เพื่อดึงเงินสดกลับมาไม่ใช่ทางเลือกที่เหมาะสมในตอนนี้ เนื่องจากปัจจุบันบริษัทมีตัวเลข ขาดทุนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริง ทางบัญชีสูงถึง 1.06 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ โดย BTC ที่ซื้อในช่วงปี 2024-2026 ยังอยู่ในสถานะขาดทุน หากถูกบังคับขายอาจทำให้ต้องรับรู้ผลขาดทุนจำนวนมาก
การบังคับขายในตอนนี้จะเป็นการทำให้เกิดการขาดทุนจริง (Crystallize losses) และสร้างความเสียหายต่อผู้ถือหุ้น อย่างไรก็ตาม Strategy ยังมีเครื่องมืออื่นในการแก้เกม เช่น การเพิ่มอัตราผลตอบแทนเงินปันผลที่ปัจจุบันอยู่ที่ 11.5% หรือการออกหุ้นสามัญ MSTR เพิ่มเติมเพื่อพยุงสถานการณ์
ทั้งนี้ CryptoQuant เสนอบริษัทฯ ควรปรับกลยุทธ์ 3 ด้าน ได้แก่ 1.พักการซื้อ Bitcoin จนกว่าเงินสดและความสามารถรองรับปันผลจะดีขึ้น 2.ใช้โมเดลเชิงระบบในการกำหนดจังหวะซื้อ BTC แทนการซื้อทุกครั้งที่มีเงินทุน และ 3.ควรวางกรอบขาย Bitcoin บางส่วนในตลาดขาขึ้น เพื่อทำกำไร ลดภาระทางการเงิน และสร้างเงินสำรองสำหรับรอบตลาดถัดไป
ก่อนหน้านี้ นักวิเคราะห์จาก JPMorgan ก็เพิ่งออกมาเตือนในทำนองเดียวกันว่า Strategy จำเป็นต้องฟื้นฟูทุนสำรองเงินสดดอลลาร์เพื่อเรียกความเชื่อมั่นนักลงทุนกลับมา หลังการขาย Bitcoin จำนวน 32 BTC ของบริษัทสร้างความกังวลในตลาด แม้เป็นการขายเชิงสัญลักษณ์เพื่อแสดงความยืดหยุ่นต่อผู้ถือหุ้นบุริมสิทธิ
ที่มา : theblock.co
🏠 หน้าหลักคริปโต
🔥 ข่าวคริปโตยอดนิยม
🟠 ข่าวบิตคอยน์
⚡ คริปโตล่าสุด
🤖 efin AI