1) Bitcoin ยืนแถว 78,500 ดอลลาร์ หลังราคาน้ำมันพุ่ง กดดันสินทรัพย์เสี่ยง
เช้าวันนี้ Bitcoin ซื้อขายที่ประมาณ 78,530 ดอลลาร์ ลดลง 0.58% ในรอบ 24 ชั่วโมง โดยเคลื่อนไหวในกรอบสูงสุด–ต่ำสุด 79,485–77,620 ดอลลาร์ อ้างอิงจาก Binance ตลาดคริปโทเคอร์เรนซีเคลื่อนไหวตามตลาดหุ้นสหรัฐฯ หลังความตึงเครียดในตะวันออกกลางผลักราคาน้ำมันดิบ WTI ขึ้นใกล้ 95 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และเพิ่มความกังวลเงินเฟ้อ อาจทำให้เฟดชะลอผ่อนคลายนโยบายการเงิน
2) Binance TH เตรียมยุติคู่ซื้อขาย OPEN/FDUSD พร้อมแจ้งกำหนดการปิดปรับปรุงระบบฝาก–ถอนเงินบาทชั่วคราว
Binance TH ประกาศเมื่อวันที่ 8 กันยายนว่า จะยุติการให้บริการซื้อขายคู่ OPEN/FDUSD โดยผู้ใช้ควรตรวจสอบกำหนดการและคู่ซื้อขายที่ยังรองรับผ่านหน้าประกาศของแพลตฟอร์ม นอกจากนี้ บริษัทจะแจ้งปิดระบบฝากและถอนเงินบาทผ่านระบบธนาคารชั่วคราวในวันที่ 20 กันยายน เวลา 02.00–05.30 น. การหยุดให้บริการดังกล่าวเป็นการปิดปรับปรุงเพื่อพัฒนาระบบตามแผนงานของทางธนาคาร
3) Circle ทุ่ม 400 ล้านดอลลาร์ซื้อ Tazapay ขยายเครือข่ายชำระเงิน USDC กว่า 100 ตลาด
Circle ตกลงซื้อ Tazapay ผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานชำระเงินข้ามพรมแดนในสิงคโปร์ ด้วยหุ้นมูลค่า 400 ล้านดอลลาร์ นับเป็นหนึ่งในดีลใหญ่ที่สุดของบริษัท Tazapay ประมวลผลธุรกรรมมากกว่า 25,000 ล้านดอลลาร์ต่อปี ครอบคลุมกว่า 100 ตลาด และราว 60% ของปริมาณธุรกรรมเกี่ยวข้องกับสเตเบิลคอยน์ ดีลนี้จะช่วยให้ Circle เชื่อม USDC เข้ากับระบบรับและจ่ายเงินสกุลท้องถิ่นได้เร็วขึ้น แต่ยังต้องผ่านการอนุมัติจากหน่วยงานกำกับและคาดว่าจะปิดดีลในปี 2027
4) Visa นำข้อมูล VisaNet เชื่อมสินเชื่อ Onchain เติมเงินทุนให้ธุรกิจบัตรสเตเบิลคอยน์
Visa เปิดทางให้นำข้อมูลการชำระบัญชีจาก VisaNet มาประกอบกับข้อมูลบนบล็อกเชน เพื่อช่วยผู้ให้กู้ประเมินและปล่อยเงินทุนหมุนเวียนแก่ผู้ออกบัตรที่เชื่อมกับสเตเบิลคอยน์ ปัจจุบันเครือข่าย Visa มีโครงการบัตรลักษณะดังกล่าวมากกว่า 160 โครงการ ขณะที่ปริมาณการชำระบัญชีด้วยสเตเบิลคอยน์คิดเป็นอัตรารายปีมากกว่า 20,000 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นกว่า 15 เท่าจากปีก่อน ระบบนำร่องร่วมกับ Credit Coop รองรับยอดชำระบัญชีสะสมแล้วกว่า 2,500 ล้านดอลลาร์นับตั้งแต่ปี 2023 และยังไม่พบการผิดนัดชำระหนี้
5) Ethereum ขีดเส้นตายปี 2029 ปรับเครือข่ายให้ต้านทานการโจมตีจากคอมพิวเตอร์ควอนตัม
Ethereum Foundation กำหนดเป้าหมายให้ธุรกรรม ระบบยืนยันบล็อก และการจัดเก็บข้อมูลของเครือข่ายพร้อมรับมือการโจมตีจากคอมพิวเตอร์ควอนตัมภายในเดือนธันวาคม 2029 แม้อัปเกรด Hegotá ในปี 2027 จะยังไม่ทำให้เครือข่ายต้านควอนตัมได้ทันที แต่จะวางลำดับงานสำหรับฮาร์ดฟอร์กและการเปลี่ยนระบบลายเซ็นอีกหลายขั้น แผนที่อยู่ระหว่างพัฒนาครอบคลุมระบบลายเซ็นบัญชีและผู้ตรวจสอบธุรกรรมแบบใหม่ ทะเบียน Public Key และกลไกสำรองหากเทคโนโลยีควอนตัมพัฒนาเร็วกว่าคาด
6) เงินไหลเข้า Spot Bitcoin ETF ฟื้น แต่ยอดสุทธิปี 2026 ยังติดลบราว 1,000 ล้านดอลลาร์
กองทุน Spot Bitcoin ETF ในสหรัฐฯ รับเงินไหลเข้า 3,520 ล้านดอลลาร์ในเดือนสิงหาคม และอีก 770.15 ล้านดอลลาร์นับตั้งแต่ต้นเดือนกันยายน อย่างไรก็ตาม ยอดเงินไหลเข้าสุทธิตลอดปี 2026 ยังติดลบราว 1,000 ล้านดอลลาร์ เพราะการไหลออกหนักในเดือนพฤษภาคมและมิถุนายน โดยเฉพาะเดือนมิถุนายนที่เงินไหลออก 4,510 ล้านดอลลาร์ ตัวเลขดังกล่าวชี้ว่าแรงซื้อจากสถาบันเริ่มฟื้น แต่ยังไม่มากพอชดเชยเงินทุนที่ถอนออกในช่วงกลางปี
7) Cronos ย้อนธุรกรรมเกือบ 2 ชั่วโมง กู้เงิน 111.2 ล้านดอลลาร์จากเหตุโจมตี Tectonic
ผู้ตรวจสอบธุรกรรมของ Cronos ตัดสินใจย้อนประวัติบล็อกเชน 10,961 บล็อก หรือเกือบ 2 ชั่วโมง หลัง Tectonic ถูกโจมตีและเกิดยอดกู้ยืมผิดปกติรวม 120.4 ล้านดอลลาร์ การย้อนธุรกรรมช่วยกู้สินทรัพย์กลับมาได้ 111.2 ล้านดอลลาร์ หรือราว 92% แต่ผู้โจมตีย้ายเงิน 9.19 ล้านดอลลาร์ออกจากเครือข่ายก่อนหยุดระบบและยังไม่ได้คืน เหตุการณ์นี้ทำให้เกิดคำถามเรื่องความสิ้นสุดของธุรกรรม เพราะแสดงให้เห็นว่ามติของผู้ตรวจสอบสามารถย้อนธุรกรรมที่บันทึกไปแล้วได้ในภาวะฉุกเฉิน
8) เกาหลีใต้ชี้สเตเบิลคอยน์วอนอาจลดค่าธรรมเนียมร้านค้าได้สูงสุด 3,800 ล้านดอลลาร์ต่อปี
สำนักงานงบประมาณรัฐสภาเกาหลีใต้ประเมินว่า สเตเบิลคอยน์ที่อ้างอิงเงินวอนอาจช่วยร้านค้าลดค่าธรรมเนียมการชำระเงินได้ปีละ 370,000 ล้าน–5.15 ล้านล้านวอน หรือประมาณ 275 ล้าน–3,800 ล้านดอลลาร์ ผลประหยัดขึ้นอยู่กับสัดส่วนการใช้แทนบัตรและระดับค่าธรรมเนียมของระบบใหม่ อย่างไรก็ตาม หน่วยงานเตือนว่าการใช้งานในวงกว้างอาจลดบทบาทธนาคารด้านการปล่อยสินเชื่อ และเพิ่มความเสี่ยงต่อการตรึงมูลค่าหากเกิดการไถ่ถอนพร้อมกันจำนวนมาก
9) Block ของ Jack Dorsey ยื่นขอใบอนุญาตธนาคารทรัสต์แห่งชาติ รองรับ Bitcoin และสเตเบิลคอยน์
Block บริษัทด้านการชำระเงินที่ก่อตั้งโดย Jack Dorsey ยื่นคำขอต่อสำนักงานกำกับเงินตราสหรัฐฯ เพื่อจัดตั้ง Builders Bank & Trust เป็นธนาคารทรัสต์แห่งชาติที่ไม่รับประกันเงินฝาก หากได้รับอนุมัติ ธนาคารจะให้บริการรับฝากและบริการในฐานะผู้ดูแลผลประโยชน์ ซึ่งรวมถึง Bitcoin และสเตเบิลคอยน์ การยื่นคำขอนี้เกิดขึ้นท่ามกลางกระแสที่บริษัทฟินเทคและคริปโทฯ หลายแห่งต้องการใบอนุญาตระดับรัฐบาลกลาง เพื่อดำเนินธุรกิจภายใต้กรอบเดียวทั่วสหรัฐฯ
10) Hyperliquid มีสัญญาคงค้าง 14,300 ล้านดอลลาร์ ขณะที่ HYPE ทำจุดสูงสุดใหม่
มูลค่าสัญญาอนุพันธ์ที่ยังไม่ปิดสถานะบน Hyperliquid เพิ่มขึ้นแตะ 14,300 ล้านดอลลาร์ ใกล้ระดับก่อนเกิดเหตุร่วงหนักเมื่อเดือนตุลาคม 2025 เพียง 3% แรงหนุนส่วนหนึ่งมาจาก Coinbase ที่เชื่อมผู้ใช้ Base App เข้าสู่ Hyperliquid และท่าทีของรัฐบาลสหรัฐฯ ที่เปิดทางให้แพลตฟอร์มเข้าสู่ตลาดภายใต้กฎกำกับ ราคาของ HYPE ทำสถิติสูงสุดราว 88 ดอลลาร์ และเพิ่มขึ้นมากกว่า 50% ในเดือนนี้ สะท้อนการกลับมาของกิจกรรมซื้อขายอนุพันธ์อย่างชัดเจน
11) หนุ่มวัย 22 ปีรับสารภาพคดีเครือข่ายหลอกขโมยคริปโทฯ 245 ล้านดอลลาร์
Malone Lam วัย 22 ปี รับสารภาพว่ามีส่วนเป็นผู้นำเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติที่ใช้วิธีหลอกลวงทางสังคมเพื่อขโมยและฟอกสินทรัพย์คริปโทฯ มากกว่า 245 ล้านดอลลาร์ อัยการระบุว่าเครือข่ายใช้ชื่อปลอมหลายชื่อและมุ่งเข้าถึงกระเป๋าของเหยื่อ ก่อนกระจายเงินผ่านช่องทางต่าง ๆ เพื่อปกปิดที่มา Lam อาจได้รับโทษจำคุกสูงสุด 20 ปี และศาลนัดพิจารณาสถานะคดีอีกครั้งวันที่ 8 ธันวาคม
12) Strive ซื้อ Bitcoin เพิ่ม 1,375 BTC ดันสินทรัพย์สะสมเป็น 24,531 BTC
Strive ซื้อ Bitcoin เพิ่ม 1,375 BTC มูลค่าประมาณ 109 ล้านดอลลาร์ ที่ราคาเฉลี่ย 79,281 ดอลลาร์ต่อ BTC ระหว่างวันที่ 31 สิงหาคมถึง 4 กันยายน ส่งผลให้บริษัทถือครองรวม 24,531 BTC เงินทุนราว 70% ที่ใช้ในสัปดาห์ดังกล่าวมาจากการขายหุ้นบุริมสิทธิ SATA ซึ่งมียอดคงค้างตามมูลค่าที่ตราไว้เกือบ 999 ล้านดอลลาร์ การซื้อครั้งนี้ทำให้ Strive เดินหน้าขยับอันดับในกลุ่มบริษัทจดทะเบียนที่สะสม Bitcoin แม้ราคาซื้อเฉลี่ยจะสูงกว่าราคาตลาดปัจจุบัน
13) อุซเบกิสถานเริ่มทดลองสเตเบิลคอยน์ HUMO ใช้พันธบัตรรัฐบาลหนุนหลัง
อุซเบกิสถานเริ่มโครงการนำร่อง HUMO สเตเบิลคอยน์ที่ตรึงมูลค่ากับเงินซอมในอัตรา 1 ต่อ 1 และใช้หลักทรัพย์รัฐบาลเป็นสินทรัพย์หนุนหลัง Humo Digital จะทดสอบการออก หมุนเวียน และไถ่ถอนโทเคนภายใต้ Sandbox ที่หน่วยงาน NAPP และธนาคารกลางกำกับร่วมกัน ปัจจุบันมีร้านค้ามากกว่า 20 แห่งเตรียมเข้าร่วมทดลองรับชำระค่าสินค้าและบริการ
14) Ledger–Trezor เตือนนักล่าช่องโหว่ด้วย AI อย่าเปิดข้อมูลก่อนผู้ผลิตแก้ไข
Ledger และ Trezor เรียกร้องให้นักวิจัยเปิดเผยช่องโหว่ของ Hardware Wallet อย่างรับผิดชอบ หลัง AI ช่วยให้ค้นหาและนำข้อผิดพลาดไปใช้โจมตีได้ง่ายขึ้น Charles Guillemet ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยีของ Ledger ระบุว่า การเผยแพร่รายละเอียดก่อนมีแพตช์อาจเพิ่มความเสี่ยงให้ผู้ใช้ เพียงเพื่อเรียกความสนใจ ทั้งสองบริษัทเห็นว่านักวิจัยควรแจ้งผู้ผลิตและให้เวลาตามกรอบที่ตกลงกัน แต่หากผู้ผลิตไม่แก้ไขภายในกำหนด นักวิจัยก็มีเหตุผลที่จะเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะ
15) AUSTRAC เพิกถอน–พัก–ไม่ต่อทะเบียนธุรกิจคริปโทฯ และโอนเงินรวม 45 ราย
AUSTRAC หน่วยข่าวกรองทางการเงินของออสเตรเลีย เปิดเผยว่าได้เพิกถอน พักใช้ หรือไม่ต่ออายุทะเบียนผู้ให้บริการแลกเปลี่ยนคริปโทฯ และโอนเงินรวม 45 รายในรอบปีที่ผ่านมา หน่วยงานมุ่งจัดการผู้ประกอบการที่หยุดดำเนินงาน มีปัญหาการเงิน ให้ข้อมูลทะเบียนไม่ถูกต้อง หรือมีความเสี่ยงด้านการฟอกเงินและสนับสนุนการก่อการร้าย การกวาดล้างครั้งนี้สะท้อนว่าออสเตรเลียกำลังใช้การตรวจคุณสมบัติผู้ได้รับทะเบียนอย่างเข้มงวดขึ้น ไม่ใช่เพียงรับแจ้งรายชื่อผู้ประกอบธุรกิจ
16) Robinhood เข้าถือหุ้น Crypto.com และ OG.com ขยายธุรกิจตลาดคาดการณ์
Robinhood เข้าถือหุ้นใน Crypto.com และ OG.com ภายใต้ข้อตกลงหลายปี เพื่อใช้โครงสร้างพื้นฐานของ OG.com ให้บริการสัญญาที่อ้างอิงผลลัพธ์ของเหตุการณ์แก่ลูกค้ารายย่อยในสหรัฐฯ OG.com แยกตัวจาก Crypto.com ด้วยมูลค่ากิจการ 5,000 ล้านดอลลาร์ และมีตลาดอนุพันธ์กับสำนักหักบัญชีที่อยู่ภายใต้การกำกับของ CFTC ธุรกิจตลาดคาดการณ์สร้างรายได้ให้ Robinhood 156 ล้านดอลลาร์ในไตรมาส 2 เพิ่มขึ้นมากกว่าสิบเท่าจากปีก่อน แต่ยังเผชิญข้อพิพาทกับหลายรัฐว่าเข้าข่ายการพนันกีฬาหรือไม่
17) Bitmine ซื้อ Ether เพิ่ม 28,086 ETH เข้าใกล้เป้าถือครอง 5% ของอุปทาน
Bitmine Immersion Technologies ซื้อ Ether เพิ่ม 28,086 ETH มูลค่าปัจจุบันราว 69.5 ล้านดอลลาร์ ทำให้ยอดถือครองรวมเพิ่มเป็น 5.93 ล้าน ETH บริษัทระบุว่าดำเนินการได้แล้ว 97% ของเป้าหมายสะสม Ether ให้ถึง 5% ของอุปทานหมุนเวียนภายใน 15 เดือน อย่างไรก็ตาม ต้นทุนเฉลี่ยของบริษัทอยู่ที่ 2,495 ดอลลาร์ต่อ ETH และข้อมูลของ Dropstab ประเมินว่ายังมีผลขาดทุนที่ไม่เกิดขึ้นจริงราว 5,100 ล้านดอลลาร์
18) Strategy พักซื้อ Bitcoin หันซื้อหุ้น STRC คืน 176.3 ล้านดอลลาร์
Strategy ไม่ได้ซื้อ Bitcoin เพิ่มในสัปดาห์ล่าสุด แต่ใช้เงิน 176.3 ล้านดอลลาร์ซื้อหุ้นบุริมสิทธิ STRC คืนจำนวน 1.8 ล้านหุ้น พร้อมเพิ่มวงเงินโครงการซื้อคืนตราสาร Digital Credit Securities เป็น 2,000 ล้านดอลลาร์ ปัจจุบันบริษัทยังคงถือ Bitcoin 845,050 BTC ด้วยต้นทุนรวม 63,600 ล้านดอลลาร์ หรือราคาเฉลี่ย 75,412 ดอลลาร์ต่อ BTC การหันมาพยุง STRC ซึ่งซื้อขายต่ำกว่ามูลค่าที่ตราไว้ สะท้อนว่าบริษัทต้องดูแลต้นทุนระดมทุนควบคู่กับยุทธศาสตร์สะสม Bitcoin
19) สวิตเซอร์แลนด์เริ่มทดสอบ CHFD กับ 9 บริษัท ใช้สเตเบิลคอยน์ชำระเงินแบบตั้งเงื่อนไข
บริษัทสวิตเซอร์แลนด์ 9 แห่งเริ่มทดสอบ CHFD สเตเบิลคอยน์ที่อ้างอิงฟรังก์สวิส เพื่อใช้ชำระเงินแบบตั้งเงื่อนไขและชำระบัญชีสินทรัพย์ดิจิทัล ผู้ดำเนินโครงการจะทดสอบว่าเงินที่ตั้งโปรแกรมได้ช่วยลดการฉ้อโกงในตลาดออนไลน์ ทำให้การขายบัตรกิจกรรมเป็นธรรมขึ้น และเพิ่มประสิทธิภาพการจ่ายเงินภาครัฐได้หรือไม่ ผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานตลาดการเงิน SIX และแอปชำระเงิน TWINT เข้าร่วมโครงการในฐานะพันธมิตรรายใหม่