1. Bitcoin ทรงตัวใกล้ 80,000 ดอลลาร์ ขณะที่ Spot ETF รับเงินเข้า 3.8 พันล้านดอลลาร์ใน 3 สัปดาห์
Bitcoin ซื้อขายบริเวณ 79,700–79,800 ดอลลาร์ หลังอ่อนตัวจากราว 81,200 ดอลลาร์ลงไปต่ำกว่า 79,000 ดอลลาร์ในวันศุกร์ อย่างไรก็ดี กองทุน Spot Bitcoin ETF ในสหรัฐฯ ยังมีเงินไหลเข้าสุทธิ 986.9 ล้านดอลลาร์ในสัปดาห์ล่าสุด ทำให้ยอดรวมตลอด 3 สัปดาห์แตะ 3.8 พันล้านดอลลาร์ สูงที่สุดของปี 2569 แต่เงินไหลเข้ารายวันลดจาก 731 ล้านดอลลาร์ในวันพฤหัสบดี เหลือ 174.6 ล้านดอลลาร์ในวันศุกร์ สะท้อนว่าแรงซื้อจาก ETF ยังประคองตลาดได้ แม้โมเมนตัมระยะสั้นเริ่มชะลอลง
2. ธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลอาเซียนระดมทุน 680 ล้านดอลลาร์ แต่เงินส่วนใหญ่ยังกระจุกในบริษัทใหญ่
รายงานของ Tracxn ระบุว่า ธุรกิจคริปโทเคอร์เรนซีในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ระดมทุนผ่านการขายหุ้นได้ 680 ล้านดอลลาร์จาก 25 รอบในปี 2569 แต่เกือบ 60% มาจากรอบระดมทุน 400 ล้านดอลลาร์ของ Crypto.com เพียงบริษัทเดียว จึงยังไม่ใช่การฟื้นตัวที่กระจายไปทั่วอุตสาหกรรม ขณะที่สิงคโปร์ครองสัดส่วน 82.5% ของเงินทุนสะสมในภูมิภาค ส่วน Bitkub ของไทยเป็นหนึ่งในหกบริษัทที่รายงานจัดอยู่ในกลุ่มยูนิคอร์น
3. Trezor พบข้อมูลลูกค้ารั่วเพิ่มราว 67,000 ราย หลังผู้ให้บริการขนส่งไม่ลบข้อมูลตามที่รับรอง
Trezor เปิดเผยว่า เหตุข้อมูลรั่วไหลที่ ShipMonk ซึ่งเป็นผู้ให้บริการด้านขนส่ง กระทบลูกค้าในสหรัฐฯ เพิ่มอีกราว 67,000 ราย หลังพบว่าข้อมูลคำสั่งซื้อระหว่างเดือนพฤศจิกายน 2562 ถึงสิงหาคม 2564 ยังถูกเก็บไว้ แม้เคยได้รับคำยืนยันเป็นลายลักษณ์อักษรว่าลบแล้ว ข้อมูลที่รั่วประกอบด้วยชื่อ อีเมล หมายเลขโทรศัพท์ ที่อยู่จัดส่ง และเลขคำสั่งซื้อ แต่ไม่รวม Seed Phrase, Private Key หรือเงินในกระเป๋า อย่างไรก็ตาม ข้อมูลดังกล่าวอาจถูกนำไปใช้หลอกลวงหรือระบุตัวผู้ถือ Hardware Wallet ได้
4. ธนาคารกลางเกาหลีใต้ชี้ ความต้องการ Stablecoin ดอลลาร์อาจกดค่าเงินท้องถิ่น
นักวิจัยของธนาคารกลางเกาหลีใต้วิเคราะห์ข้อมูลคู่ซื้อขายบน Binance ระหว่างปี 2562–2568 ครอบคลุมเงิน 12 สกุล และพบว่าแรงซื้อ Stablecoin ที่อิงดอลลาร์มีความสัมพันธ์กับการอ่อนค่าของเงินท้องถิ่น สาเหตุส่วนหนึ่งมาจากผู้ดูแลสภาพคล่องต้องขายเงินท้องถิ่นแล้วซื้อดอลลาร์เพื่อปรับสมดุลหลังขาย Stablecoin ให้ลูกค้า อย่างไรก็ดี ผลกระทบแตกต่างกันไปในแต่ละประเทศ และการศึกษานี้ไม่พบผลต่อค่าเงินวอนอย่างมีนัยสำคัญ เพราะไม่มีคู่ซื้อขายเงินวอนโดยตรงอยู่ในชุดข้อมูล
5. UBS และ Jane Street อยู่ในกลุ่มสถาบันที่ถือ Hyperliquid ETF รวมเกือบ 75 ล้านดอลลาร์
ข้อมูลที่ James Seyffart นักวิเคราะห์ของ Bloomberg รวบรวมพบว่า บริษัทประมาณ 30 แห่งรายงานการถือครอง Hyperliquid ETF รวม 74.9 ล้านดอลลาร์ ณ สิ้นเดือนมิถุนายน ในจำนวนนี้ UBS ถือประมาณ 7.5 ล้านดอลลาร์ ส่วน Jane Street ถือราว 4.4 ล้านดอลลาร์ ขณะที่ผู้ถือรายใหญ่ที่สุดคือ Wealth High Governance มูลค่า 23.95 ล้านดอลลาร์ ทั้งนี้ ตัวเลขดังกล่าวเป็นข้อมูลย้อนหลังจากเอกสารเปิดเผยการลงทุน ไม่ได้หมายความว่าสถาบันเหล่านี้เพิ่งเข้าซื้อ และบางส่วนอาจเป็นสินทรัพย์ของลูกค้าหรือสถานะเพื่อป้องกันความเสี่ยง
6. สภาโปแลนด์ล้มล้างวีโต้กฎหมายสินทรัพย์ดิจิทัลไม่สำเร็จ ท่ามกลางคดี Zondacrypto
สภาโปแลนด์ลงมติ 241 ต่อ 198 เสียง เห็นชอบให้ล้มล้างวีโต้ของประธานาธิบดี Karol Nawrocki แต่ยังขาดอีก 25 เสียงจึงไม่ถึงเกณฑ์ที่กำหนด ส่งผลให้ร่างกฎหมายกำกับธุรกิจคริปโทเคอร์เรนซียังไม่ผ่าน และโปแลนด์ยังไม่สามารถแต่งตั้งหน่วยงานกำกับตามกรอบ MiCA ได้อย่างสมบูรณ์ เหตุการณ์เกิดขึ้นในช่วงที่การสอบสวน Zondacrypto ขยายวง หลังบริษัทผู้ดำเนินแพลตฟอร์มเข้าสู่กระบวนการล้มละลายในเดือนสิงหาคม โดยประเด็นที่ถูกกล่าวหายังอยู่ระหว่างการสอบสวน
7. Zcash ทะลุ 1,000 ดอลลาร์ ดันสินทรัพย์ใน ETF ของ Grayscale เกิน 400 ล้านดอลลาร์
ราคา Zcash พุ่งแตะจุดสูงระหว่างวันที่ 1,050.70 ดอลลาร์ หลังเพิ่มขึ้นราว 20% ใน 24 ชั่วโมง ส่งผลให้มูลค่าสินทรัพย์ของกองทุน ZCSH ของ Grayscale เพิ่มเป็น 414.7 ล้านดอลลาร์ภายในไม่ถึงสองสัปดาห์หลังเข้าซื้อขาย อย่างไรก็ดี มูลค่ากองทุนที่เพิ่มขึ้นส่วนใหญ่มาจากราคา ZEC ที่สูงขึ้น แม้จำนวนเหรียญในกองทุนจะเพิ่มจาก 387,849 ZEC เป็น 428,613 ZEC ด้วย ขณะเดียวกัน Open Interest ในตลาดฟิวเจอร์สทะลุ 2 พันล้านดอลลาร์เป็นครั้งแรก บ่งชี้ว่าการเก็งกำไรด้วย Leverage เพิ่มสูงขึ้นตามราคา
8. Robinhood Chain หยุดสร้างบล็อก 14 นาที ขณะ AMC เดินหน้าคัดค้านโทเคนอ้างอิงหุ้น
Robinhood Chain หยุดสร้างบล็อกอย่างน้อย 14 นาทีเมื่อวันที่ 4 กันยายน ก่อนระบบจะทยอยกลับมาประมวลผลธุรกรรมได้ตามปกติ โดย Robinhood ยังไม่เปิดเผยสาเหตุ ณ เวลารายงาน เหตุขัดข้องเกิดขึ้นหลังเครือข่ายเปิดใช้งาน Mainnet ได้ราวสองเดือน และในช่วงเดียวกับที่ AMC คัดค้าน Stock Token ซึ่งอ้างอิงราคาหุ้นของบริษัท เนื่องจากผู้ถือโทเคนมีสถานะเป็นเจ้าหนี้ของบริษัทในเครือ Robinhood ไม่ใช่ผู้ถือหุ้น AMC และไม่มีสิทธิออกเสียงหรือสิทธิความเป็นเจ้าของในบริษัท
9. XRP Ledger มีบัญชีเข้ามาซื้อขายน้อยลง แต่ปริมาณซื้อขายและมูลค่าต่อบัญชีเพิ่มขึ้น
รายงานไตรมาส 2 ของ Evernorth ระบุว่า ปริมาณซื้อขายผ่านระบบสมุดคำสั่งบน XRP Ledger เฉลี่ยอยู่ที่ 3.57 ล้าน XRP ต่อวัน เพิ่มขึ้น 79% จากปีก่อน แม้จำนวนบัญชีที่เริ่มส่งคำสั่งซื้อขายจะลดจากประมาณ 1,860 เหลือ 1,100 บัญชีต่อวัน ขณะที่ปริมาณซื้อขายเฉลี่ยต่อบัญชีเพิ่มจากราว 1,070 เป็น 3,200 XRP ข้อมูลจึงสะท้อนว่าเครือข่ายมีธุรกรรมขนาดใหญ่ขึ้น ไม่ใช่มีผู้เข้ามาซื้อขายมากขึ้น และจำนวนบัญชีบนบล็อกเชนไม่สามารถใช้แทนจำนวนผู้ใช้งานจริงได้โดยตรง
10. Google อุดช่องโหว่ Chrome ที่ถูกนำไปโจมตีแล้ว แนะผู้ใช้เร่งอัปเดตเบราว์เซอร์
Google ออกอัปเดตแก้ช่องโหว่ร้ายแรง CVE-2026-85046 ในระบบ V8 ของ Chrome หลังยืนยันว่ามีผู้โจมตีนำช่องโหว่ดังกล่าวไปใช้งานจริงแล้ว แพตช์อยู่ใน Chrome เวอร์ชัน 152.0.7977.82 และ 152.0.7977.83 สำหรับ Windows และ Mac รวมถึง 152.0.7977.82 สำหรับ Linux แม้ Google ยังไม่เปิดเผยผู้โจมตี เป้าหมาย หรือผลกระทบ และยังไม่มีหลักฐานเชื่อมโยงช่องโหว่นี้กับการขโมยสินทรัพย์ดิจิทัล แต่ผู้ใช้กระเป๋าเงินและบัญชีซื้อขายผ่านเบราว์เซอร์ควรอัปเดตทันทีเพื่อลดความเสี่ยง
11. นักเศรษฐศาสตร์เฟดเตือน อาจเกิดการนับเงินซ้ำหากรวม Stablecoin ไว้ใน M1 หรือ M2
งานศึกษาของนักเศรษฐศาสตร์เฟดตั้งคำถามว่า Stablecoin ควรถูกนับรวมในปริมาณเงิน M1 หรือ M2 อย่างไร เพราะเงินสำรองบางส่วนอยู่ในบัญชีธนาคารหรือกองทุนตลาดเงิน ซึ่งถูกนับอยู่ในระบบแล้ว หากนำมูลค่า Stablecoin ทั้งหมดมาบวกอีกครั้ง อาจทำให้เงินก้อนเดียวกันถูกนับซ้ำและทำให้ปริมาณเงินดูมากกว่ากำลังซื้อที่เกิดขึ้นจริง นอกจากนี้ ยังต้องแยกเหรียญที่ใช้งานในสหรัฐฯ ออกจากเหรียญที่หมุนเวียนในต่างประเทศ ทั้งนี้ งานศึกษาดังกล่าวยังไม่ใช่มติเปลี่ยนวิธีคำนวณปริมาณเงินของเฟด
12. Solana เริ่มลดเงินสำรองสำหรับเปิดบัญชี เป้าหมายลด 90% ยังต้องผ่านการอัปเกรดอีกหลายขั้น
Solana เริ่มดำเนินแผนลดจำนวน SOL ที่ต้องกันไว้เพื่อเก็บข้อมูลของบัญชีบนเครือข่าย โดยการลดรอบแรกประมาณ 9% มีผลแล้วเมื่อวันที่ 3 กันยายน ส่วนเป้าหมายลดรวม 90% ยังต้องผ่านการทดสอบและการอัปเกรดในขั้นต่อไป เงินส่วนนี้เป็นเงินสำรองที่ผู้ใช้สามารถเรียกคืนได้เมื่อปิดบัญชี ไม่ใช่ค่าธรรมเนียมธุรกรรม การปรับลดจึงช่วยลดต้นทุนการเปิดบัญชี แต่ในอีกด้านหนึ่งก็หมายความว่า จำนวนผู้ใช้ที่เพิ่มขึ้นอาจสร้างความต้องการถือ SOL เพื่อวางเป็นเงินสำรองน้อยกว่าที่เคย
13. งานศึกษา DAO พบ 39 จาก 48 แห่ง มีผู้ถือรายใหญ่ 10 อันดับแรกคุมเสียงเกินครึ่ง
งานวิจัยที่ศึกษาการบริหาร DAO จำนวน 48 แห่งบน Ethereum พบว่า 39 แห่งมีผู้ถือรายใหญ่ 10 อันดับแรกครองอำนาจลงคะแนนรวมกันเกิน 50% อีกทั้งการลงทะเบียน การล็อกโทเคน และการมอบสิทธิออกเสียง แม้ถูกออกแบบมาเพื่อป้องกันการโจมตีและเพิ่มความรับผิดชอบของผู้ลงคะแนน แต่กลับเอื้อให้ผู้มีเงินทุน เวลา หรือความเชี่ยวชาญรวมอำนาจไว้ได้มากขึ้น ผลการศึกษาจึงชี้ว่า การมีผู้ถือโทเคนจำนวนมากไม่ได้แปลว่าการบริหารกระจายอำนาจ หากสิทธิออกเสียงจริงยังอยู่ในมือคนเพียงไม่กี่กลุ่ม
14. กลยุทธ์กู้ Stablecoin แทนการขายเหรียญ อาจเพิ่มความเสี่ยงสะสมในระบบ DeFi
งานวิจัยเกี่ยวกับพฤติกรรมผู้กู้บน Venus พบว่า ผู้ถือสินทรัพย์ดิจิทัลบางส่วนเลือกนำเหรียญที่มีกำไรไปค้ำประกันเพื่อกู้ Stablecoin แทนการขาย เพราะช่วยเลื่อนภาระภาษีกำไรจากการขายออกไป แต่แรงจูงใจดังกล่าวอาจทำให้ผู้กู้ชะลอการลดความเสี่ยง แม้มูลค่าหลักประกันลดลงใกล้ระดับถูกบังคับขาย เมื่อสัญญาอัจฉริยะมองเห็นเพียงมูลค่าหลักประกัน แต่ไม่รู้ต้นทุนหรือเหตุผลด้านภาษีของผู้กู้ ความเสี่ยงจึงอาจสะสมและส่งต่อไปยังผู้ฝากสภาพคล่องในระบบ
15. กระเป๋า Bitcoin ที่หลับมานานนับสิบปีเคลื่อนย้ายรวม 202.84 BTC หนึ่งรายการส่งเข้า Coinbase
ข้อมูลจาก Galaxy Research พบว่า กระเป๋า Bitcoin เก่าอย่างน้อยสี่ใบเคลื่อนย้ายเหรียญรวม 202.84 BTC มูลค่าราว 15.73 ล้านดอลลาร์ ระหว่างวันที่ 29 สิงหาคมถึง 4 กันยายน กระเป๋าที่ใหญ่ที่สุดถือ 146.06 BTC และไม่มีความเคลื่อนไหวมาตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2556 ขณะที่อีกกระเป๋าหนึ่งซึ่งซื้อ 40 BTC ด้วยเงินประมาณ 120 ดอลลาร์ ปัจจุบันมีมูลค่ากว่า 3 ล้านดอลลาร์ นอกจากนี้ มีการส่ง 6.78 BTC ไปยังที่อยู่ที่เชื่อมโยงกับ Coinbase ซึ่งอาจสะท้อนความตั้งใจขาย แต่ยังไม่ยืนยันว่าเหรียญถูกขายแล้ว
16. ข้อมูลย้อนหลังชี้ ผลตอบแทน Bitcoin กระจุกตัวอยู่ในวันบวกแรงเพียงไม่กี่วัน
การวิเคราะห์ข้อมูลราคา Bitcoin ของ CoinDesk พบว่า ผลตอบแทนตลอดปีมักกระจุกตัวอยู่ในวันที่ราคาปรับขึ้นแรงเพียงไม่กี่วัน ตัวอย่างในปี 2569 ช่วงที่ทำการศึกษา Bitcoin ให้ผลตอบแทนราวติดลบ 9% แต่หากไม่นับห้าวันที่ราคาปรับขึ้นมากที่สุด ผลตอบแทนจะลดลงเป็นประมาณติดลบ 36% ข้อมูลนี้สะท้อนความเสี่ยงของการพยายามจับจังหวะเข้าออกตลาด เพราะการพลาดช่วงสั้น ๆ อาจเปลี่ยนผลตอบแทนอย่างมาก อย่างไรก็ตาม เป็นการคำนวณย้อนหลัง ไม่ใช่หลักประกันว่าการถือ Bitcoin ระยะยาวจะทำกำไรเสมอ
17. LeBron James ส่งสัญญาณร่วมงาน Polymarket เตรียมเปิดตัวแคมเปญในสัปดาห์หน้า
LeBron James เผยแพร่วิดีโอบนโซเชียลมีเดียที่ส่งสัญญาณถึงความร่วมมือกับ Polymarket ขณะที่โฆษกของแพลตฟอร์มยืนยันว่า ทั้งสองฝ่ายเตรียมเปิดตัวแคมเปญขนาดใหญ่ในสัปดาห์หน้า โดยเน้นช่วงฤดูกาลอเมริกันฟุตบอล ความเคลื่อนไหวเกิดขึ้นหลังข้อตกลงของ James กับ DraftKings สิ้นสุดลง อย่างไรก็ดี ยังไม่มีการเปิดเผยว่าเขาจะทำหน้าที่เป็นพรีเซนเตอร์ เข้าลงทุน หรือมีบทบาทในรูปแบบอื่นกับแพลตฟอร์มตลาดคาดการณ์
18. Claude สร้างบทพิสูจน์ทฤษฎีบทแฟร์มาต์ฉบับที่คอมพิวเตอร์ตรวจสอบได้ ใช้โค้ด 13 ล้านบรรทัด
Anthropic ระบุว่า Claude ใช้เวลา 11 วันเขียนบทพิสูจน์ทฤษฎีบทสุดท้ายของแฟร์มาต์ด้วยภาษา Lean รวมประมาณ 13 ล้านบรรทัด และพิสูจน์ทฤษฎีบทย่อย 29,500 ข้อ เพื่อให้คอมพิวเตอร์ตรวจสอบความถูกต้องของตรรกะได้ทุกขั้นตอน ข่าวนี้ไม่ได้หมายความว่า AI เพิ่งแก้โจทย์ที่ยังไม่มีคำตอบ เพราะ Andrew Wiles พิสูจน์ทฤษฎีบทดังกล่าวสำเร็จและเผยแพร่ผลงานตั้งแต่ปี 2538 ความก้าวหน้าครั้งนี้อยู่ที่การแปลงบทพิสูจน์ขนาดใหญ่ให้อยู่ในรูปแบบที่ตรวจสอบอัตโนมัติได้ ซึ่งอาจช่วยลดภาระการตรวจทานงานคณิตศาสตร์ในอนาคต
19. Wall Street เปลี่ยนความต้องการไฟฟ้าของ AI เป็นตลาดตราสารหนี้ดาต้าเซ็นเตอร์ 6.1 หมื่นล้านดอลลาร์
ข้อมูลจาก SFA และ Barclays ระบุว่า มูลค่าคงค้างของตราสารหนี้ที่มีอาคาร สัญญาเช่า หรือรายได้จากดาต้าเซ็นเตอร์หนุนหลัง เพิ่มจากราว 4 พันล้านดอลลาร์ในปี 2563 เป็น 6.1 หมื่นล้านดอลลาร์ ณ เดือนกรกฎาคม 2569 การเติบโตดังกล่าวสะท้อนว่าความต้องการกำลังประมวลผลของ AI ทำให้ทั้งพื้นที่และไฟฟ้ากลายเป็นสินทรัพย์ที่ Wall Street นำมาจัดโครงสร้างเพื่อระดมทุน แต่ผู้ลงทุนต้องรับความเสี่ยงจากต้นทุนไฟฟ้า การพึ่งพาผู้เช่ารายใหญ่ และการหาเงินชำระหนี้เมื่อครบกำหนด โดยตราสารเหล่านี้เป็นผลิตภัณฑ์หนี้แบบดั้งเดิม ไม่ใช่โทเคนบนบล็อกเชน